ฉีดฟิลเลอร์ปรับสภาพผิว อยากผิวโกลว์ ผิวฉ่ำ สุขภาพดี ฉีดยี่ห้อไหนดี อยู่ได้นานแค่ไหน ?

Categories
ฉีดฟิลเลอร์
ฉีดฟิลเลอร์ปรับสภาพผิว

ฟิลเลอร์ปรับสภาพผิว

เทรนด์ผิวโกลว์ ผิวฉ่ำ สุขภาพดีกำลังได้รับความนิยมครับ  ซึ่งการมีผิวสุขภาพดี ฉ่ำวาว นอกจากการดูแลตัวเองแล้ว ก็ต้องอาศัยตัวช่วยครับ ด้วยการ “ฉีดฟิลเลอร์ปรับสภาพผิว” ที่ถือเป็นตัวช่วยที่ดี เห็นผลลัพธ์เร็ว และมีความปลอดภัยสูง 

ฟิลเลอร์ปรับสภาพผิว คืออะไร ? ต่างจากการฉีดฟิลเลอร์ทั่วไปหรือไม่ ? ผลลัพธ์หลังทำดีอย่างไร ? ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ? เหมาะกับใคร ? ต้องใช้ปริมาณฟิลเลอร์กี่ CC ?  หลังอยู่ได้นานไหม ? ใครที่อยากมีผิวหน้าฉ่ำวาว สุขภาพดีแบบสาวเกาหลี ห้ามพลาดบทความนี้ครับ 

สารบัญ ฟิลเลอร์ปรับสภาพผิว

  1. ฟิลเลอร์ปรับสภาพผิว คือ ฟิลเลอร์ที่ฉีดเพื่อการเติมเต็มไหม ?
  2. สงสัยกันไหม ? สภาพผิวแบบไหนต้องปรับด้วยการฉีดฟิลเลอร์
  3. ฉีดฟิลเลอร์ปรับสภาพผิว เพื่อช่วยรักษา บำรุง หรือเติมเต็ม
  4. แต่ละตำแหน่งใช้ฟิลเลอร์ปรับสภาพผิว แตกต่างกันไหม ?
  5. ฟิลเลอร์ปรับสภาพผิว ยี่ห้อไหน เหมาะกับตำแหน่งไหน อย่างไรบ้าง
  6. ฉีดฟิลเลอร์ปรับสภาพผิว แต่ละตำแหน่งให้ผลลัพธ์แตกต่างกันไหม ?
  7. ฉีดฟิลเลอร์ปรับสภาพผิว แต่ละตำแหน่ง ใช้เวลาเห็นผลต่างกันไหม ?
  8. อยากปรับสภาพผิวให้ชุ่มชื้น อิ่มฟู ด้วยวิธีอื่นได้ไหม ?
  9. ไม่ว่าจะฉีดฟิลเลอร์ หรือปรับสภาพผิวแบบไหน ให้ V Square Clinic ดูแล

ฟิลเลอร์ปรับสภาพผิว คือ ฟิลเลอร์ที่ฉีดเพื่อการเติมเต็มไหม ? 

ฟิลเลอร์ปรับสภาพผิว คือ การฟื้นฟูผิวด้วยฟิลเลอร์ หรือ หลาย ๆ คนเรียกกันว่า HA Skin Booster เป็นการใช้สารเติมเต็ม Hyaluronic Acid หรือ HA ความเข้มข้นสูง โมเลกุลเล็ก หรือฟิลเลอร์รุ่นที่มีลักษณะเนื้อละเอียด บางเบา มาฉีดเข้าสู่ใต้ผิวหนัง แบบกระจายตัว 

การฉีดฟิลเลอร์ปรับสภาพผิว

การฉีดฟิลเลอร์ปรับสภาพผิว หรือฟิลเลอร์งานผิว จะใช้ตัวยาฟิลเลอร์ที่เป็นฟิลเลอร์เหมือนฟิลเลอร์ที่ใช้ฉีดเพื่อการเติมเต็มครับ แต่จะต้องเป็นยี่ห้อ /รุ่นที่เป็นเนื้อละเอียด ที่ฉีดแล้วสามารถกระจายตัวและแทรกซึมเข้าสู่ผิวอย่างรวดเร็ว (มีโมเลกุล Non animal stabilized hyaluronic acid ) ถึงจะช่วยกักเก็บและเพิ่มความชุ่มชื้น ฟื้นฟูผิว กระตุ้นคอลลาเจน ปรับสภาพผิวแห้ง ผิวขาดน้ำ ให้ฉ่ำวาว อิ่มฟูได้ 

ฟิลเลอร์ปรับสภาพผิวเนื้อละเอียด

นอกจากเรื่องของ ยี่ห้อ/รุ่น ของฟิลเลอร์ แล้วหัวใจสำคัญของการฉีดฟิลเลอร์ปรับสภาพผิวแล้ว ยังขึ้นอยู่กับเทคนิคการฉีด ซึ่งต้องอาศัยหลายเทคนิคที่ต่างไปจากการฉีดฟิลเลอร์เติมเต็มปรับรูปหน้า จากตัวแพทย์ผู้ฉีดเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาผิวพรรณของคนไข้ในแต่ละเคสที่แตกต่างกันไปได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ 


สงสัยกันไหม ? สภาพผิวแบบไหนต้องปรับด้วยการฉีดฟิลเลอร์

การฉีดฟิลเลอร์ปรับสภาพผิวสามารถทำได้กับผู้ที่ต้องมีสุขภาพผิวที่ดีอยู่เสมอครับ ไม่จำเป็นต้องรอให้ผิวมีปัญหา หรือในผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าแห้ง หยาบกร้าน การฉีดฟิลเลอร์ปรับสภาพผิว ถือเป็นวิธีการช่วยแก้ปัญหาผิวได้เป็นอย่างดี โดยหลังทำจะช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้น อิ่มน้ำ ฉ่ำวาว ผิวสดใส สุขภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนั้นยังช่วยเติมเต็มหลุมสิวตื้นขึ้น แก้ปัญหารูขุมขนกว้าง และริ้วรอย ฟื้นฟูผิวให้เรียบเนียนมากขึ้น

ฟิลเลอร์ปรับสภาพผิว ฉีดตำแหน่งไหนได้บ้าง ? 

ฟิลเลอร์ปรับสภาพผิว สามารถฉีดได้ทั้งบริเวณทั่วใบหน้า และยังสามารถฉีดหลังมือ เพื่อให้ผิวบริเวณที่ฉีดดูอ่อนเยาว์  หรือหากมีจุดไหนที่ต้องการเน้นพิเศษ ก็สามารถฉีดได้เช่นกัน โดยสามารถขอคำแนะนำจากแพทย์ผู้ฉีดได้โดยตรงว่าทำได้ หรือเหมาะสมหรือไม่ เนื่องจากปัญหาผิวของแต่ละคนต่างกัน ควรให้แพทย์ประเมินปัญหาและแนะนำหัตถการที่เหมาะสมให้ครับ 

ส่วนจุดฉีดฟิลเลอร์ปรับสภาพผิวที่ได้รับความนิยม จะมี 6 จุดหลัก ๆ ดังนี้  

จุดฉีดฟิลเลอร์ปรับสภาพผิว
  1. ทั่วใบหน้า เพิ่มความชุ่มชื้น แก้ผิวแห้งกร้าน
  2. รอบดวงตา ลดริ้วรอยตีนกา แก้ขอบตาดำ
  3. หน้าผาก ลดริ้วรอยเส้นเล็ก ๆ บนหน้าผาก  
  4. รอบปาก ลดริ้วรอยเล็ก ๆ บริเวณริมฝีปาก
  5. หลุมสิว เติมเต็มหลุมสิวให้ตื้นและเรียบเนียน  
  6. ฉีดฟิลเลอร์มือ ที่บริเวณหลังมือแก้ปัญหามือเหี่ยว แห้ง ให้เต่งตึง    

นอกจากนี้ยังสามารถฉีดบริเวณลำคอและเนินอก เพื่อลดเลือนริ้วรอย และทำให้ผิวหนังมีความเรียบเนียนและกระชับมากขึ้นได้ครับ 

ฟิลเลอร์ปรับสภาพผิว

ใครที่ต้องฉีดฟิลเลอร์ปรับสภาพผิว ?

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า สามารถฉีดฟิลเลอร์ปรับสภาพผิวได้ โดยไม่ต้องรอให้มีปัญหาผิว แต่ในกลุ่มผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวขาดความชุ่มชื้น ไม่กระชับ มีริ้วรอย รูขุมขนกว้าง ผิวหน้าดูโทรม ไม่สดใส เป็นกลุ่มที่หมออยากแนะนำครับ โดยสามารถทำได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย 

  • ผู้ที่อยากฟื้นฟูผิวแบบเร่งด่วน 
  • ผู้ที่ต้องการล็อกอายุผิวไม่ให้แก่กว่าวัย 
  • ผู้ที่มีผิวแห้ง และต้องการเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ให้ผิวฉ่ำวาว
  • ผู้ที่ต้องการเพิ่มความกระจ่างใสให้แกผิว  
  • ผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาผิวหมองคล้ำ ไม่สดใส  

ฉีดฟิลเลอร์ปรับสภาพผิว เพื่อช่วยรักษา บำรุง หรือเติมเต็ม

การฉีดฟิลเลอร์ปรับสภาพผิว มีส่วนช่วยหลายด้านทั้งช่วยรักษา บำรุงและเติมเต็มครับ โดยข้อดี คือสามารถฟื้นฟูผิวได้จากหลาย ๆ ปัญหา เช่น  

  • ช่วยฟื้นฟูผิวแห้งกร้าน แก้ปัญหาผิวคล้ำเสีย
  • ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวเด้ง อิ่มน้ำ
  • ช่วยเติมเต็มหลุมสิว กระชับรูขุมขน
  • ช่วยดเลือนริ้วรอย ผิวหย่อนคล้อย
  • ช่วยบำรุงผิวให้สุขภาพดี ปรับผิวให้เนียนใส Glow หรือ ผิวกระจก
ฉีดฟิลเลอร์ปรับสภาพผิวฉ่ำวาว

แต่ละตำแหน่งใช้ฟิลเลอร์ปรับสภาพผิว แตกต่างกันไหม ?

ในแต่ละตำแหน่งที่ฉีดฟิลเลอร์ปรับสภาพผิว หมออาจแนะนำยี่ห้อและปริมาณฟิลเลอร์ที่ต่างกันครับ โดยขึ้นอยู่กับขนาดบริเวณที่ฉีด สภาพผิวและลักษณะปัญหาของแต่ละบุคคล 

ฉีดฟิลเลอร์ปรับสภาพผิว แต่ละตำแหน่งใช้กี่ CC ?

โดยทั่วไปการฉีดฟิลเลอร์ปรับผิวจะใช้ฟิลเลอร์เฉลี่ย 1-2 CC ครับ โดยบริเวณทั่วใบหน้า / หลังมือ /หลุมสิว อาจใช้ฟิลเลอร์ 2 CC  ส่วนบริเวณรอบดวงตา รอบดวงตา /รอบปาก /หน้าผาก อาจใช้ฟิลเลอร์ 1 CC ทั้งนี้จำนวน CC ที่แน่นอน จะต้องให้แพทย์ประเมินปัญหาเป็นรายบุคคลครับ 

ฟิลเลอร์ปรับสภาพผิว ยี่ห้อไหน เหมาะกับตำแหน่งไหน อย่างไรบ้าง ?

ฟิลเลอร์ที่ใช้ฉีดปรับสภาพผิวต้องมีลักษณะเนื้อละเอียด บางเบา สามารถฉีดเก็บรายละเอียดผิวชั้นตื้นได้ดี ซึ่งยี่ห้อฟิลเลอร์ที่ได้รับความนิยมและ V Square Clinic เลือกใช้ มี 4 ยี่ห้อ ได้แก่

1.Juvederm Volite ใช้ครั้งละ 1-2 CC เหมาะสำหรับฉีดบำรุงผิวชุ่มชื้น มีความเป็นธรรมชาติ สามารถฉีดได้ทั่วทุกบริเวณของผิวหน้า ทั้งยังสามารถใช้กับบริเวณ เนินอก ลำคอและมือเพื่อเพิ่มความเต่งตึงและอวบอิ่ม เหมาะกับทุก ๆ คน ที่ต้องการมีผิวสวยผิวฉ่ำ อิ่มน้ำ เด้งฟู

ฟิลเลอร์ปรับสภาพผิว Juvederm Volite

2.Restylane Vital Light ใช้ครั้งละ 1-2 CC มีความยืดหยุ่นสูง ฉีดแล้วเรียบเนียนกลืนกับผิว นิยมนำมาเติมเต็มบริเวณใบหน้า หน้าผาก  หรือบริเวณที่ต้องการความฉ่ำวาวของผิว

อ่านเพิ่มเติม : Juvederm Volite ความลับผิวอ่อนเยาว์ ที่สุดของฟิลเลอร์ Skinbooster

ฟิลเลอร์ปรับสภาพผิว Restylane Vital Light

3.Belotero Revive ใช้ครั้งละประมาณ 2 CC ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น บำรุงผิวอิ่มน้ำ ฉ่ำวาว ดูโกลว์ สุขภาพดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ 

ฟิลเลอร์ปรับสภาพผิว Belotero Revive

อ่านเพิ่มเติม : ฟิลเลอร์ Belotero Revive ฟิลเลอร์งานผิวกระจก สวย จึ้ง ปัง แห่งยุค !

4. Flore Full Aqua-S ใช้ครั้งละประมาณ 2 CC เป็นฟิลเลอร์เนื้อละเอียด ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ผิวดูอิ่มน้ำ ฉ่ำวาวแบบสาวเกาหลี แก้ปัญหาผิวขาดน้ำ แห้งกร้าน

ฟิลเลอร์ปรับสภาพผิว Flore Full Aqua-S

อย่างไรก็ตามก่อนฉีดฟิลเลอร์ปรับสภาพผิว หมอจะประเมินปัญหาและความต้องการของคนไข้เป็นรายเคส เพื่อแนะนำฟิลเลอร์ยี่ห้อที่เหมาะสมให้ แก้ไขปัญหาอย่างตรงจุดครับ

อ่านเพิ่มเติม : ฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี ? ฉีดตำแหน่งไหน ใช้ยี่ห้ออะไร รุ่นอะไรดีสุด ?


ฉีดฟิลเลอร์ปรับสภาพผิว แต่ละตำแหน่งให้ผลลัพธ์แตกต่างกันไหม ?

ด้านผลลัพธ์หลังฉีดฟิลเลอร์ปรับสภาพผิว เป้าหมายที่มุ่งหวังหลัก ๆ คือการคืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิว ทำให้ผิวเต่งตึง อิ่มฟู มีน้ำมีนวลมากขึ้น ซึ่งแต่ละตำแหน่งแพทย์จะมีเทคนิคการฉีดที่ต่างกัน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการในแต่ละตำแหน่งที่ฉีด เช่น 

  • ฉีดกระจายทั่วไปหน้า เพื่อให้ผิวอิ่มน้ำ สุขภาพดี 
  • ฉีดลดหลุมสิว เพื่อต้องการให้ผิวเรียนเนียน 
  • ฉีดมือเพื่อลดความเหี่ยวย่น แห้งกร้าน เป็นต้น

โดยทั้งหมดนี้สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันทีหลังทำครับ และจะค่อย ๆ เห็นผลลัพธ์ชัดเจนขึ้นในช่วง 1-2 สัปดาห์ โดยในแต่ละตำแหน่งอาจเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนต่างกันเล็กน้อย ตามสภาพปัญหาผิวของคนไข้ครับ 

อ่านเพิ่มเติม : ฉีดฟิลเลอร์กี่วันเข้าที่ ? กี่วันเห็นผล ?

การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ปรับสภาพผิว แต่ละตำแหน่ง

วิธีดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ปรับสภาพผิว ไม่มีอะไรยุ่งยากครับ คนไข้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ เพียงแต่ในช่วง 3 ชั่วโมงแรก จะยังมีรอยเข็มอยู่ จึงไม่ควรโดนน้ำนาน ๆ (ไม่เกิน 15 นาที) 

  • ไม่แนะนำให้จับหรือสัมผัสหน้าบ่อย ๆ 
  • ในช่วงแรกอาจรู้สึก เจ็บ ๆ ตึง ๆ ที่ผิว ไม่ควรกด นวด ผิวบริเวณที่ฉีด 

ส่วนการทำความสะอาด สามารถล้างหน้าได้ครับ ควรใช้สบู่อ่อน ๆ และเลี่ยงแสงแดดและความร้อนทุกชนิดอย่างน้อย 48 ชม. และควรงดเลเซอร์ร้อนลงผิวชั้นลึกเป็นเวลา 1 เดือน 

แนะนำให้ดื่มน้ำให้เพียงพอ หากคนไข้ดูแลตัวเองดี หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำร้ายผิว ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ก็จะช่วยให้ฟิลเลอร์เข้าที่เร็วขึ้น บวมช้ำน้อย สลายช้าลง และคงอยู่ได้นานครับ 

การดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์

ฉีดฟิลเลอร์ปรับสภาพผิว แล้วไม่เห็นผล เพราะอะไร ?

การฉีดฟิลเลอร์ปรับสภาพผิวที่ถูกต้องเหมาะสม จะสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ครับ ว่าหลังฉีดผิวอิ่มฟูขึ้น กรณีที่ไม่เห็นผลเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้อยาก เพราะด้วยคุณสมบัติของฟิลเลอร์ที่เป็นสารอุ้มน้ำ เมื่อฉีดเข้าสู่ผิว ก็จะทำให้ผิวเด้ง เต่งตึงขึ้น

ความเป็นไปได้ที่คนไข้ไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลง อาจเกิดปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้น้อยเกินไป เช่น ฟิลเลอร์ 1  cc ฉีดทั่วหน้า แต่คนไข้มีปัญหาผิวค่อนข้างมาก ก็จะเห็นการเปลี่ยนแปลงไม่ชัดเจน แต่ก็ยังเห็นผลลัพธ์อยู่ครับ 

ฉีดฟิลเลอร์ปรับสภาพผิว มีผลข้างเคียงไหม ?

ฟิลเลอร์ที่เป็นฟิลเลอร์แท้ นำเข้าถูกต้อง ฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ จะมีความที่ปลอดภัยที่สุด ข้อสำคัญ ฟิลเลอร์ หรือ สารHyaluronic Acid ได้ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (U.S. FDA) ฉีดแล้วสลายหมด 100% ไม่มีสารตกค้าง สามารถฉีดใหม่ได้เรื่อย ๆ โดยไม่เป็นอันตราย    

ผลข้างเคียงที่มี และเกิดขึ้นได้ตามปกติ คือ รอยเข็มหลังฉีด อาการบวมเข็ม ความรู้ตึง ๆ ผิว ซึ่งอาการเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้ โดยจะหายได้เองในช่วง 2-3 วันครับ  


ฉีดฟิลเลอร์ปรับสภาพผิว แต่ละตำแหน่ง ใช้เวลาเห็นผลต่างกันไหม ? 

การฉีดฟิลเลอร์ปรับสภาพผิว ในแต่ละตำแหน่งจะใช้เวลาการเห็นผลลัพธ์ที่ไม่แตกต่างกันมากครับ ดังนั้นข้อสงสัยที่ว่าหลังฉีดฟิลเลอร์ฟิลเลอร์กี่วันเห็นผล ? โดยรวม 1-2 สัปดาห์ จะเห็นผลชัดเจนครับ และอยู่ได้นาน เฉลี่ย 6-12 เดือนตามยี่ห้อที่ฉีด 

ฉีดฟิลเลอร์ปรับสภาพผิว แต่ละตำแหน่ง ใช้เวลากี่วันเห็นผล อยู่ได้นานไหม ? 

  • ฉีดฟิลเลอร์ปรับสภาพผิวทั่วใบหน้า ใช้เวลา 7-14 วันจะสามารถเห็นผลลัพธ์ชัดเจนและอยู่ได้ 6-12 เดือน ในกรณีที่ต้องรีบใช้หน้า หรือมีธุระสำคัญที่ต้องไป ก็ไม่ต้องกังวลครับ เพราะสามารถใช้หน้าได้เลย หลังฉีดฟิลเลอร์ปรับสภาพผิวสามารถเห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้ทันทีถึงประมาณ 70-80% คนไข้จะรู้สึกได้ว่าผิวฟู ผิวอิ่ม เต่งตึงขั้นครับ ในคืนแรกอาจมีอาการบวมได้ เพราะมีจุดลงเข็มหลายตำแหน่งทั่วใบหน้า แต่จะยุบลงได้เองครับ
  • ฉีดฟิลเลอร์ปรับสภาพผิวรอบดวงตา รอบหน้าผาก เพื่อช่วยลดริ้วรอยเส้นเล็ก ๆ หรือ ในเคสที่อยากเน้นบริเวณหน้าผากเป็นพิเศษ เพราะผิวมีความแห้งกร้าน จะใช้เวลาเฉลี่ย 7-14 วัน ถึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน และอยู่ได้ 6-12 เดือน ครับ
  • ฉีดฟิลเลอร์ปรับสภาพผิวหลังมือ และหลุมสิว ใช้เวลา 7-14 วัน เห็นผลลัพธ์ชัดเจนและอยู่ได้ 6-12 เดือน เช่นกัน

ทั้งนี้การคงผลลัพธ์อยู่ได้นาน นอกจากยี่ห้อฟิลเลอร์ที่ใช้แล้ว ยังมีเรื่องของเทคนิคการฉีดของแพทย์ และการดูแลหลังฉีดของแต่ละบุคคลร่วมด้วย หากคนไข้ต้องการคงสภาพของผิวที่ดีอย่างต่อเนื่อง ก็สามารถกลับมาฉีดซ้ำได้ตามคำแนะนำของแพทย์ครับ

บทความแนะนำ : ฉีดฟิลเลอร์กี่วันเข้าที่ ? กี่วันเห็นผล ? ดูแลตัวเองอย่างไรให้อยู่ได้นาน ?


อยากปรับสภาพผิวให้ชุ่มชื้น อิ่มฟู ด้วยวิธีอื่นได้ไหม ? 

เนื่องจากเทรนด์การฉีดเพื่องานผิวกำลังมาแรง ความต้องการของคนไข้ ไม่ได้มีแค่ผิวสุขภาพดีเท่านั้นครับ แต่ยังต้องการ ผิวฉ่ำ ผิวโกลว์ Glass Skin ผิวเปล่งประกาย ผิวมีความกระชับ ยืดหยุ่น ผิวเรียบเนียน ไม่มีสิว รอยสิว รอยแผลเป็น รวมไปถึงปัญหาฝ้ากระ จุดด่างดำ ซึ่งปัจจุบันมีหลายหัตถการที่ช่วยปรับสภาพให้ดีขึ้นได้ 

หัตถการปรับสภาพผิว 

1.ปรับสภาพผิวหน้าด้วย Rejuran เพิ่มความยืดหยุ่น ผิวสว่างกระจ่างใส

การฉีดรีจูรัน (Rejuran) กำลังเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมในไทยครับ เพราะช่วยให้ผิวสว่างกระจ่างใส ผิวดูสุขภาพดี ฉ่ำวาวแบบผิวกระจก (Glass Skin)

Rejuran ปรับสภาพผิว

รีจูรันที่เหมาะกับการปรับสภาพผิว คือ Rejuran Healer ซึ่งมีส่วนประกอบหลักจาก Polynucleotide (โพลีนิวคลีโอไทด์ ) หรือ PN บริสุทธิ์ มีประสิทธิภาพในการฟื้นฟูผิว เมื่อนำมาฉีดในชั้นหนังแท้โดยตรงจะช่วยให้ผิวแข็งแรง สามารถลดเลือนริ้วรอย ปรับสภาพสีผิวให้ฉ่ำวาวแบบเร่งด่วนได้ และยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ผิวยืดหยุ่น ลดริ้วรอยเล็ก ๆ ให้แลดูจางลง

เหมาะกับผู้ที่ต้องการให้ผิวให้ดูสดใสแบบเร่งด่วน ลดรอยแดง ลดรอยดำ รอยคล้ำ กระชับรูขุมขนกว้าง อยากให้หน้าเรียบเนียนขึ้น ฟื้นฟูผิวแข็งแรงจากภายใน ด้านผลลัพธ์ในการฟื้นฟูผิว จะใช้เวลาในการซ่อมแซมผิวประมาณ 4 สัปดาห์ถึงจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจน โดยควรฉีดรีจูรันจำนวน 4 ครั้ง ห่างกัน 2-3 สัปดาห์

2. เติมความชุ่มชื้น ปรับสภาพผิวหน้าด้วย Filorga / Revs 

Filorga / Revs เป็นตัวยากลุ่มเมโสหน้าใส มีชื่อทางการค้าว่า NCTF หรือ New Cell Treatment Factor โดดเด่นในเรื่องการปรับสีผิวให้สว่าง ช่วยในการซ่อมแซมผิว สามารถแก้ปัญหาใต้ตาคล้ำ ขอบตาดำ ผิวโทรม ผิวแห้ง ให้กลับมาชุ่มชื้น อิ่มฟูขึ้น

ปรับสภาพผิวFilorga / Revs

เหมาะกับผู้ที่ต้องการมีผิวหน้าที่สุขภาพดี แข็งแรง อิ่มฟู่ โดยสามารถฉีดได้หลายตำแหน่ง เช่น ลำคอ เนินอก หลังมือ แขน และขา แต่โดยส่วนใหญ่แล้วนิยมฉีดกันที่ใบหน้าครับ ช่วยให้ผิวหน้าขาวใส ฉ่ำวาว กระชับรูขุมขน และลดริ้วรอยเล็ก ๆ บนใบหน้า หลังฉีดจะรู้สึกว่าผิวดีขึ้น เนียนนุ่มขึ้น ตั้งแต่ครั้งแรกที่ฉีด โดยเริ่มเห็นผลภายใน 2 สัปดาห์หลังการฉีด ควรทำต่อเนื่องกัน อย่างน้อย 4-5 ครั้ง 

รีวิวปรับสภาพผิวหน้าเมโสหน้าใส โดยหมอเอก
รีวิวปรับสภาพผิวหน้าเมโสหน้าใส โดยหมอเอก

3.Exosome ปรับสภาพผิว ขาวใส สุขภาพดี  

Exosome  หรือ exosome therapy เป็นตัวช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ได้ดี ช่วยฟื้นฟูและบำรุงผิวได้อย่างล้ำลึก สามารถทำได้ทั่วใบหน้า หรือทำเฉพาะจุดที่มีปัญหาผิวหน้า

Exosome คือ ? งานผิวล่าสุดจากเกาหลี ช่วยเรื่องอะไรบ้าง 

เหมาะกับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้มีความชุ่มชื้นเปล่งปลั่งสุขภาพดี ยับยั้งการเกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ รวมไปถึงรอยดำ รอยแดง รอยสิว สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ใน 3 วัน หากทำต่อเนื่อง 5 ครั้ง คงผลลัพธ์อยู่ได้นาน 1 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและสภาพผิวเดิมของคนไข้

4.ปรับสภาพผิวด้วย Gouri กระตุ้นคอลาเจน เพิ่มความยืดหยุ่น 

Gouri (กูรี) คือ นวัตกรรมความงามที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิว คงความอ่อนเยาว์ ด้วยสาร PCL (Polycaprolactone) ช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ที่สร้างเส้นใยคอลลาเจนและอิลาสตินใต้ชั้นผิว ทำให้ผิวหนังมีความหนามากยิ่งขึ้น มีความยืดหยุ่น เด้งกระชับ ริ้วรอยต่าง ๆ บนใบหน้าลดเลือนลง ผิวแน่นฟู ดูสุขภาพดี

Gouri คืออะไร? แก้ปัญหาอะไรบ้าง ใช้กี่ CC? กี่วันเห็นผล? วิธีดูของแท้

เหมาะกับคนที่อายุเริ่มมากขึ้น คอลลาเจนใต้ผิวเริ่มลดลงหรือเสื่อมสภาพ คนที่มีร่องริ้วรอยบนใบหน้า ผิวเหี่ยวย่น หย่อนคล้อย ไม่กระชับ หลังฉีดจะสามารถเห็นผลลัพธ์ได้ภายใน 1-2 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลครับ โดยหลังฉีดจะเกิดการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ หรือ Neocollagenesis ทำให้ผิวอิ่มฟู นุ่มเด้ง กระชับ และเรียบเนียน  หมอแนะนำให้ทำต่อเนื่อง 3 ครั้ง ทุก ๆ 1 เดือน หลังจากนั้นสามารถกลับมาฉีดซ้ำได้ทุก 6-12 เดือนเพื่อคงสภาพผลลัพธ์ครับ

5. ฟื้นฟูผิวด้วย Sculptra เพิ่มความยืด ลดอายุผิว 

Sculptra เป็นสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว ช่วยทดแทนคอลลาเจนที่สูญเสียไปเมื่ออายุมากขึ้น ช่วยให้ผิวกระชับ อิ่มฟู ยืดหยุ่น  ฟื้นฟูผิวจากโครงสร้างผิวชั้นลึก ทำให้ผิวแข็งแรงจากภายใน คืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวอย่างเป็นธรรมชาติ

Sculptra คืออะไร ช่วยแก้ปัญหาอะไรบ้าง เหมาะกับใครฉีดตำแหน่งไหนใช้กี่ CC 

เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยไม่กระชับ ขาดความยืดหยุ่น ต้องการฟื้นฟูผิวจากโครงสร้างผิวภายใน ผิวที่ขาดการดูแลเป็นเวลานาน ต้องการลดริ้วรอยเล็ก ๆ ให้ผิวตึงกระชับ เรียบเนียนชุ่มชื้น กระจ่างใสขึ้น ด้านหลังฉีด Sculptra จะเริ่มเห็นผลที่สัปดาห์ที่ 3 และเห็นผลลัพธ์ชัดเจนใน 3 เดือน คงผลลัพธ์ได้ประมาณ 2 ปี หรือ 25 เดือนครับ

6. Radiesse ฟื้นฟูผิวอ่อนเยาว์ สุขภาพดี 

Radiesse เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยฟื้นฟูปรับสภาพผิวให้อ่อนเยาว์และสุขภาพดีจากภายใน และเป็นนวัตกรรมล่าสุดที่จัดอยู่ในกลุ่มสารเติมเต็มมีส่วนประกอบหลักที่สำคัญไม่ใช่ HA หรือ Hyalilonic acid เหมือนฟิลเลอร์ทั่วไปแต่เป็น คือ แคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทด์ (CaHA: Calcium Hydroxylapatite microsphere) ช่วยในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวของใบหน้าโดยเมื่อคนเราเริ่มมีอายุที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ผิวเกิดความแข็งแรง แน่น ช่วยในการทำให้ใบหน้ายกกระชับ ช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ลง คืนความเด็กให้อีกครั้ง  

เจาะลึก Radiesse คืออะไร ช่วยอะไรบ้าง เหมาะกับปัญหาแบบไหน ?

หลังฉีดจช่วยการยกของผิว เกิดความกระชับ ร่องลึกต่าง ๆ ที่ตื้นขึ้น ริ้วรอยจางลงได้ทันที หลัง3-4 สัปดาห์ CaHA จะเริ่มออกฤทธิ์กระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวเกิดการเปลี่ยนแปลง คุณภาพผิวบริเวณที่ฉีดดีขึ้น กระชับขึ้น ยืดหยุ่นขึ้น และวอลุ่มบริเวณนั้นก็จะดีขึ้นเช่นกันอยู่ได้อย่างน้อย 1 ปี

นอกจากงานฉีดแล้ว ปัจจุบันยังมีหัตถการอื่นที่ช่วยฟื้นฟูผิวให้ดูอ่อนเยาว์ลงได้ เช่น เครื่องมือยกกระชับกระตุ้นคอลลาเจน อย่าง Hifu ultraformer III / Ulthera /Thermage FLX  หรือเครื่องมือกลุ่มเลเซอร์หน้าใส ,Pico Discovery เป็นต้น 


ไม่ว่าจะฉีดฟิลเลอร์ หรือปรับสภาพผิวแบบไหน ให้ V Square Clinic ดูแล

ถ้าใครกำลังสนใจจะฉีดฟิลเลอร์ปรับสภาพผิวที่ V Square Clinic ใช้ผลิตภัณฑ์ ฟิลเลอร์แท้ ผ่าน อย. ตรวจสอบได้เท่านั้น และมีให้เลือกหลายรุ่น ฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ หรืออยากปรับสภาพผิวด้วยหัตถการอื่น ๆ ก็สามารถเข้ามาปรึกษาได้โดยตรงครับ เพื่อให้หมอประเมินปัญหารและแนะนำหัตถการที่เหมาะสม คุ้มค่าให้ 

ฉีดฟิลเลอร์งานผิวที่ V Square Clinic คุณเจสซี่ โดยหมอโต้ง หมอเอก หมอแพร หมอบาส
  • ทีมแพทย์มีประสบการณ์ด้านการฉีดฟิลเลอร์โดยเฉพาะ สามารถประเมิน วิเคราะห์และแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด – พิถีพิถันในการเลือกรุ่นฟิลเลอร์ที่เหมาะกับปัญหาผิวของแต่ละบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม ดูเป็นธรรมชาติ 
  • ฉีดฟิลเลอร์ด้วยเทคนิคเฉพาะ หมอมือเบา บวมช้ำน้อย 
  • ก่อนฉีดหมอจะแกะกล่อง แกะหลอดให้คนไข้ดูต่อหน้า และหลังฉีดจะให้กล่องกลับบ้าน คนไข้สามารถนำไปตรวจสอบกับผู้นำเข้าได้ทุกกล่อง 
  • มีสาขาทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล ตั้งอยู่ในห้าง เดินทางสะดวกทั้งรถส่วนตัวและรถสาธารณะ
  • มีรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง ภาพรีวิวไม่มีการตกแต่งเพิ่มเติม มีคลิปวิดีโอที่ตรวจสอบได้ รวมทั้งมีดารา เซเลบริตี้ที่ไว้วางใจให้วีสแควร์ คลินิกดูแล มั่นใจในผลลัพธ์

ฟิลเลอร์ปรับสภาพผิว ที่ไหนดี ? 

เมื่อตัดสินใจว่าจะฉีดฟิลเลอร์ปรับสภาพผิว เบื้องต้นคนไข้ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลักครับ เลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือ เปิดให้บริการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ทำหัตถการโดยแพทย์ที่มีใบรับรองและมีประสบการณ์ด้านการฉีดฟิลเลอร์ ใช้ฟิลเลอร์แท้ สามารถตรวจสอบกับบริษัทนำเข้าได้

ส่วนใครที่ยังเลือกไม่ได้ว่าจะฉีดฟิลเลอร์ปรับสภาพผิว ที่ไหนดี ที่ V Square Clinic ยินดีให้คำปรึกษาฟรี       

ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี? ฟิลเลอร์อันตรายไหม เลือกคลินิกฉีดอย่างไรให้ปลอดภัย 

ฟิลเลอร์ปรับสภาพผิว ราคา

โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปรับสภาพผิว Skin Booster ที่ V Square Clinic ราคาเริ่มต้นที่ 14,000-16,000 บาท ต่อ 1 CC คุ้มค่าคุ้มราคาเมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้

รีวิวผลลัพธ์การปรับสภาพผิว ที่ V Square Clinic

รีวิวโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปรับสภาพผิว-รีจูรัน 

รีวิวผลลัพธ์การปรับสภาพผิว
รีวิวผลลัพธ์การปรับสภาพผิว
ฉีดฟิลเลอร์เห็นผลทันทีหลังทำ ผลลัพธ์ปังขนาดนี้! รู้งี้ทำไปนานแล้ว

สรุป

ฟิลเลอร์ปรับสภาพผิว เป็นตัวช่วยที่ดีในการบูสต์ผิวครับ  หลังทำช่วยผิวอิ่มน้ำ ชุ่มชื้น เป็นวิธีฟื้นฟูผิวขาดน้ำได้อย่างเห็นผล ช่วยแก้ปัญหาผิวแห้ง บำรุงผิวแข็งแรง มีความยืดหยุ่น เด้ง กระชับ ได้อย่างรวดเร็ว และมีความปลอดภัยสูง เมื่อใช้ฟิลเลอร์แท้ และฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ ภายใต้คลินิกที่ได้มาตรฐาน 

 สำหรับคนไข้ที่สนใจฉีดฟิลเลอร์ปรับสภาพผิว หรือหัตถการงานผิวอื่น ๆ  สามารถเข้ามาขอคำปรึกษาจากหมอได้โดยตรง หรือสอบถามผ่านช่องทางออนไลน์ได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายครับ


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ

ปรึกษาหมอ