
เลเซอร์ฝ้า แก้ปัญหา ฝ้า จุดด่างดำ
ปัจจุบันเทคโนโลยีเลเซอร์ฝ้าได้พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด ทำให้การรักษาฝ้า กระ มีประสิทธิภาพมากขึ้น ปลอดภัย และให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจครับ
ปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำบนใบหน้านับเป็นปัญหาผิวที่พบได้บ่อยและส่งผลต่อความมั่นใจ โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีแสงแดดแรงตลอดทั้งปี บทความนี้หมอจะพาไปรู้จักกับเลเซอร์ฝ้าตัวช่วยจัดการฝ้า กระ จุดด่างดำอย่างละเอียด ใช้เลเซอร์แบบไหนดี มีข้อดีต่างจากวิธีอื่น ๆ อย่างไร เพื่อให้สามารถตัดสินใจรักษาฝ้าด้วยวิธีที่เหมาะสมกับตัวเอง
คลิกอ่านหัวข้อ
เลเซอร์ฝ้า คืออะไร ?
เลเซอร์ฝ้า คือ เทคโนโลยีการรักษาผิวที่มีปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำด้วยแสงเลเซอร์ที่มีความยาวคลื่นเฉพาะเจาะจง ซึ่งสามารถทำลายเม็ดสีเมลานินที่ก่อให้เกิดฝ้า กระ และจุดด่างดำบนผิวหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่แสงเลเซอร์จะเจาะลึกเข้าไปในชั้นผิวหนังเพื่อสลายเม็ดสีส่วนเกิน โดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อข้างเคียง

หลักการทำงานของเลเซอร์ฝ้าจะใช้พลังงานแสงความเข้มข้นสูงยิงลงลึกไปยังบริเวณที่มีปัญหา เม็ดสีเมลานินจะดูดซับแสงเลเซอร์และแปลงเป็นความร้อน ทำให้เม็ดสีแตกตัวเป็นชิ้นเล็ก ๆ และถูกกำจัดออกไปตามกระบวนการธรรมชาติของร่างกาย จึงสามารถกำจัดฝ้า หรือจุดด่างดำบนใบหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปัญหาฝ้า กระ เกิดจากอะไร ?
การเกิดฝ้า กระ มาจากหลายสาเหตุครับ เพื่อให้การรักษาฝ้าได้ผลลัพธ์ดี มีประสิทธิภาพ จึงต้องทำความเข้าใจสาเหตุที่มาของปัญหาฝ้า กระ เสียก่อน เพื่อจะได้ทำการรักษาและป้องกันการเกิดฝ้า กระ ได้อย่างถูกต้อง
สาเหตุหลักของการเกิดฝ้า กระ ได้แก่
- แสงแดด : การได้รับแสงแดดเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด เพราะรังสี UV จากแสงแดดจะกระตุ้นให้เซลล์ผลิตเมลานินมากเกินปกติ การออกแดดโดยไม่มีการป้องกันที่เพียงพอจึงเป็นสาเหตุหลักของการเกิดฝ้า กระ
- ฮอร์โมน : การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในผู้หญิง โดยเฉพาะระหว่างตั้งครรภ์ รับประทานยาคุมกำเนิด หรือในช่วงวัยทอง ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนที่เปลี่ยนแปลงจะกระตุ้นการผลิตเมลานิน
- พันธุกรรม : ปัจจัยทางพันธุกรรมมีส่วนสำคัญ หากมีประวัติครอบครัวเป็นฝ้า กระ โอกาสเป็นฝ้าจะมีสูงขึ้น
- ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง : การใช้เครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ไม่เหมาะสม การใช้สารเคมีรุนแรงหรือการขัดถูผิวหน้าแรงเกินไป
- ความเครียดและการนอนหลับไม่เพียงพอ : สามารถส่งผลต่อการเกิดฝ้า กระ ได้เช่นกันครับ
รู้จักประเภทของฝ้า
การเข้าใจประเภทของฝ้าจะช่วยให้เลือกวิธีรักษาที่เหมาะสม ตามหลักแล้วฝ้าจะแบ่งออกเป็นหลายประเภทตามความลึกและลักษณะของเม็ดสี ดังนี้

- ฝ้าแบบตื้น (Epidermal Melasma) เป็นฝ้าที่เกิดขึ้นในชั้นผิวหนังชั้นนอกสุด มีสีน้ำตาลอ่อนถึงน้ำตาลปานกลาง มีขอบชัดเจน ตอบสนองต่อการรักษาด้วยเลเซอร์ได้ดี
- ฝ้าแบบลึก (Dermal Melasma) อยู่ในชั้นผิวหนังชั้นใน มีสีน้ำตาลเข้มถึงเทาอมฟ้า ขอบไม่ชัดเจน การรักษายากกว่าฝ้าแบบตื้น ต้องใช้เลเซอร์ที่มีความยาวคลื่นเจาะลึกมากขึ้น
- ฝ้าแบบผสม (Mixed Melasma) เป็นการผสมผสานระหว่างฝ้าแบบตื้นและลึก พบได้บ่อยที่สุด การรักษาต้องใช้เลเซอร์หลายชนิดร่วมกัน
เลเซอร์กระฝ้า มีกี่แบบ เลือกเลเซอร์รักษาฝ้าแบบไหนดี ?
เทคโนโลยีเลเซอร์สำหรับรักษาฝ้ามีหลากหลายชนิดครับ แต่ละชนิดมีจุดเด่นและความเหมาะสมแตกต่างกัน หมอขอยกตัวอย่างเลเซอร์สลายฝ้าที่รับความนิยมและถูกพูดถึงบ่อย ๆ ดังนี้
1. เลเซอร์ฝ้าด้วย PicoSure Pro
PicoSure Pro เป็นเลเซอร์กำจัดฝ้าแบบพรีเมียม รุ่นใหม่ล่าสุดที่ถูกพัฒนามาจาก Picosure รุ่นเดิม ใช้ความยาวคลื่น 755 นาโนเมตร มีความเร็วในการยิงแสงเลเซอร์ที่พิโคเซคคอนด์ (10-12 วินาที) ทำให้สามารถทำลายเม็ดสีได้อย่างละเอียดโดยไม่สร้างความร้อนมากเกินไป
โดดเด่นในเรื่องการกำจัดเม็ดสี สามารถแก้ปัญหาฝ้า กระ ปาน รอยดำจากสิว หรือปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอได้ นอกจากนี้ยังช่วยปรับผิวให้เรียบเนียน ลดหลุมสิว ริ้วรอย และลบรอยสักได้อีกด้วย
2. เลเซอร์ฝ้าด้วย Pico Plus
Pico Plus เป็นอีกเลเซอร์ในกลุ่ม Pico Laser ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในประเทศไทย
จุดเด่นอยู่ที่เป็นเครื่องเลเซอร์ที่มี 2 เทคโนโลยีไว้ในเครื่องเดียว คือ Picosecond (ps) และ Nanosecond (ns) เหมือน Q-Switch จึงสามารถแก้ปัญหาผิวได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการทำเลเซอร์ฝ้า เลเซอร์หน้าใส
เพราะเครื่อง Pico Plus มีถึง 4 ช่วงความยาวคลื่น (Wavelength) ให้เลือกใช้ ได้แก่ 1,064 nm, 532 nm, 595 nm และ 660 nm ซึ่งครอบคลุมการแก้ปัญหาทั้งปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยแดงให้ดูจางลงได้ รวมถึงยังช่วยกระชับรูขุมขน หลุมสิว รวมถึงลบรอยสักได้อีกด้วย
3. เลเซอร์ฝ้าด้วย Q-Switch Laser
Q-Switch Laser เป็นเลเซอร์รุ่นเก่าที่ยังคงใช้กันอยู่ครับ เพราะมีประสิทธิภาพในการรักษาฝ้าได้เช่นกัน แต่อาจต้องใช้ระยะเวลารักษานานกว่าเลเซอร์รุ่นใหม่ รวมถึงขณะทำจะรู้สึกเจ็บ
การทำงานของเลเซอร์กระฝ้า Q-Switch จะใช้คลื่นแสงความเข้มสูงในช่วงเวลาสั้น ๆ เพื่อรักษาปัญหาผิวต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดเลือนเม็ดสีเมลานินที่ผิดปกติ เช่น ฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยสิว และรอยสัก
ตัวเครื่องเลเซอร์สามารถส่งพลังงานเลเซอร์ไปยังบริเวณที่มีเม็ดสีเข้ม ทำให้เม็ดสีแตกตัวเป็นอนุภาคเล็ก ๆ ที่ร่างกายสามารถกำจัดออกไปได้ตามธรรมชาติ
4. เลเซอร์ฝ้าด้วย Sylfirm
Sylfirm หรือ Sylfirm X เป็นอีกนวัตกรรมความงามที่สามารถช่วยลดฝ้า กระ และจุดด่างดำ ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอและกระจ่างใสขึ้น
ลักษณะการทำงานของเครื่อง Sylfirm X เป็นเทคโนโลยี Microneedle RF ที่ใช้คลื่นวิทยุความถี่ผสมกับเข็มขนาดเล็ก เหมาะสำหรับรักษาฝ้าแบบลึกและปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย
แล้วจะเลือกเลเซอร์ฝ้าแบบไหนดี ? ทั้ง 4 เครื่องที่หมออธิบายไป สามารถช่วยลดปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำได้ทั้งหมดครับ แต่หากต้องการเลือกใช้ในแบบที่ตอบโจทย์ เลเซอร์ฝ้าที่สามารถรักษาฝ้าได้อย่างครอบคลุมทั้งฝ้าลึก ฝ้าตื้น ฝ้าผสม หมอแนะนำทำ PicoSure Pro เป็นหลักครับ
เจาะลึกหลักการทำงานของเครื่อง PicoSure Pro ในการกำจัดฝ้า
PicoSure Pro มีหลักการทำงานในการช่วยแก้ปัญหาฝ้าได้อย่างตรงจุด ด้วยการทำงานของ PicoSure Pro ที่สามารถยิงแสงเลเซอร์ด้วยความเร็วสูงระดับ Picosecond หรือ 1 ต่อล้านล้านวินาทีเข้าไปใต้ผิวหนัง
ทำให้เกิดแรงกระแทกและตีให้เม็ดสีแตกกระจายเป็นชิ้นเล็ก ๆ โดยไม่เป็นอันตรายต่อเนื้อเยื่อใกล้เคียง หลังจากนั้นร่างกายจะลำเลียงเม็ดสีออกไปได้ง่าย ทำให้รอยฝ้า กระ จางลง และสีผิวดูสม่ำเสมอมากขึ้นครับ

นอกจากนี้ เลเซอร์ฝ้า PicoSure Pro ที่ยิงพลังงานได้เร็วในการยิงแสงที่พิโคเซคคอนด์ทำให้ความร้อนเกิดขึ้นน้อยมาก จึงช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงหลังการรักษา เช่น การอักเสบของผิวหนัง หรือสีผิวไม่สม่ำเสมอ รวมถึงหลังทำไม่มีแผล ผิวไม่ลอก จึงฟื้นตัวไว ลดความเสี่ยงของ PIH (Post-inflammatory Hyperpigmentation) หรือรอยดำหลังเลเซอร์ได้ ทำให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น

PicoSure Pro ไม่เพียงแต่ช่วยลดฝ้า แต่ยังช่วยให้ผิวดูเรียบเนียน กระจ่างใส และสุขภาพดีขึ้นด้วย ซึ่งจำนวนครั้งในการรักษาฝ้าด้วย PicoSure Pro จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของฝ้าและสภาพผิวครับ
ผลลัพธ์หลังทำเลเซอร์ ฝ้า กระ จางลง ด้วย Picosure Pro

ผลลัพธ์จากการรักษาด้วย Picosure Pro จะเห็นได้ชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรก โดยฝ้า กระ จะจางลงประมาณ 30-50% หลังการรักษาครั้งแรก ความเข้มของสีจะลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-4 สัปดาห์หลังการรักษา หมอแนะนำให้ทำต่อเนื่อง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและอยู่ได้นาน
เลเซอร์ฝ้ากระ ด้วย Picosure Pro ควรทำกี่ครั้งเห็นผล ?
หลังจากการรักษา 3-5 ครั้ง ฝ้า กระ ส่วนใหญ่จะจางลงมากกว่า 50-80% โดยฝ้าแบบตื้นจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าฝ้าแบบลึก ผิวหน้าจะดูกระจ่างใสขึ้น มีความเรียบเนียนและสม่ำเสมอมากขึ้น
- กระ : การรักษากระตื้น ๆ มักจะยิงด้วยโหมดตกสะเก็ด เห็นผลชัดเจนใน 1-2 ครั้ง ส่วนกระลึกและกระแดดจะอยู่ที่ 3-5 ครั้ง โดยควรเว้นห่าง 2-6 สัปดาห์/ครั้ง
- ฝ้า : ฝ้าตื้น ๆ จะทำ 1-2 ครั้ง ส่วนถ้าเป็นฝ้าลึก ๆ ในผิวชั้นหนังแท้ อาจจำเป็นต้องใช้จำนวนครั้งมากขึ้น เริ่มต้นที่ 3-5 ครั้ง สังเกตได้ว่าปัญหาฝ้าจะดีขึ้นประมาณ 50%

ข้อดีของ Picosure Pro คือ ผลลัพธ์ที่ได้จะดูธรรมชาติ ไม่มีรอยแผลหรือการลอกของผิวหนัง คนไข้สามารถใช้ชีวิตปกติได้ทันทีหลังการรักษาครับ
เลเซอร์ฝ้าเหมาะกับใคร ?
การทำเลเซอร์ฝ้าเหมาะกับผู้ที่ต้องกำจัดฝ้าลดเลือนริ้วรอย จุดด่างดำให้จางลงอย่างปลอดภัย เห็นผลเร็ว โดยเฉพาะในคนที่ทาครีมหรือรักษาด้วยวิธีทั่วไปแล้วไม่เห็นผล ใช้เวลานาน
เลเซอร์ฝ้าเหมาะกับ
- ผู้ที่มีปัญหาฝ้าตื้น ฝ้าลึก หรือฝ้าหลายชนิดรวมกัน
- ผู้ที่มีปัญหาฝ้าเรื้อรัง รักษาวิธีอื่นแล้วไม่เห็นผล
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็วและแม่นยำ
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวแบบองค์รวม ปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน
- ผู้ที่สามารถดูแลตัวเองหลังทำเลเซอร์ได้อย่างสม่ำเสมอ เช่น หลีกเลี่ยงแดด และทาครีมกันแดด
ข้อดีของเลเซอร์ฝ้า
การรักษาฝ้าด้วยเลเซอร์มีข้อดีหลายประการเมื่อเปรียบเทียบกับวิธีรักษาแบบเดิม
- ประสิทธิภาพสูงในการกำจัดเม็ดสีเมลานิน สามารถรักษาได้ทั้งฝ้าแบบตื้นและลึก ผลลัพธ์เห็นได้ชัดเจนและรวดเร็วกว่าการใช้ครีมทา
- ความปลอดภัยสูง เพราะเลเซอร์สมัยใหม่โดยเฉพาะ Picosure Pro สามารถควบคุมความเข้มและความลึกของแสงได้อย่างแม่นยำ ลดความเสี่ยงจากผลข้างเคียง
- ไม่ต้องหยุดพักงาน เพราะไม่มีการลอกหนังหรือแผลเปิด คนไข้สามารถใช้ชีวิตปกติได้ทันทีหลังการรักษา
- ผลลัพธ์ที่ยาวนาน เมื่อรักษาครบตามแผนและดูแลตัวเองอย่างถูกต้อง ฝ้า กระ จะไม่กลับมาใหม่ง่าย ๆ (ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองของคนไข้ร่วมด้วย)
- สามารถปรับแต่งการรักษาให้เหมาะสมกับผิวและปัญหาของแต่ละบุคคล ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
เลเซอร์ฝ้ากระผลเสีย หรือข้อเสียมีไหม ?
ข้อเสียหลักของการทำเลเซอร์รักษาฝ้าอาจมีผลข้างเคียงหลังทำ เช่น รอยแดง บวม หรือรู้สึกแสบร้อนที่ผิวหนัง ซึ่งมักจะหายไปได้เองภายในไม่กี่วัน
นอกจากนี้ อาจต้องทำหลายครั้งเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน และอาจมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าเลเซอร์ชนิดอื่น
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้หลังเลเซอร์ฝ้า
- รอยแดงและบวม : อาการเหล่านี้เป็นเรื่องปกติหลังทำเลเซอร์ และมักจะหายไปเองภายใน 24-48 ชั่วโมง
- รู้สึกแสบร้อน : อาจมีอาการอุ่น ๆ หรือแสบร้อนที่ผิวหนังขณะทำเลเซอร์ ซึ่งจะหายไปเองหลังทำ
- ผิวเข้มขึ้น : ในบางกรณี อาจพบว่าสีของฝ้าหรือกระเข้มขึ้นหลังทำเลเซอร์ ซึ่งเกิดจากการที่เม็ดสีถูกกระตุ้นให้แตกตัว และจะค่อย ๆ จางลงภายใน 24 ชั่วโมง
การดูแลตัวเองหลังเลเซอร์ ฝ้า โปรแกรม Picosure Pro
การดูแลหลังการรักษาเป็นสิ่งสำคัญที่จะส่งผลต่อประสิทธิภาพและความปลอดภัยของการรักษา

- ในวันแรกหลังการรักษา คนใช้ชีวิตได้ตามปกติ สามารถล้างหน้า และแต่งหน้าได้หลังทำเลเซอร์ หากไม่มีอาการระคายเคือง หลีกเลี่ยงการขัดถูหรือใช้แรงกับผิวหน้า
- ควรทามอยส์เจอไรเซอร์ เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ควรเลือกสูตรอ่อนโยน หรือ Medical Grade ในช่วง 1 สัปดาห์แรก
- การทากันแดดเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ควรใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF และ PA สูง ๆ ร่วมกับใช้ร่มหรือหมวกปีกกว้าง หากหลีกเลี่ยงได้แนะนำเลี่ยงการออกแสงแดดโดยตรงอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์หลังการรักษาครับ
- หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ AHA, BHA, Retinoid หรือสารฟอกขาวในช่วง 1 สัปดาห์หลังการรักษา
- หลีกเลี่ยงการไปซาวน่า สตีมหน้า หรือออกกำลังกายที่รุนแรงเป็นเวลา 48 ชั่วโมง
- แนะนำดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่างน้อย 8-10 แก้วต่อวัน เพื่อช่วยในกระบวนการขับถ่ายเม็ดสีออกจากร่างกาย
ทั้งนี้ในเคสที่ยิงโหมดตกสะเก็ดควรงดล้างหน้าในวันแรกครับ สะเก็ดสีน้ำตาลจะหลุดได้เองใน 5-7 วัน ส่วนเคสที่ใช้โหมดลบรอยสักควรเลี่ยงการโดนน้ำในตำแหน่งที่ทำประมาณ 1-2 วัน เพื่อลดความเสี่ยงติดเชื้อ
การเตรียมตัวก่อนเลเซอร์ฝ้า
หากใครสนใจรักษาฝ้า กระ หรือจุดด่างดำด้วยเลเซอร์ ควรมีการเตรียมตัวที่ดีล่วงหน้า เพราะการเตรียมตัวที่ดีจะช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้นและลดความเสี่ยงจากผลข้างเคียงได้
- เตรียมข้อมูลเกี่ยวกับโรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา ประวัติทำหัตถการอื่น ๆ และรายชื่อยาหรือวิตามินที่กินเป็นประจำ
- ก่อนการรักษา 1-2 สัปดาห์ ให้หลีกเลี่ยงการออกแสงแดดโดยตรง ใช้ครีมกันแดดสม่ำเสมอ หยุดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารฟอกขาวหรือกรดผลไม้
- หลีกเลี่ยงการกินยา หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีฤทธิ์ผลัดเซลล์ผิว เช่น เรตินอล, AHA และ BHA อย่างน้อย 1 สัปดาห์
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ผิวหนังอยู่ในสภาพที่แข็งแรงก่อนการรักษา
ขั้นตอนการเลเซอร์ฝ้า เป็นอย่างไร ?
ขั้นตอนการทำเลเซอร์ฝ้า จะเริ่มต้นจากการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แพทย์จะตรวจประเมินสภาพผิว ประเภทของฝ้า และความลึกของเม็ดสี เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมครับ
- ก่อนการเลเซอร์ฝ่า คนไข้จะได้รับการทำความสะอาดผิวหน้า ทายาชาเฉพาะและสวมแว่นตาป้องกันแสงเลเซอร์
- ในระหว่างการรักษา แพทย์จะใช้เครื่องเลเซอร์ยิงไปยังบริเวณที่มีฝ้า กระ โดยปรับความเข้มของแสงให้เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละคน ร่วมกับการเป่าลมเย็น
- หลังการรักษา แพทย์จะทาครีมบำรุงและครีมกันแดดให้ พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการดูแลผิวหลังการรักษา นัดหมายครั้งต่อไปตามแผนการรักษา
ข้อควรรู้ก่อนทำเลเซอร์ฝ้า มีอะไรบ้าง ?
ก่อนตัดสินใจทำเลเซอร์ฝ้า มีข้อมูลสำคัญที่ควรทราบเพื่อให้คาดหวังผลลัพธ์ได้อย่างถูกต้อง
- ผลลัพธ์ของการรักษาขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ ประเภทและความลึกของฝ้า สีผิว อายุ และการดูแลตัวเองหลังการรักษา ฝ้าแบบตื้นจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าฝ้าแบบลึก
- จำนวนครั้งในการรักษาจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน โดยเฉลี่ยต้องทำ 3-8 ครั้ง เว้นระยะห่างครั้งละ 4-6 สัปดาห์ การรักษาแบบครั้งเดียวไม่สามารถกำจัดฝ้าได้หมด
- ค่าใช้จ่ายในการรักษาจะแปรผันตามชนิดของเลเซอร์ จำนวนครั้ง และขนาดพื้นที่ที่รักษา
- การรักษาฝ้าต้องอาศัยความอดทนและการดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการกันแดดและการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะสม
เลเซอร์ฝ้ากระ ราคา ค่ารักษาเท่าไร ?
เลเซอร์ฝ้าราคาจะแตกต่างกันไปตามหลายปัจจัย ได้แก่ ชนิดของเครื่องเลเซอร์ ขนาดและจำนวนจุดที่รักษา ความเชี่ยวชาญของแพทย์ และสถานที่รักษา
กรณีรักษาด้วยเลเซอร์ในกลุ่ม Pico ราคาทำ Pico Laser จะมีราคาสูงกว่าเลเซอร์ฝ้ารุ่นเก่า แต่ให้ประสิทธิภาพและความปลอดภัยที่ดีกว่า ราคาต่อครั้งเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 3,000-15,000 บาท ขึ้นอยู่กับประเภทเครื่องเลเซอร์ครับ
ที่ V Square Clinic มีโปรโมชั่นทำเลเซอร์ฝ้าด้วยเครื่อง Pico ราคาดังนี้


เลเซอร์ฝ้าที่ไหนดี เลือกอย่างไร ?
ก่อนตัดสินใจทำเลเซอร์ฝ้า การเลือกคลินิกทำเลเซอร์ที่เหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญต่อประสิทธิภาพผลลัพธ์ที่จะได้ และความปลอดภัย โดยควรพิจารณาจากปัจจัยสำคัญดังนี้
- เลือกคลินิกที่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังหรือแพทย์ที่ผ่านการอบรมเฉพาะทาง
- ทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านเลเซอร์โดยเฉพาะ มีการประเมินสภาพผิว เลือกใช้ช่วงคลื่นและตั้งค่าพลังงานที่เหมาะสมกับปัญหาของคนไข้
- มีโปรแกรมเลเซอร์ที่หลากหลาย ครอบคลุมปัญหาและความต้องการของคนไข้
- ตรวจเช็กเครื่องมือที่ใช้ควรเป็นเครื่องที่ได้มาตรฐาน สามารถตรวจสอบว่าเป็นของแท้หรือไม่ได้
- สถานที่ควรมีความสะอาด มีระบบการฆ่าเชื้อที่ดี มีเครื่องมือปฐมพยาบาลเบื้องต้นและมีการปรึกษาผู้ป่วยอย่างละเอียดก่อนการรักษา
- การให้คำปรึกษาที่ดีควรรวมถึงการอธิบายขั้นตอนการรักษา ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น ค่าใช้จ่าย และการดูแลหลังการรักษาอย่างชัดเจน
- แจ้งราคาควรโปร่งใส ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง มีการรับประกันผลลัพธ์หรือมีนโยบายการคืนเงินที่ชัดเจน
เลเซอร์ฝ้าที่ V Square Clinic ดีอย่างไร ?
ใครที่กำลังมองหาเลเซอร์ฝ้ากระจุดด่างดำใกล้ฉัน ที่ V Square Clinic มีให้บริการครับ ดูแลโดยแพทย์มากประสบการณ์ ใช้เครื่อง Picosure Pro ของแท้ และสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้ รวมถึงยังมีเครื่องเลเซอร์คุณภาพอื่น ๆ อย่าง Pico Plus, Fotona SP Dynamis, Bellalux Lite และ Sylfirm X Plus เพื่อให้ครอบคลุมทุกปัญหาผิวที่คนไข้กังวลใจ เช่น ฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยสิว และผิวหมองคล้ำ

แพทย์วิเคราะห์สภาพผิว ประเมินปัญหา วางแผนการรักษาร่วมกับความต้องการของคนไข้
(นพ.สุรนาถ ดีสุวรรณ์ เลข ว.46313)
รีวิวเลเซอร์ฝ้า กระ จุดด่างดำ ที่ V Square Clinic



FAQ คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับเลเซอร์ฝ้า
เลเซอร์ฝ้าเจ็บไหม ?
การรักษาฝ้าด้วยเลเซอร์สมัยใหม่ เช่น Picosure Pro มีความเจ็บปวดน้อยมาก คนไข้ส่วนใหญ่รู้สึกมีความร้อนเล็กน้อย ที่สำคัญระยะเวลาในการรักษาสั้น จึงทนได้ง่าย
สำหรับผู้ที่มีความอ่อนไหวต่อความเจ็บปวด ในขั้นตอนการทำเลเซอร์ฝ้าจะมีการแปะยาชาเฉพาะที่ก่อนการรักษาได้ รวมถึงมีการเป่าลมเย็นช่วย ก็จะช่วยลดความเจ็บลงได้อีกครับ
เลเซอร์ฝ้า ฝ้าหายจริงไหม ?
เลเซอร์ฝ้าสามารถลดความเข้มของฝ้า กระ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยฝ้าส่วนใหญ่จะจางลงมากกว่า 80% หลังการรักษาตามแผนที่กำหนด ฝ้าแบบตื้นจะหายได้เกือบหมด ส่วนฝ้าแบบลึกจะจางลงอย่างเห็นได้ชัด
อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ประเภทของฝ้า การดูแลตัวเองหลังการรักษา และการป้องกันแสงแดด การรักษาต้องใช้ความอดทนและการทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
Co2 เลเซอร์ จี้ฝ้ากระ ได้ไหม ?
CO2 Laser เป็นหนึ่งในเครื่องเลเซอร์ที่ใช้รักษาและดูแลผิว สามารถใช้รักษา สิว ฝ้า กระ ติ่งเนื้อ และอื่น ๆ โดยหลักการทำงานของเลเซอร์ CO2 จะใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นตัวกลางในการสร้างแสงเลเซอร์ ความยาวคลื่น 10,600 นาโนเมตร เลยเรียกง่าย ๆ ว่า คาร์บอนไดออกไซด์เลเซอร์ หรือเลเซอร์ CO2 ครับ
กรณีรักษาฝ้าด้วยเลเซอร์ CO2 เป็นไปได้ครับ แต่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เนื่องจากเลเซอร์ CO2 มีความแรงและอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ ซึ่งโดยทั่วไปจะไม่ใช้เครื่องนี้รักษาโดยตรงครับ
เลเซอร์ฝ้าได้ผลถาวรไหม ?
ผลลัพธ์จากการรักษาเลเซอร์ฝ้าจะคงอยู่นานหากคนไข้ดูแลตัวเองอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะการกันแดดอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงปัจจัยที่ก่อให้เกิดฝ้า และใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะสม
อย่างไรก็ตาม ฝ้าอาจกลับมาใหม่ได้หากคนไข้ได้รับแสงแดดมาก ๆ หรือมีการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน ขาดการดูแลปกป้องผิว จึงทำให้ต้องทำการรักษาซ้ำ แต่ก็จะใช้จำนวนครั้งน้อยกว่าการรักษาครั้งแรกครับ
เลเซอร์ฝ้า อันตรายไหม ?
เลเซอร์ฝ้าที่ได้มาตรฐาน ดูแลโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ จะไม่อันตรายครับ การทำเลเซอร์ฝ้ากับแพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านเลเซอร์ จะมีความปลอดภัยสูง ได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ และลดความเสี่ยงการเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้ เช่น อาการเบิร์น รอยดำที่อาจเกิดขึ้นได้จากการตั้งค่าพลังงานที่สูงเกินไป หรือเลือกประเภทของเลเซอร์ไม่เหมาะสมกับปัญหาครับ
เลเซอร์ฝ้ากี่ครั้งเห็นผล ?
การทำเลเซอร์ฝ้า สามารถเห็นผลลัพธ์เบื้องต้นตั้งแต่ครั้งแรก โดยฝ้า กระ จะจางลงประมาณ 30-50% หลังการรักษาครั้งแรก ผลลัพธ์จะเห็นได้ชัดเจนขึ้นในช่วง 2-4 สัปดาห์หลังการรักษา
สำหรับผลลัพธ์ที่น่าพอใจ โดยทั่วไปต้องรักษา 3-5 ครั้ง สำหรับฝ้าแบบตื้น และ 5-8 ครั้ง สำหรับฝ้าแบบลึกหรือฝ้าที่มีมานาน การรักษาต้องเว้นระยะห่างอย่างน้อย 4-6 สัปดาห์ระหว่างแต่ละครั้ง
เลเซอร์ฝ้าทำให้หน้าบางขึ้นจริงไหม ?
หลังทำเลเซอร์ฝ้าไม่ได้ทำให้หน้าบางลงครับ โดยเฉพาะการทำด้วย Pico Laser เพราะนอกจากช่วยกำจัดเม็ดสีผิดปกติที่เป็นต้นตอของฝ้าแล้ว ยังมีโหมดกระตุ้นคอลลาเจนที่ช่วยฟื้นฟูผิวได้ด้วยครับ
เลือกทำ Pico Plus แล้วจะกลับมาเป็นฝ้าไหม ?
ฝ้า เกิดได้จากหลายปัจจัยครับ เช่น ฮอร์โมน พันธุกรรม แสงแดด ถึงแม้ว่า Pico Plus รักษาฝ้าหรือใช้เลเซอร์ Picosure Pro จะช่วยรักษาฝ้าให้จางลงได้ แต่ถ้าไม่ได้ดูแลผิวหลังทำ ยังคงทำพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดฝ้า โดยเฉพาะการโดนแสงแดดจัด ๆ เป็นประจำ โดยไม่ได้ทาครีมกันแดด ฝ้าก็มีโอกาสกลับมาได้ครับ
การรักษาฝ้าทำวิธีไหนได้บ้าง ?
นอกจากเลเซอร์แล้ว ยังมีวิธีรักษาฝ้าอื่น ๆ ที่สามารถใช้ดูแลรักษาฝ้า หรือทำร่วมกันได้เช่น
- ครีมทาฝ้า ที่มีส่วนผสมของ Hydroquinone, Tretinoin หรือ Kojic Acid เหมาะสำหรับฝ้าเบา ๆ ฝ้าตื้น ๆ และใช้เป็นการบำรุงรักษาหลังเลเซอร์ได้
- Chemical Peel การลอกผิวด้วยกรด เช่น Glycolic Acid หรือ TCA เหมาะสำหรับฝ้าแบบตื้นและปัญหาผิวหน้าดูหมองคล้ำ
- IPL (Intense Pulsed Light) ใช้แสงหลายความยาวคลื่นในการรักษา เหมาะสำหรับฝ้าแบบตื้นและการปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ
- Microneedling RF เช่น Sylfirm ใช้เข็มขนาดเล็กร่วมกับคลื่นวิทยุความถี่ เหมาะสำหรับฝ้าแบบลึกและการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
- ฉีดฝ้า เป็นการฉีดตัวยาเมโสเข้าไปในชั้นผิว โดยตัวยาจะซึมเข้าสู่ผิวได้ทันทีจึงเป็นการช่วยลดฝ้า กระ และจุดด่างดำได้ ผลการรักษาขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน และความถี่ในการฉีด และสูตรยาที่เหมาะสม
- การรักษาแบบผสมผสาน หลาย ๆ แพทย์แนะนำให้ใช้วิธีการหลายแบบร่วมกัน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เช่น เลเซอร์+ครีมทา เป็นต้น
เลเซอร์ฝ้า กับ ฉีดฝ้า แบบไหนดีกว่า ?
เลเซอร์ฝ้า ด้วยเครื่อง Picosure Pro เป็นการรักษาที่ตรงจุดครับ สามารถยิงกำจัดเม็ดสีออกได้ เห็นผลเร็ว ส่วนการฉีดเมโสฝ้าจะเน้นเรื่องการฟื้นฟูผิวโดยรวม ต้องฉีดหลาย ๆ ครั้งเห็นผลลัพธ์แบบค่อยเป็นค่อยไป
อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 หัตถการมีจุดเด่นคนละอย่างครับ แบบไหนดีกว่าขึ้นอยู่กับสภาพผิว ระดับปัญหา และความต้องการของคนไข้ โดยสามารถทำควบคู่กันได้ เพื่อเสริมประสิทธิภาพของผลลัพธ์ให้เห็นได้ไวขึ้นครับ
สรุปเลเซอร์ฝ้า ตัวช่วยลดปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ
การรักษาฝ้า กระ ด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์ เป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพสูงและปลอดภัย โดยเฉพาะเลเซอร์พิโคเซคคอนด์ อย่าง Picosure Pro ที่สามารถสลายเม็ดสีเมลานินได้อย่างละเอียดโดยไม่สร้างความเสียหายต่อเนื้อเยื่อข้างเคียง รวมถึงให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าอยู่ได้นาน
อย่างไรก็ตามผลสำเร็จของการรักษาฝ้าจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ การเลือกแพทย์และคลินิกรักษาที่มีความเชี่ยวชาญ ตลอดจนการปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด และการดูแลตัวเองหลังการรักษาอย่างต่อเนื่อง
ในเบื้องต้นหากใครกำลังประสบปัญหาฝ้า กระ ที่ส่งผลต่อความมั่นใจ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินสภาพผิวและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมครับ
อ้างอิง














