
ฟิลเลอร์ (Filler) คืออะไร ?
ฟิลเลอร์ คืออะไร ? ดีอย่างไร ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ? ใครที่สนใจการปรับรูปหน้า อยากหน้าเด็ก ผิวสุขภาพดี ดูอ่อนกว่าวัย หมอมีข้อควรรู้เกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์มาแนะนำครับ
การฉีดฟิลเลอร์ (Filler) เหมาะกับใคร ? ฉีดจุดไหนได้บ้าง ? การคงผลลัพธ์ ความปลอดภัยในด้านต่าง ๆ ตลอดจนการดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ การเลือกใช้แต่ละยี่ห้อต่างกันอย่างไร ? ยี่ห้อไหนดี ? ราคาเท่าไร ? ทุก ๆ ข้อที่ควรรู้ หมอรวบรวมคำตอบมาให้แล้ว สามารถศึกษาข้อมูลเพื่อใช้เป็นแนวทางก่อนตัดสินใจเข้าใช้บริการได้เลยครับ
คลิกอ่านหัวข้อ ฉีดฟิลเลอร์
ฟิลเลอร์ (Filler) คืออะไร ?
ฟิลเลอร์ คือ สารเติมเต็มประเภทไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic Acid หรือ HA) โดยฟิลเลอร์ที่นำมาใช้ปรับรูปหน้า หรือลดเลือน ริ้วรอยร่องลึกจะเป็นสารสังเคราะห์ครับ ถูกผลิตขึ้นเพื่อนำมาใช้ทดแทน Hyaluronic Acid หรือ “กรดไฮยาลูรอน” ที่อยู่ในร่างกายของเรา
กรดไฮยาลูรอน เป็นโมโลกุลของน้ำตาลชนิดหนึ่ง (Polysaccharide) มีลักษณะเป็นเจล ซึ่งร่างกายของเราสามารถผลิตขึ้นเองได้ แต่เมื่ออายุมากขึ้นร่างกายจะผลิตได้น้อยลง ส่งผลให้ผิวขาดความยืดหยุ่น ผิวแก่ มีความหย่อนคล้อยมากขึ้นเรื่อย ๆ

ฟิลเลอร์มีกี่แบบ ?
ฟิลเลอร์ (Filler) ในทางการแพทย์ จะหมายถึงการฉีดสารเติมเต็ม (Injectable Filler) ทุกชนิดครับ ในต่างประเทศแบ่งออกได้ 4 ประเภท ดังนี้
- HA (Hyaluronic Acid) ปลอดภัย สลายหมด มีการใช้อย่างแพร่หลายทั่วโลก
- Collagen จากสัตว์ ปัจจุบันอยู่ในรูปแบบคอลลาเจนสด หรือ Atelocollagen ซึ่งเป็นการตัดส่วนปลายของโมเลกุลออก เพื่อลดโอกาสกระตุ้นภูมิคุ้มกัน และก่อให้เกิดอาการแพ้ฟิลเลอร์ บวมแดง
- Transplanted Fat หรือการฉีดไขมัน จะเหมาะกับคนที่ต้องการฉีดครั้งละมาก ๆ 10-20 CC
- Biosynthetic Polymers เป็นกลุ่มของซิลิโคนเหลว ไม่สลาย ไม่ปลอดภัยและไม่ผ่าน อย.

ฟิลเลอร์ที่ยังใช้อยู่คือ ข้อ (1) HA (Hyaluronic Acid), ข้อ (2) คอลลาเจนจากสัตว์ และ ข้อ (3) Transplanted Fat ครับ
โดยฟิลเลอร์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด สำหรับการฉีดปรับรูปหน้าและแก้ปัญหาริ้วรอย เช่น ร่องแก้ม ร่องใต้ตา ร่องลึกต่าง ๆ จะเป็น ข้อ (1) HA (Hyaluronic Acid) ครับ เพราะมีให้เลือกใช้หลายยี่ห้อ และผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ว่าปลอดภัย
ฉีดฟิลเลอร์ ช่วยอะไรได้บ้าง ?
การฉีดฟิลเลอร์ (Filler) หลักการคือการ “Fill” หรือเติมเต็มให้กับส่วนที่ยุบตัวของโครงสร้างผิว จึงช่วยเสริมหรือเติมเต็มร่องต่าง ๆ เพื่อแก้ไขความชรา โดยหลัก ๆ จะแบ่งออกเป็น 3 ข้อดังนี้
- ช่วยลดริ้วรอยร่องลึก : การฉีดฟิลเลอร์สามารถช่วยเติมเต็มส่วนของผิวที่ยุบตัว ฉีดแก้ไขปัญหาริ้วรอยร่องลึก ร่องแก้ม ร่องใต้ตา รวมถึงช่วยปรับสภาพผิวหน้า ช่วยเติมเต็มหลุมสิว
- ช่วยให้ผิวเต่งตึงเรียบเนียน : การฉีดฟิลเลอร์ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ให้ใบหน้าดูอิ่มน้ำ แก้ปัญหาผิวไม่เรียบเนียน ผิวขรุขระ ให้กลับมาตื้นขึ้น เต่งตึงขึ้น รวมถึงช่วยฉีดปรับสภาพผิวหลังมือ ทำให้ผิวหลังมือเต่งตึงขึ้น เหมาะกับคนที่มือเหี่ยวหรือมีเส้นเลือดปูด
- ช่วยปรับรูปหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ : การฉีดฟิลเลอร์สามารถช่วยแก้ไขรูปหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ เช่น ฉีดเสริมคาง เสริมจมูก เสริมหน้าผาก กรอบหน้า เพื่อให้ใบหน้าได้สัดส่วนสวยงามมากขึ้น ช่วยดึงยกหน้า เช่น ฟิลเลอร์ยกหน้า ฟิลเลอร์โหนกแก้ม

ฉีดฟิลเลอร์ อันตรายไหม ?
ฟิลเลอร์แท้ที่เป็นสารเติมเต็มประเภท HA (Hyaluronic Acid) จะมีความปลอดภัยครับ สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา ทั้งของประเทศไทยและของสหรัฐอเมริกา (US FDA)

คนไข้สามารถฉีดฟิลเลอร์ได้อย่างมั่นใจ เพราะโดยปกติร่างกายมนุษย์จะมีไฮยาลูรอนอยู่แล้ว แต่จะลดน้อยลงเมื่ออายุมากขึ้น จึงได้มีการผลิตไฮยาลูรอนสังเคราะห์ขึ้นมา ในปัจจุบันนิยมใช้ในวงการแพทย์และทางด้านความงามอย่างแพร่หลาย
โดยส่วนตัวหมอให้การรักษาคนไข้ด้วยการฉีดฟิลเลอร์มากกว่า 10 ปี ก็ไม่พบปัญหาอะไร ข้อสำคัญคือคนไข้ฉีดฟิลเลอร์อะไร ใช้ฟิลเลอร์แท้หรือไม่ ฉีดกับใคร แพทย์ที่ฉีดมีประสบการณ์แค่ไหน หากคนไข้เลือกฉีดฟิลเลอร์แท้กับแพทย์ที่มีประสบการณ์ก็ไม่มีปัญหาหรืออันตรายตามมาครับ
การฉีดฟิลเลอร์ เหมาะกับใคร ?
- ผู้ที่มีปัญหาผิว ริ้วรอยร่องลึก บนใบหน้า เช่น ร่องใต้ตา ร่องแก้ม ร่องลึกมุมปาก
- ผู้ที่ต้องการแก้ไขปรับแต่งรูปหน้า เช่น ปรับรูปคางให้ยาวขึ้น เติมริมฝีปาก ปรับทรงจมูก หน้าผาก
- ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยจากวัยที่เพิ่มขึ้น มีถุงใต้ตา
- ผู้ที่ต้องการบำรุงผิวหน้าให้กลับมาคงความอ่อนเยาว์ สดใส เปล่งปลั่ง
- ผู้ที่มีปัญหารอยหลุมสิวและรูขุมขนกว้าง
- ผู้ที่ต้องการให้ผิวชุ่มชื้นดูฉ่ำน้ำ
ผู้ที่ไม่ควรฉีดฟิลเลอร์
- ผู้ที่มีประวัติแพ้ยาชา เนื่องจากฟิลเลอร์บางชนิดมียาชาผสมในตัวครับ หากคนไข้มีประวัติแพ้ยาชา หรือแพ้ยาอะไรก็ตาม ควรแจ้งแพทย์ให้ละเอียด เพื่อความปลอดภัย
- ผู้ที่มีประวัติการแพ้ฟิลเลอร์มาก่อน ภูมิคุ้มกันของร่างกายมีปฏิกิริยาต่อสารฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปภายในร่างกาย ซึ่งก่อให้เกิดอาการอักเสบของผิวหนัง
- ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ หรือ ให้นมบุตร (คุณแม่ให้นมบุตร จะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ว่าสามารถฉีดได้หรือไม่)
- ผู้ที่ปัญหาผิวหนัง บริเวณจุดที่ทำหัตถการ เนื่องจากอาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด เช่น ผู้ป่วยที่มีโรคเลือดออกง่าย เลือดหยุดยาก Bleeding Disorders หรือภาวะเลือดออกผิดปกติ
หลังฉีดฟิลเลอร์ กี่วันเห็นผลลัพธ์ ?
หลังฉีดฟิลเลอร์จะเห็นผลลัพธ์ทันทีประมาณ 70-80% ครับ คนไข้สามารถใช้หน้าได้ตามปกติ ไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น
ในบางรายหลังฉีดฟิลเลอร์อาจมีอาการบวมเล็กน้อยเป็นเรื่องปกติครับ ต้องรอให้ฟิลเลอร์ผสานเข้ากับผิวก่อน ซึ่งจะค่อย ๆ หายบวมไปเอง ประมาณ 4-5 วัน และเห็นผลลัพธ์ฟิลเลอร์เข้าที่ชัดเจน ประมาณ 2-3 สัปดาห์ครับ
ฉีดฟิลเลอร์ อยู่ได้นานแค่ไหน ?
การคงผลลัพธ์หลังการฉีดฟิลเลอร์อยู่ได้นานแค่ไหน ขึ้นอยู่ตำแหน่งที่ฉีด และยี่ห้อ/รุ่น ฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ครับ
ตัวอย่างการคงผลลัพธ์อยู่ได้นานแต่ละตำแหน่ง

ฟิลเลอร์ต่างรุ่น ต่างยี่ห้อจะมีลักษณะเนื้อฟิลเลอร์ต่างกัน ทั้งความคงตัว ความยืดหยุ่น การอุ้มน้ำ จึงเหมาะกับตำแหน่งฉีดที่ต่างกัน หมอจะวิเคราะห์ปัญหา ประเมินใบหน้า และแนะนำฟิลเลอร์ที่เหมาะกับแต่ละตำแหน่งที่ฉีดให้กับคนไข้แต่ละคน
ฉีดฟิลเลอร์ ตำแหน่งไหนได้บ้าง ?
การฉีดฟิลเลอร์บนใบหน้าสามารถฉีดได้หลายตำแหน่งครับ ขึ้นอยู่กับปัญหาของคนไข้แต่ละเคส ดังนี้
ฉีด Filler แต่ละตำแหน่งใช้กี่ CC ?
ปริมาณการฉีดฟิลเลอร์โดยทั่วไปจะมีจำนวน CC เฉลี่ยดังนี้

- ฟิลเลอร์ขมับ 2-4 CC
- ฟิลเลอร์แก้มส้ม 1-2 CC
- ฟิลเลอร์ปาก 1-2 CC
- ฟิลเลอร์คาง 1-2 CC
- ฟิลเลอร์ร่องแก้ม 1-3 CC
- ฟิลเลอร์ใต้ตา 2-4 CC
- ฟิลเลอร์หน้าผาก 3-5 CC
- ฟิลเลอร์จมูก 1 CC
การฉีดฟิลเลอร์แต่ละตำแหน่งจะใช้จำนวน CC ที่ต่างกันครับ ในเบื้องต้นหมอจะประเมินปัญหาใบหน้าโดยดูสาเหตุของปัญหา และความต้องการของคนไข้ เพื่อแก้ไขได้อย่างตรงจุด และประเมินปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้
หากสาเหตุเกิดจากการยุบตัวของกระดูกเนื่องจากอายุมากขึ้น ก็จะใช้จำนวน CC มากขึ้นตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคลครับ ในกรณีที่ฉีดไปแล้วยังไม่พอใจ สามารถทยอยฉีดได้เรื่อย ๆ จนกว่าจะได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม ไม่จำเป็นต้องเติมทีเดียวเยอะ ๆ ครับ
อ่านบทความแนะนำ
ฉีดฟิลเลอร์ ยี่ห้อไหนดี ?
ปัจจุบันมีฟิลเลอร์แท้ให้เลือกใช้หลายยี่ห้อ โดยฟิลเลอร์แท้ที่ได้รับความนิยมหลัก ๆ จะมี 4 ประเทศ คือ ฟิลเลอร์อเมริกา, ฟิลเลอร์สวีเดน, ฟิลเลอร์สวิตเซอร์แลนด์ และฟิลเลอร์อิตาลี
ฟิลเลอร์ Juvederm อเมริกา

ปัจจุบันฟิลเลอร์ Juvederm ผลิตออกมาหลายรุ่นครับ มีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน รวมถึงใช้เทคโนโลยีกระบวนการผลิตแตกต่างกันด้วยเพื่อให้แพทย์นำมาใช้ในแต่ละบริเวณอย่างเหมาะสม โดยที่ V Square Clinic นำมาใช้ทั้งหมด 5 รุ่น ดังนี้
- Juvederm Ultra Plus
ฟิลเลอร์ Juvederm Ultra Plus เป็นฟิลเลอร์เนื้อนิ่มและฟูมาก เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาร่องลึกต่าง ๆ ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงตามวัย สามารถใช้เติมเต็ม ปรับรูปหน้า ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ นิยมใช้บริเวณริมฝีปาก, ร่องแก้ม, ขมับ คงผลลัพธ์อยู่ได้นาน 8 เดือน
- Juvederm Voluma
ฟิลเลอร์ Juvederm Voluma เป็นฟิลเลอร์เนื้อแน่น ฟูปานกลาง เนื้อเจลมีโมเลกุลขนาดใหญ่ มีความยืดหยุ่นสูง เหมาะสำหรับการเติมใต้ตา, คาง, ขมับ, ปาก, ร่องแก้ม คงผลลัพธ์อยู่ได้นาน 18 เดือน
- Juvederm Volite
ฟิลเลอร์ Juvederm Volite ปัจจุบันพัฒนาเป็น Skinvive by Juvederm ฟิลเลอร์เนื้อฉ่ำ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น และปรับสภาพผิว นิยมใช้ฉีดริมฝีปาก เพื่อเพิ่มความอวบอิ่ม หรือฉีดใต้ตา เหมาะกับคนผิวบางแต่ไม่มากเกินไป คงผลลัพธ์อยู่ได้นาน 8-12 เดือน
- Juvederm Volift
ฟิลเลอร์ Juvederm Volift เป็นฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม เหมาะสำหรับคนผิวบาง นิยมฉีดปาก, แก้มตอบ, มุมปาก, ร่องแก้ม,หว่างคิ้ว คงผลลัพธ์อยู่ได้นาน 12 เดือน
- Juvederm Volux
ฟิลเลอร์ Juvederm Volux ฟิลเลอร์เนื้อทน มีโมเลกุลขนาดใหญ่ จึงมีความยืดหยุ่นสูง ปั้นทรงสวย และคงรูปได้ดีที่สุด เหมาะสำหรับฉีดคาง, ใต้ตา, ขมับ, ร่องแก้มชั้นลึก คงผลลัพธ์อยู่ได้นาน 18-24 เดือน
ฟิลเลอร์ Restylane สวีเดน

ฟิลเลอร์ Restylane ที่ได้รับอนุญาตจาก อย. ให้ทำการฉีดรักษาได้ในประเทศไทยอย่างถูกต้อง ณ ปัจจุบันมีดังนี้
- Restylane Defyne
ฟิลเลอร์ Restylane Defyne เป็นฟิลเลอร์เนื้อทน มีความนิ่มปานกลาง และมีความยืดหยุ่นสูง เหมาะสำหรับฉีดเพื่อแก้ไขปัญหาร่องลึกที่เกิดจากการยุบตัวของกระดูกในผิวชั้นลึก เช่น เติมเต็มร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ฉีดเสริมโหนกแก้ม คงผลลัพธ์อยู่ได้นาน 18 เดือน
- Restylane Perlane Lyft
ฟิลเลอร์ Restylane Perlane Lyft เป็นฟิลเลอร์เนื้อแน่น มีความคงตัวสูง หลังฉีดไม่ฟูมาก คงรูปได้ดี เหมาะสำหรับฉีด ใต้ตา/จมูก/คาง คงผลลัพธ์อยู่ได้นาน 12 เดือน
- Restylane Vital Light
ฟิลเลอร์ Restylane Vital Light เป็นฟิลเลอร์เนื้อฉ่ำ เนื้อเจลอนุภาคเล็ก มีความละเอียดที่สุด เหมาะสำหรับฟื้นฟูผิว หรือใช้ฉีดเก็บรายละเอียดบริเวณริ้วรอยใต้ตา หรือริมฝีปาก คงผลลัพธ์อยู่ได้นาน 6-12 เดือน
- Restylane Vital
ฟิลเลอร์ Restylane Vital เป็นฟิลเลอร์เนื้อละเอียด เกลี่ยง่าย เหมาะสำหรับฉีดใต้ตา หน้าผาก ให้ผลเรียบเนียน เป็นธรรมชาติ คงผลลัพธ์อยู่ได้นาน 12 เดือน
- Restylane Classic
ฟิลเลอร์ Restylane Classic เป็นฟิลเลอร์เนื้อแน่น มีเจลอนุภาคใหญ่ ออกแบบมาสำหรับแก้ปัญหาริ้วรอยระดับปานกลางถึงมาก เก็บรายละเอียดในผิวชั้นลึกสำหรับคนผิวบาง เหมาะกับการฉีดร่องตื้น เช่น ร่องแก้มตื้น ๆ ร่องรอยขมวดคิ้ว ใต้ตา ปาก เป็นต้น คงผลลัพธ์อยู่ได้นาน 12 เดือน
- Restylane Volyme
ฟิลเลอร์ Restylane Volyme เป็นฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม มีความยืดหยุ่นสูง นิยมฉีดเพื่อเติมชั้นผิวให้มีความอิ่มฟูขึ้น ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ หรือฉีดเพื่อเติมเต็มรองลึก เช่น ร่องแก้ม, ขมับ,ร่องน้ำหมาก คงผลลัพธ์อยู่ได้นาน 18 เดือน
- Restylane Refyne
ฟิลเลอร์ Restylane Refyne เป็นฟิลเลอร์เนื้อละเอียด มีความยืดหยุ่นสูง เหมาะสำหรับแก้ปัญหาริ้วรอยลึกที่เกิดจากการแสดงสีหน้า เน้นการเติมเต็มริ้วรอยเล็ก ๆ เช่น ปาก, ร่องแก้ม, มุมปาก คงผลลัพธ์อยู่ได้นาน 12 เดือน
- Restylane Kysse
ฟิลเลอร์ Restylane Kysse เป็นฟิลเลอร์เนื้อละเอียด แต่มีความคงตัว ออกแบบมาเพื่อฉีดเติมริมฝีปากโดยเฉพาะ ช่วยสร้างขอบริมฝีปากที่ชัดเจนให้ความชุ่มชื้นและความอวบอิ่ม คงผลลัพธ์อยู่ได้นาน 12 เดือน
ฟิลเลอร์ Belotero สวิตเซอร์แลนด์

ฟิลเลอร์ Belotero จากสวิสเซอร์แลนด์ มีจุดเด่นที่โมเลกุลมีความยืดหยุ่นสูง ปั้นทรงสวย และให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ รวมถึงกล่องที่มักมีสีสันสดใส จนได้ชื่อว่าเป็น Colorful Filler ครับ สำหรับรุ่นที่ผ่านการรับรองจากอย.ไทย มีดังนี้
- Belotero Intense
ฟิลเลอร์ Belotero Intense เป็นฟิลเลอร์เนื้อทน ยืดหยุ่นสูง นิยมใช้แก้ปัญหาร่องลึกมาก ๆ ที่เกิดจากการยุบตัวของผิวหนัง อันเนื่องจากภาวะ Aging Process หรืออายุที่มากขึ้นได้ เหมาะสำหรับฉีด ร่องแก้ม, เติมแก้มตอบ, คาง คงผลลัพธ์อยู่ได้นาน 18 เดือน
- Belotero Volume
ฟิลเลอร์ Belotero Volume เป็นฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม มีความคงตัวและมีความยืดหยุ่นสูง ช่วยแก้ปัญหาใต้ตา ที่เกิดจากเส้นเอ็นรอบดวงตา (Retaining Ligament) หย่อนคล้อย จนทำให้เบ้าตาดูลึก ตาโหล เหมาะสำหรับฉีดเสริมกระดูกใต้ตาชั้นลึก เพื่อให้ใต้ตาดูเต็มขึ้น คงผลลัพธ์อยู่ได้นาน 18 เดือน
- Belotero Soft
ฟิลเลอร์ Belotero Soft เป็นฟิลเลอร์เนื้อละเอียด เหมาะสำหรับฉีดใต้ตาเพื่อเก็บรายละเอียดริ้วรอยใต้ตาเล็ก ๆ ฉีดแล้วไม่เป็นก้อน คงผลลัพธ์อยู่ได้นาน 6-12 เดือน
- Belotero Revive
ฟิลเลอร์ Belotero Revive เป็นฟิลเลอร์เนื้อฉ่ำ มีส่วนประกอบของกลีเซอรอล ช่วยเพิ่มและกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิว ช่วยบำรุงผิวอิ่มน้ำ ฉ่ำวาว ดูเปล่งปลั่ง และลดริ้วรอยเล็ก ๆ ในผิวชั้นตื้น เหมาะฉีดใต้ตา/ปรับสภาพผิวหน้า/ปาก/ลำคอ/หลังมือ คงผลลัพธ์อยู่ได้นาน 6-9 เดือน
ฟิลเลอร์ Teoxane สวิตเซอร์แลนด์

ฟิลเลอร์ Teoxane เป็นฟิลเลอร์น้องใหม่จากสวิตเซอร์แลนด์ มีจุดเด่นที่โมเลกุลของฟิลเลอร์ใกล้เคียงกับ HA ตามธรรมชาติในผิว ให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ บวมน้อยหลังฉีด ซึ่งที่ V Square Clinic มีให้บริการหลายรุ่นครับ เช่น
- Teoxane RHA 1
ฟิลเลอร์ Teoxane RHA 1 เป็นฟิลเลอร์เนื้อละเอียด ยืดหยุ่นสูง เหมาะสำหรับคนที่ผิวบาง ช่วยปรับสภาพผิวหน้า เติมความชุ่มชื้นใต้ตาและริมฝีปาก คงผลลัพธ์อยู่ได้นาน 12 เดือน
- Teoxane RHA 2
ฟิลเลอร์ Teoxane RHA 2 เป็นฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม ยืดหยุ่น ทนต่อแรงขยับได้ดี เหมาะสำหรับเติมเต็มแก้ไขปัญหาริ้วรอยบนผิว คงผลลัพธ์อยู่ได้นาน 18 เดือน
- Teoxane RHA 3
ฟิลเลอร์ Teoxane RHA 3 เป็นฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม แต่ค่อนข้างแน่น ทนต่อแรงขยับได้ดี เรียบเนียน ไม่เป็นก้อน คงผลลัพธ์อยู่ได้นาน 18 เดือน
- Teoxane RHA 4
ฟิลเลอร์ Teoxane RHA 4 เป็นฟิลเลอร์เนื้อแน่น ยืดหยุ่นสูง ปั้นทรงง่าย ใช้เติมเต็มรองลึก ปรับโครงสร้างใบหน้า ให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ คงผลลัพธ์อยู่ได้นาน 15-18 เดือน
- Teoxane Ultra Deep
ฟิลเลอร์ Teoxane Ultra Deep เป็นฟิลเลอร์เนื้อแน่น ปั้นทรงง่าย มีความคงตัวสูง เคลื่อนที่ยาก ใช้ปรับโครงสร้างใบหน้าได้ดี คงผลลัพธ์อยู่ได้นาน 18 เดือน
- Teoxane Redensity 1
ฟิลเลอร์ Teoxane Redensity 1 เป็นฟิลเลอร์ชนิดงานผิว เพื่อการบำรุงและฟื้นฟูผิวหน้า เหมาะสำหรับการเพิ่มความชุ่มชื้นและความสดใสให้กับผิว ช่วยลดริ้วรอยเล็ก ๆ บนใบหน้า คงผลลัพธ์อยู่ได้นาน 3 เดือน
- Teoxane Redensity 2
ฟิลเลอร์ Teoxane Redensity 2 เป็นฟิลเลอร์เนื้อละเอียด เนียน ไม่เป็นก้อน เหมาะเติมร่องใต้ตา ลดความหมองคล้ำ ให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ คงผลลัพธ์อยู่ได้นาน 12 เดือน
ฟิลเลอร์ Definisse อิตาลี

ฟิลเลอร์ Definisse เป็นฟิลเลอร์จากอิตาลี มีจุดเด่นที่คงตัวได้ดี ปรับทรงง่าย นิยมฉีดเพื่อยกกระชับ หรือรูปหน้า ปัจจุบันที่ได้รับการรับรองจาก อย.ไทย เรียบร้อยแล้ว และมีใช้อยู่ทั้งหมด 3 รุ่น ดังนี้
- Definisse Restore
ฟิลเลอร์ Definisse Restore เป็นฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม มีความแข็งปานกลาง เหมาะกับการเติมริ้วรอยร่องลึก ริ้วรอยหย่อนคล้อยตามวัย เติมร่องแก้ม ร่องมุมปาก คงผลลัพธ์อยู่ได้นาน 12 เดือน
- Definisse Core
ฟิลเลอร์ Definisse Core เป็นฟิลเลอร์เนื้อแน่น เหมาะกับการเสริมกระดูก ปรับรูปหน้า เติม Mid-face คาง กรอบหน้า คงผลลัพธ์อยู่ได้นาน 18 เดือน
- Definisse Touch
ฟิลเลอร์ Definisse Touch เป็นฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม เนียนละเอียด แต่ขึ้นรูปได้ดี นิยมฉีดบริเวณใต้ตา ร่องแก้ม ร่องมุมปาก หรือปรับทรงปาก คงผลลัพธ์อยู่ได้นาน 8-12 เดือน
ฟิลเลอร์ Jalor อิตาลี

ฟิลเลอร์ Jalor น้องใหม่จากอิตาลี มีจุดเด่นที่เนื้อเจลมีความละเอียด ฉีดแล้วกลืนกับผิวได้ดี ดูเรียบเนียนเป็นธรรมชาติ สำหรับที่ V Square Clinic มีให้บริการทั้งหมด 3 รุ่น ดังนี้
- Jalor Sweet Deep
ฟิลเลอร์ Jalor Sweet Deep เป็นฟิลเลอร์เนื้อปานกลางถึงแน่นมาก เหมาะสำหรับฉีดเพื่อปรับรูปร่างใบหน้า เช่น คาง ขอบกราม ขมับ หรือหน้าแก้ม ไม่ Overfill หน้าไม่บวม กลมกลืนธรรมชาติ คงผลลัพธ์อยู่ได้นาน 18 เดือน
- Jalor Sweet Touch
ฟิลเลอร์ Jalor Sweet Touch เป็นฟิลเลอร์เนื้อนิ่มปานกลาง เมื่อฉีดแล้วได้ความละมุน เนื้อเรียบเนียนกลมกลืนไปกับผิว เป็นทรงสวยธรรมชาติ นิยมเติมใต้ตา คงผลลัพธ์อยู่ได้นาน 9 เดือน
- Jalor Sweet Kiss
ฟิลเลอร์ Jalor Sweet Kiss เป็นฟิลเลอร์เนื้อนิ่มปานกลาง เหมาะสำหรับฉีดปาก นอกจากนี้สามารถนำมาฉีดตำแหน่งอื่น ๆ เช่น ขมับ หน้าผาก ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก เมื่อฉีดแล้วได้ความละมุน เนื้อเรียบเนียนกลมกลืนไปกับผิว เป็นทรงสวยดูธรรมชาติ คงผลลัพธ์อยู่ได้นาน 12 เดือน
นอกจากนี้ ยังมีฟิลเลอร์สัญชาติเกาหลี เช่น Lorient Filler, Neuramis Filler และ Flore Filler ซึ่งเริ่มได้รับความนิยม เพราะมีราคาย่อมเยา แต่ผลลัพธ์จะอยู่ได้สั้นกว่ากลุ่มที่หมอได้อธิบายไปก่อนหน้านี้ครับ ในการตัดสินใจว่าจะใช้ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี ก็จำเป็นต้องให้แพทย์ประเมินจากปัญหา และความคาดหวังของคนไข้ร่วมด้วย
สามารถศึกษาข้อมูลฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อ รุ่น ได้ที่บทความ ฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี ? ฉีดตำแหน่งไหน ใช้ยี่ห้ออะไร รุ่นอะไรดีสุด ? [อัปเดตล่าสุด]
ฉีดฟิลเลอร์เจ็บไหม ต้องใช้ยาชาหรือไม่ ?
ในขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์คนไข้จะรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อยครับ รวมถึงในฟิลเลอร์หลาย ๆ รุ่นจะมียาชาผสมอยู่ ขณะฉีดคนไข้จะไม่รู้สึกเจ็บครับ
ขณะเดียวกันในขั้นตอนการฉีด จะมีการประคบเย็น หรือหากใครกลัวมาก ๆ สามารถแปะยาชาเพิ่มได้ครับ ก็ช่วยลดความเจ็บขณะฉีดฟิลเลอร์ได้ โดยที่คนไข้ไม่ต้องเป็นกังวล
การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์
- ก่อนฉีดฟิลเลอร์ มียาและวิตามินบางชนิดที่ควรงดก่อนฉีดฟิลเลอร์ แอสไพริน, NSAIDs, วิตามิน St. Johns Wort, ginko biloba, primrose oil, garlic, ginseng และ Vitamin E
- ควรงดยาผลัดเซลล์ผิว การดึงหรือโกนขนบริเวณที่จะฉีดฟิลเลอร์
- งดคอร์สเลเซอร์และนวดหน้าอย่างน้อย 3 วัน ก่อนฉีด
- หากมีโรคประจำตัวหรือยาที่ต้องรับประทานประจำควรแจ้งแพทย์ก่อนทำทุกครั้ง
- แพทย์จะพิจารณาให้กินยาห้ามเลือดหรือฉีดยาลดบวมในบางเคส เพื่อลดความเสี่ยงในการบวมช้ำ อักเสบติดเชื้อ
- สามารถแจ้งเพื่อขอแปะยาชาก่อนฉีดฟิลเลอร์ได้ และหมอจะฉีดยาชาในจุดนั้น ๆ ให้ด้วย

ข้อห้ามและการปฏิบัติตัวหลังฉีดฟิลเลอร์
- หลีกเลี่ยงการแตะ แกะ เกาและกดนวดในจุดที่ฉีด อาจมีอาการบวมแดงหรือเขียวช้ำเป็นปกติ จะค่อย ๆ ดีขึ้นใน 2-3 วัน (หากหลังจาก 3 วันไปแล้ว มีอาการบวมมากขึ้นให้ติดต่อกลับมาที่คลินิกเพื่อรับยากินเพิ่มครับ)
- หากก่อนทำไม่ได้กินยาฆ่าเชื้อ หลังทำควรรีบกินยาฆ่าเชื้อทันที นอกจากนี้ยังมียาแก้ปวด ลดบวมกลับไปให้ทานด้วยครับ
- ควรอยู่ในที่อากาศเย็น หลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิดและกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดงอย่างน้อย 48 ชม. เช่น ซาวน่า ออกกำลังกายหนัก ตากแดด
- ให้งดเลเซอร์ร้อนที่ลงผิวชั้นลึกทุกชนิดอย่างน้อย 1 เดือน
- อย่าขยับผิวในจุดที่ทำมากโดยเฉพาะช่วง 3 วันแรก เพราะอาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนได้ครับ
- ควรงดทานอาหารบางอย่างที่ส่งผลต่อการอักเสบ บวมและทำให้ฟิลเลอร์เข้าที่ช้า ดังนี้ครับ
- เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด
- อาหารที่ต้องนั่งหน้าเตาร้อน ๆ หมูกระทะ ชาบู
- อาหารหมักดอง อาหารที่เผ็ดมาก ๆ จนหน้าแดง อาหารหวานจัดและอาหารดิบจากร้านที่ไม่สะอาด
- งดสูบบุหรี่ เพราะจะทำให้ยุบบวมช้าและส่งผลต่อผลการรักษาให้อยู่ได้สั้นลงด้วยครับ

เปรียบเทียบการฉีดฟิลเลอร์ vs ฉีดไขมัน ต่างกันอย่างไร ?
การฉีดฟิลเลอร์และการฉีดไขมัน มีข้อแตกต่างหลายด้าน แม้ว่าจะมีเป้าหมายคล้าย ๆ กันคือ การเติมเต็มเพื่อคืนความอ่อนเยาว์ โดยสามารถเปรียบเทียบความแตกต่างได้ดังนี้

ทั้งการเลือกทำหัตถการใดจะขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ งบประมาณ และความต้องของแต่ละบุคคลร่วมกับการประเมินความเหมาะสม และความปลอดภัยร่วมกับแพทย์ครับ
ฉีดฟิลเลอร์แล้วไม่เห็นผล เกิดจากอะไร ?
การฉีดฟิลเลอร์แล้วไม่เห็นผล เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุครับ หลัก ๆ คือ แพทย์ไม่มีประสบการณ์มากพอ ประเมินการใช้ปริมาณฟิลเลอร์ไม่เหมาะสม รวมถึงไม่มีเทคนิคการฉีดที่ถูกต้อง ทำให้ผลลัพธ์หลังฉีดฟิลเลอร์จึงออกมาไม่เห็นผล หรือไม่ตรงตามที่คนไข้คาดหวังครับ
ฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อน เกิดจากอะไร ?
ปัญหาการฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อนบวม เกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น ฟิลเลอร์ที่ใช้อาจเป็นฟิลเลอร์ปลอม ที่ไม่ใช่ HA หรือใช้ฟิลเลอร์แท้ แต่ประเมินปริมาณฟิลเลอร์ไม่เหมาะสม ใช้มากไป ใช้ผิดรุ่น เนื้อฟิลเลอร์ไม่เหมาะสมกับจุดที่ฉีด
สุดท้ายคือตัวแพทย์ผู้ฉีดครับ จุดนี้สำคัญมาก ๆ หากแพทย์ไม่มีประสบการณ์ ไม่มีเทคนิคการฉีดที่ถูกต้อง แนะนำรุ่น ยี่ห้อ และปริมาณไม่เหมาะสม ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นก้อนไม่สวยงาม

อ่านบทความแนะนำ
การฉีดสลายฟิลเลอร์ ทำกรณีไหน ?
การฉีดสลายฟิลเลอร์ คือใช้ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase : HYAL) ฉีดสลายฟิลเลอร์ในตำแหน่งที่ต้องการ ทำในเคสที่ไม่พอใจในผลลัพธ์ หรือฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อนครับ

สารไฮยาลูโรนิเดส สามารถสลายได้เฉพาะฟิลเลอร์ที่เป็น HA เท่านั้นครับ โดยแพทย์จะคำนวณตัวยาที่ใช้ฉีดจากปริมาณฟิลเลอร์ที่ฉีดมา เพื่อให้ได้ปริมาณยาสลายที่เหมาะสม ตัวยาจะไม่กระทบเนื้อเยื่อส่วนอื่น ๆ หลังฉีดสลายจะเห็นผลทันทีในบางส่วน และจะเห็นผลต่อเนื่องใน 1-3 วัน หากต้องการฉีดฟิลเลอร์เพิ่ม ควรเว้นระยะเวลา 1 สัปดาห์ หลังฉีดสลายไปแล้ว
ในกรณีที่พลาดฉีดฟิลเลอร์ปลอม วิธีการแก้ไขจำเป็นต้องขูด หรือผ่าตัดฟิลเลอร์ปลอมออกมาครับ และเมื่อขูดแล้วอาจไม่สามารถเอาออกได้หมด จะได้เพียง 60-70% เท่านั้น จึงไม่ควรฉีดฟิลเลอร์ปลอมเด็ดขาด

อันตรายจากการฉีดฟิลเลอร์ปลอม
ความอันตรายของฟิลเลอร์ปลอม อยู่ที่เมื่อฉีดเข้าไปแล้วจะทำให้เกิดการอักเสบ ติดเชื้อ ผิวหนังแพ้เป็นผื่นแดง คัน เกิดการอุดตันในเส้นเลือด
บ้างเกาะแน่นกับกระดูกหรือฟิลเลอร์ไหลลง ทำให้ใบหน้าเสียทรง ที่ผ่านมาจะเห็นข่าวคนไข้ฉีดแล้วคางอักเสบ จมูกเน่า หรือ อาจรุนแรงถึงขั้นตาบอด นับเป็นความสูญเสียที่ไม่ควรเสี่ยงครับ

เนื่องจากการฉีดฟิลเลอร์ได้รับความนิยมมากขึ้น ทำให้มีการนำฟิลเลอร์ปลอมเข้ามาในตลาดความงามซึ่งมักมีราคาถูกล่อตาล่อใจ รวมถึงยังมีคลินิกเสริมความงามที่ไม่ได้มาตรฐานเปิดให้บริการอยู่มาก ฉีดโดยหมอปลอม ทำให้หลายคนตัดสินใจผิดพลาดและหลงฉีดฟิลเลอร์ปลอมโดยไม่รู้ตัว

ฟิลเลอร์ปลอม ที่พบได้บ่อย ๆ ตามข่าว คือ ซิลิโคนเหลว เป็นสารที่ไม่สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ เมื่อเผลอฉีดเข้าไปแล้วจะอยู่ถาวร จับตัวเป็นก้อน ต้องเอาออกด้วยวิธีการผ่าตัดหรือขูดออกเท่านั้น ส่วนฟิลเลอร์แท้ จะเป็น HA (Hyaluronic Acid) ที่สามารถย่อยสลายได้เอง 100% ภายในระยะเวลา 1-2 ปีมีความปลอดภัยสูง
อ่านบทความแนะนำ
ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี วิธีดูคลินิกที่ได้มาตรฐาน

- ฉีดฟิลเลอร์กับคลินิกที่เปิดให้บริการอย่างถูกต้อง มีการจดทะเบียนตามกฎหมาย มีการแสดงภาพถ่าย ชื่อ และเลขที่ใบอนุญาตของผู้ประกอบการไว้ในที่เห็นได้ชัดเจน และแพทย์ผู้ทำการรักษาต้องเป็นคนเดียวกับป้ายที่ติดไว้
- ฉีดฟิลเลอร์กับคลินิกที่ใช้ฟิลเลอร์แท้เท่านั้น ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดีควรเลือกฟิลเลอร์แท้ ชนิด HA (Hyaluronic Acid) แท้ที่ผ่าน อย. เพราะสามารถย่อยสลายได้ 100% ภายในระยะเวลา 1-2 ปี หากฉีดแล้วไม่พอใจก็ฉีดสลายได้ หรือฉีดเพิ่มได้เรื่อย ๆ ไม่มีผลข้างเคียง
- เลือกฉีดฟิลเลอร์กับแพทย์ที่มีประสบการณ์ รู้กายวิภาคบนใบหน้า เพราะแพทย์ที่มีประสบการณ์จะสามารถประเมินและแก้ไขปัญหาใบหน้าได้ตรงจุด

หมอประเมินใบหน้า ก่อนฉีดฟิลเลอร์
ที่ V Square Clinic จะเลือกใช้เฉพาะฟิลเลอร์แท้แบรนด์ระดับโลก ที่ผ่าน อย. และนำเข้าในประเทศไทยอย่างถูกต้องเท่านั้น ฉีดโดยทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์สูง ในการฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า ปัจจุบันได้รับความไว้วางใจจากคนไข้ และดารา-เซเลบริตี้ใช้บริการจำนวนมาก และเปิดให้บริการครอบคลุมทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑลครับ

คลิกดูรายชื่อคลินิกฉีดฟิลเลอร์ ที่ไหนดี
โปรโมชันฉีดฟิลเลอร์ ราคาปี 2026
ราคาการฉีดฟิลเลอร์ จะขึ้นอยู่กับยี่ห้อและตำแหน่งที่ฉีด สำหรับที่ V Square Clinic โปรโมชันฉีดฟิลเลอร์เริ่มต้นที่ 7,490.- คลิกดูรายละเอียดได้ครับ
ดูรีวิวฉีดฟิลเลอร์ เปรียบเทียบก่อน-หลัง
ฉีดฟิลเลอร์ทุกครั้งต้อง V Square Clinic | พี่พีช EatLaek
เคล็ดลับเติมความชุ่มชื้นใต้ตา ร่องลึกตื้นขึ้น ยกกระชับดูอ่อนเยาว์
คลิกดูรีวิวฉีดฟิลเลอร์ กับ V Square Clinic
Q&A ตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์
หลังฉีดฟิลเลอร์ ล้างหน้าได้ไหม ?
หลังฉีดฟิลเลอร์ใน 3 ชั่วโมงแรกจะยังมีรอยเข็มอยู่บ้างครับ หากต้องการล้างหน้าสามารถทำได้ โดยควรโดนน้ำได้ไม่เกิน 15 นาที ล้างด้วยสบู่อ่อน ๆ ครับ
หลังฉีดฟิลเลอร์ แต่งหน้าได้ไหม ?
หลังฉีดฟิลเลอร์สามารถแต่งหน้าได้ตามปกติครับ แต่ควรงดทาครีมบริเวณรอยเข็ม 1 คืน จากนั้นสามารถทาครีมทับบริเวณรอยเข็มได้ และแต่งหน้าทับได้
หลังฟิลเลอร์สลายแล้ว จะทำให้หน้ายิ่งเหี่ยวหนักกว่าเดิม จริงหรือไม่ ?
จริง ๆ แล้วหลังฟิลเลอร์สลายตามธรรมชาติ คอลลาเจนและอิลาสตินของร่างกายก็จะยังคงอยู่ สภาพผิวก็จะดีกว่าตอนที่ยังไม่ได้ฉีดฟิลเลอร์ ไม่ได้เหี่ยวหนักกว่าเดิม
เพราะฟิลเลอร์มีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำ เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว เมื่อฉีดฟิลเลอร์เข้าสู่ผิวจะทำให้ผิวมีความชุ่มชื้นและมีน้ำไปหล่อเลี้ยงมากขึ้นกว่าเดิม คอลลาเจนและอิลาสตินก็จะถูกสร้างขึ้นใหม่ด้วยเช่นกัน
ทำไมราคาฉีดฟิลเลอร์แต่ละคลินิกถึงแตกต่างกัน ?
ในแต่ละคลินิกจะทำราคาฉีดฟิลเลอร์ต่างกันเกิดจากหลายปัจจัย เช่น ยี่ห้อฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ หรือแม้แต่จะฟิลเลอร์ยี่ห้อเดียวกันแต่ราคาต่างกัน ก็ขึ้นอยู่กับค่าฝีมือแพทย์ หากเป็นหมอที่ประสบการณ์สูง ราคาก็จะแพงขึ้น เป็นการการันตีผลลัพธ์และความปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการดูแลติดตามผลหลังฉีด มาตรฐานการบริการของคลินิก

การฉีดฟิลเลอร์จำเป็นอาศัยฝีมือแพทย์ โดยเฉพาะการฉีดฟิลเลอร์ยกหน้า ปรับรูปหน้า แก้ไขความชรา การฉีดฟิลเลอร์กับแพทย์ที่ชำนาญ มีประสบการณ์สูง ๆ มีเทคนิคที่ถูกต้อง จะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี มีประสิทธิภาพ บางครั้งผลลัพธ์ที่ได้ไม่แพ้การผ่าตัดเลยครับ และยังมีความปลอดภัย ไม่เสี่ยงเกิดผลข้างเคียง”
สรุป ฉีดฟิลเลอร์ ปลอดภัย ภายใต้การดูแลของแพทย์
การฉีดฟิลเลอร์เป็นหัตถการที่ต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ในการรักษาเป็นอย่างสูง เพราะฉะนั้นความชำนาญและประสบการณ์ของแพทย์ ทั้งในด้านฝีมือ การเลือกใช้ฟิลเลอร์ให้เหมาะกับแต่ละเคส จึงเป็นปัจจัยสำคัญมาก ๆ ในการตัดสินใจเลือกฉีดฟิลเลอร์ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัยครับ








































