
รวมข้อควรรู้ ก่อนฉีดโบท็อกลดขนาดกล้ามเนื้อกราม
ทำไมบางคนฉีดโบท็อกลดกรามแล้วไม่เห็นผล ? กรามไม่เล็ก หน้าไม่เรียว ?
ฉีดโบลดกราม เป็นการฉีดโบท็อกเพื่อลดขนาดกรามให้เล็กลง ช่วยปรับรูปหน้าเรียว วีเชฟ โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่หลายคนที่ฉีดแล้วไม่เห็นผล เพราะเข้าใจว่าปัญหากรามใหญ่ทั้งหมดแก้ได้ด้วยโบท็อก
แต่ความจริงสาเหตุที่ทำให้กรามใหญ่ หน้าใหญ่ มีหลายปัจจัย ทั้งกระดูก กล้ามเนื้อ ไขมัน ซึ่งโบท็อกไม่สามารถช่วยได้ทั้งหมดครับ
เพื่อให้คนไข้เข้าใจว่าฉีด Botox กราม คืออะไร ? ช่วยลดกรามได้อย่างไร อันตรายไหม ใช้โบท็อกยี่ห้อไหน กี่ยูนิต ก่อน – หลังฉีดต้องรู้อะไรบ้าง กี่วันเห็นผล อยู่ได้นานไหม ? หมอสรุปไว้ให้ในบทความนี้ครับ

สารบัญ ฉีดโบลดกราม
ฉีดโบท็อกลดกราม คืออะไร ?

ฉีดโบท็อกลดกราม คือ วิธีลดขนาดกล้ามเนื้อกรามด้วยการฉีด Botulinum toxin type A (Botox) เข้าไปในกล้ามเนื้อกรามโดยตรง ตัวยาจะเข้าไปออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท ทำให้กล้ามเนื้อทำงานลดลงชั่วคราว พอไม่ได้ใช้งาน กล้ามเนื้อจะเล็กลงใบหน้าจึงเรียวขึ้น
ด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้การฉีดโบลดกราม เป็นวิธีลดกรามไม่ผ่าตัดที่ได้รับความนิยมมากครับ สามารถลดริ้วรอยและปรับรูปหน้าที่เห็นผลลัพธ์ชัดเจน หลังฉีดไม่ต้องพักฟื้น หากใช้ยาแท้ผ่าน อย. ก็ไม่มีผลข้างเคียงที่อันตราย สามารถกลับมาฉีดซ้ำได้เรื่อย ๆ เพื่อรักษาผลลัพธ์
การฉีดโบท็อกลดกรามได้อย่างไร ?
ก่อนอื่นหมอจะอธิบายเกี่ยวกับกระบวนการออกฤทธิ์ของโบท็อกก่อนครับ
การฉีดโบท็อกลดกราม หมอจะฉีดตัวยาเข้าไปบริเวณกล้ามเนื้อ โดยตัวยาจะแยกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ถูกดูดซึมเข้าไปเก็บไว้ในเซลล์ประสาท และ ส่วนที่ไม่ถูกดูดซึม
โบท็อกที่ถูกดูดซึมเข้าเซลล์ประสาทจะออกฤทธิ์เฉพาะจุด ส่วนที่ไม่ดูดซึมจะถูกขับออกจากร่างกายภายใน 1 ชั่วโมง ไม่ตกค้าง ไม่สะสม

ส่วนสำคัญที่หมออยากให้โฟกัสคือโบท็อกที่ถูกดูดซึมครับ
กล้ามเนื้อกราม (Masseter muscle) เป็นกล้ามเนื้อที่ใช้เคี้ยวอาหาร หากใช้งานหนักบ่อย เช่น ชอบเคี้ยวของแข็ง ขบฟันตอนนอน หรือกัดฟันแน่น จะทำให้กล้ามเนื้อหนาตัว ใบหน้าดูใหญ่ขึ้น
เมื่อโบท็อกส่วนที่ถูกดูดซึมเข้าไปในเซลล์ประสาท ตัวยาจะไปยับยั้งการส่งสัญญาณระหว่างเส้นประสาทกับกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นคลายตัวและหยุดทำงานชั่วคราว พอไม่ได้ใช้งานอย่างต่อเนื่อง กล้ามเนื้อจะค่อย ๆ ฝ่อตัวลง ใบหน้าจึงดูเรียวขึ้นครับ
ทำไมบางคนฉีดโบลดกราม แล้วไม่เห็นผล ?
หลายคนที่ฉีดโบลดกรามมาแล้วไม่เห็นผล มีเหตุผลมาจาก 2 ปัจจัย
- แก้ปัญหาไม่ตรงสาเหตุ : หากกรามใหญ่จากโครงสร้างกระดูกใบหน้า หรือมีไขมันบริเวณแก้ม การฉีดโบท็อกจะไม่ได้ผลครับ แนะนำให้ผ่าตัดเหลากรามจะเห็นผลกว่า หรือถ้ามีไขมันแก้มเยอะจนทำให้หน้าบาน ก็ต้องฉีดแฟตหรือดูดไขมันออก
- ใช้โบท็อกที่ไม่ได้คุณภาพ : โบท็อกปลอม โบท็อกหิ้ว หรือยาที่ผสมเจือจางมากเกินไป จะไม่ออกฤทธิ์หรืออยู่ได้ไม่นาน แถมยังเสี่ยงผลข้างเคียง เช่น ปากเบี้ยว หรือมุมปากตก
เนื่องจากโบท็อกเป็นสารที่ออกฤทธิ์กับกล้ามเนื้อ การฉีดโบลดกรามหน้าเรียวจึงจะเห็นผลในคนไข้ที่มีกรามใหญ่จากกล้ามเนื้อเท่านั้นครับ
ดังนั้นถ้าคนไข้ต้องการฉีดโบท็อกลดกรามให้ได้ผลจริง ต้องอาศัย 3 ปัจจัยสำคัญนี้ครับ
- ประเมินสาเหตุว่ากรามใหญ่จากอะไร ? กล้ามเนื้อ กระดูก หรือไขมัน
- ใช้ยาแท้ที่ผ่าน อย.ไทย เพราะปลอดภัย ออกฤทธิ์แม่นยำ
- ฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพราะแพทย์จะวางตำแหน่งถูก ฉีดในปริมาณเหมาะสม
หากครบทั้ง 3 ข้อนี้ การฉีดโบท็อกลดกรามก็จะเห็นผลชัดเจน กล้ามเนื้อกรามเล็กลง และปลอดภัยอย่างแน่นอนครับ
ฉีดโบท็อกลดกราม เหมาะกับใคร ?
- คนที่กรามใหญ่จากกล้ามเนื้อ ไม่ใช่ไขมันหรือกระดูก
- คนที่มีพฤติกรรมขบฟันแน่น เคี้ยวของแข็งบ่อย
- คนที่ไม่อยากผ่าตัด ต้องการเห็นผลไว ไม่ต้องพักฟื้น
- คนที่อยากให้รูปหน้าเรียวขึ้น ดูสมส่วนเป็นธรรมชาติ
สำหรับผู้ที่ไม่เหมาะกับการฉีดโบท็อก คือในกลุ่มที่มีประวัติเคยแพ้ส่วนผสมของโบท็อก หรือมีโรคประจำตัว ดังนี้
- มีปัญหาเรื่อง โรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ เช่น โรคหอบหืด โรคถุงลมโป่งพอง อาจจะอันตรายถึงชีวิต
- มีปัญหาเรื่อง กล้ามเนื้อในการกลืน
- เป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงต่าง ๆ เช่น amyotrophic lateral sclerosis (ALS), Lou Gehrig’s disease, myasthenia gravis, Lambert-Eaton syndrome
- มีอาการติดเชื้อที่ผิวหนังในจุดที่จะฉีดโบท็อก
- มีอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ หรือ มีภาวะติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ

ก่อนฉีดโบลดกราม ควรแจ้งข้อมูลที่สำคัญกับแพทย์ก่อนทุกครั้ง เช่น เคยมีผลข้างเคียงจากการฉีดโบท็อกครั้งก่อน ๆ มีภาวะเลือดหยุดยาก เขียวช้ำง่าย เคยผ่าตัดที่ใบหน้า หรือทำหัตถการอื่น ๆ กับใบหน้ามาก่อน อยู่ในภาวะตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร
ฉีดโบท็อกลดกราม กับการผ่าตัดเหลากราม แตกต่างกันอย่างไร ?
การลดกรามให้หน้าเรียวขึ้น มีทั้งวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัดและวิธีผ่าตัด ซึ่งสองทางเลือกยอดฮิตที่หลายคนลังเลคือ “ฉีดโบท็อกลดกราม” และ “ผ่าตัดเหลากราม” แล้วจะเลือกวิธีไหนดี ? ต่างกันยังไง ? มาดูกันครับ
กลไกการทำงาน
- โบท็อกลดกราม เป็นฉีดสาร Botulinum Toxin A เข้าไปในกล้ามเนื้อกราม (Masseter) เพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อ เมื่อไม่ได้ใช้งาน กล้ามเนื้อจะฝ่อลง ส่งผลให้ใบหน้าดูเรียวขึ้นแบบไม่ต้องผ่าตัด
- การผ่าตัดเหลากราม เป็นการผ่าตัดกระดูกกรามโดยตรง โดยศัลยแพทย์จะเหลากระดูกบางส่วนออก เพื่อปรับโครงสร้างใบหน้าใหม่ เหมาะกับกรณีที่กรามใหญ่จากโครงกระดูก ไม่ใช่กล้ามเนื้อ
ระยะเวลาพักฟื้น
- โบท็อก ไม่ต้องพักฟื้น ไม่มีแผล สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
- ผ่าตัดเหลากราม ต้องพักฟื้นอย่างน้อย 1-3 สัปดาห์หรือมากกว่า
ระยะเวลาเห็นผล
- โบท็อกกราม เริ่มเห็นผลใน 14 วัน เห็นผลเต็มที่ใน 2-3 เดือน อยู่ได้นาน 5-6 เดือน
- การผ่าตัดเหลากราม เห็นผลชัดเจนหลังยุบบวม ประมาณ 1-2 เดือน ผลลัพธ์อยู่ถาวร
ความเสี่ยงและความปลอดภัย
- โบท็อก หากใช้ตัวยาแท้และฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ ความเสี่ยงต่ำมาก ผลข้างเคียงน้อย
- การผ่าตัดเหลากราม เป็นหัตถการใหญ่ มีความเสี่ยงจากการดมยาสลบ การติดเชื้อ เส้นประสาทบาดเจ็บ และแผลเป็น
สรุป เลือกแบบไหนดี ?
| ปัจจัย | แนะนำโบท็อก | แนะนำผ่าตัด |
|---|---|---|
| กรามใหญ่จากกล้ามเนื้อ | ✅ | ❌ |
| กรามใหญ่จากกระดูก | ❌ | ✅ |
| อยากเห็นผลเร็ว | ✅ | ❌ |
| ต้องการผลถาวร | ❌ | ✅ |
| ไม่อยากพักฟื้น | ✅ | ❌ |
หากไม่แน่ใจว่าตัวเองกรามใหญ่จากสาเหตุใด ควรเข้ารับการประเมินกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อแนะนำหัตถการที่เหมาะสมที่สุดครับ
ฉีดโบท็อกลดกราม เจ็บไหม ? รู้สึกอย่างไรขณะฉีด
ฉีดโบลดกรามไม่เจ็บครับ โดยปกติก่อนฉีดจะมีการแปะยาชา ซึ่งช่วยลดความเจ็บขณะฉีดได้
ตอนฉีดจริงจะรู้สึกเพียงเล็กน้อย คล้าย ๆ กับมดกัดหรือจี๊ดนิดเดียว และใช้เวลาในการฉีดไม่นานประมาณ 10-15 นาที (ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล)
ฉีดโบท็อกลดกราม อันตรายไหม ?
ฉีดโบลดกราม หากฉีดด้วยโบท็อกแท้ ผ่านอย. ตรวจสอบได้ และฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ ไม่เป็นอันตรายครับ
ซึ่งในปัจจุบัน ตลาดความงามมีการแข่งขันกันสูงมาก ทำให้คลินิกเถื่อนหรือหมอกระเป๋ายังพบได้อยู่บ่อยครั้ง อย่างโบท็อกปลอม โบท็อกหิ้วก็เจออยู่บ่อยครับ แม้กระทั่งหมอกระเป๋าที่ฉีดผิดตำแหน่งโดยไม่มีความรู้ นำไปสู่ปัญหาหนังตาตก ตาปิด หน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว หนักสุดคือทำให้ดื้อโบท็อกซึ่งปัจจุบันยังไม่สามารถรักษาได้ครับ
แล้วทำไมบางคนฉีดในคลินิกที่ดี ใช้ยาแท้ แต่ยังเกิดอาการปากเบี้ยว ?
หนึ่งในสาเหตุที่มักถูกมองข้ามคือ เทคนิคของแพทย์ครับ แม้จะใช้ตัวยาแท้ แต่ถ้าฉีดลึกเกินไป หรือยากระจายไปโดนกล้ามเนื้อบริเวณใกล้เคียงที่ไม่ควรถูกกดการทำงาน ก็อาจเกิดผลข้างเคียงได้

การฉีดโบท็อกลดกราม ต้องพิถีพิถันตั้งแต่การเลือกตัวยา เนื่องจากโบท็อกแต่ละยี่ห้อมีจุดเด่น มีความเข้มข้นและการกระจายตัวยาต่างกัน หมอที่มีประสบการณ์จะเลือกยี่ห้อและประเมินจุดที่ฉีดได้อย่างถูกต้อง ทำให้ตัวยาเข้าสู่กล้ามเนื้อมัดที่ต้องการ ไม่กระจายไปโดนกล้ามเนื้อที่ไม่เกี่ยวข้องครับ
หากคนไข้สนใจเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับความปลอดภัยในการฉีดจุดอื่น ๆ สามารถอ่านต่อได้ที่ ฉีดโบท็อก อันตรายไหม ? ผลข้างเคียงหลังฉีดมีอะไรบ้าง ?
ฉีด Botox ลดกราม กี่วันเห็นผล ?

หลังฉีดโบท็อกลดกราม จะไม่เห็นผลทันทีครับ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ เพราะการออกฤทธิ์ของโบท็อก (Botulinum toxin A) จะค่อย ๆ แสดงผลอย่างเป็นธรรมชาติตามกลไกของร่างกาย
Timeline หลังฉีดโบลดกราม
- หลังฉีด 2-3 วัน ผิวอาจมีอาการบวม แดง หรือรอยช้ำเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด ซึ่งจะค่อย ๆ หายไปเอง
- หลังฉีด 3-4 วัน เริ่มรู้สึกตึง ๆ ที่บริเวณกล้ามเนื้อกราม เป็นสัญญาณว่าโบท็อกเริ่มออกฤทธิ์
- หลังฉีด 7-14 วัน กล้ามเนื้อกรามเริ่มอ่อนแรง ใบหน้าเริ่มเรียวขึ้น กัดกรามจะไม่เด้งชัดเหมือนเดิม
- หลังฉีด 2-3 เดือน ผลลัพธ์เต็มที่ กล้ามเนื้อยุบตัว หน้าเรียว V-shape อย่างเห็นได้ชัด
เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาชัดเจนและปลอดภัย ควรติดตามผลกับแพทย์หลังฉีดประมาณ 1 เดือน และเว้นระยะห่างการฉีดแต่ละครั้งอย่างน้อย 4-6 เดือน เพื่อป้องกันการดื้อโบท็อกในระยะยาวครับ
คลิกอ่านบทความแนะนำ
ฉีดโบท็อกลดกรามอยู่ได้นานไหม อยู่ได้กี่เดือน ?
หลังฉีดโบท็อกกราม ผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 5-6 เดือนครับ ขึ้นอยู่กับยี่ห้อโบท็อกที่ใช้ ปริมาณยา เทคนิคการฉีด และการดูแลตัวเองของคนไข้ร่วมด้วย
หากคนไข้เป็นคนชอบเคี้ยวอาหารเหนียว ๆ บ่อย ๆ กล้ามเนื้อกรามก็จะถูกกระตุ้นให้กลับมาทำงานเร็วขึ้น กรามเด้งคืนมาเร็วขึ้นครับ
ปัจจัยที่มีผลต่ออายุโบท็อก
- ยี่ห้อและความเข้มข้นของโบท็อก โบท็อกคุณภาพสูง เช่น Allergan, Nabota จะให้ผลลัพธ์ที่อยู่นานกว่า
- ปริมาณยูนิตที่ใช้ หากใช้ปริมาณที่เหมาะสมกับขนาดกล้ามเนื้อ จะอยู่ได้นานและเห็นผลชัด
- พฤติกรรมการใช้กล้ามเนื้อกราม คนที่เคี้ยวของแข็ง ขบฟันบ่อย จะใช้กล้ามเนื้อหนัก ออกฤทธิ์สั้นลง
- ประสบการณ์ของแพทย์ หากแพทย์วางตำแหน่งและเทคนิคได้แม่นยำ ผลลัพธ์จะอยู่ได้นาน
- การดูแลหลังฉีด หลีกเลี่ยงความร้อน นวดหน้าแรง ๆ หรือเคี้ยวหมากฝรั่งช่วยให้ผลอยู่นานขึ้น
หมอแนะนำ
- หากต้องการให้หน้าเรียวคงอยู่ต่อเนื่อง ควรกลับมาประเมินทุก 4-6 เดือน
- ไม่ควรฉีดบ่อยเกินไป เช่น ทุก 2-3 เดือน เพราะเสี่ยงดื้อโบท็อก ซึ่งไม่สามารถรักษาให้หายได้ในปัจจุบัน
- การเลือกใช้โบท็อกแท้ + ฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ จะทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้นาน และปลอดภัยที่สุดครับ
ฉีดโบท็อกลดกราม ต้องใช้กี่ยูนิต ?
การฉีดโบท็อกลดกรามจะใช้จำนวนยูนิตมากกว่าบริเวณอื่นครับ เนื่องจากกล้ามเนื้อกราม (Masseter muscle) มีขนาดใหญ่และแข็งแรงกว่าจุดอื่นบนใบหน้า
โดยทั่วไปจะใช้ประมาณ 50-100 ยูนิต แบ่งฉีดข้างละ 25-50 ยูนิต ขึ้นอยู่กับขนาดของกล้ามเนื้อกรามแต่ละข้าง ในเคสที่มีกล้ามเนื้อกรามเยอะมาก ก็สามารถฉีดได้ถึง 200 ยูนิตครับ
ฉีดโบลดกราม ยี่ห้อไหนดี ? เปรียบเทียบโบท็อกยอดนิยมสำหรับฉีดลดกราม

โบท็อกลดกราม ยี่ห้อที่ได้รับความนิยม คือโบท็อกอเมริกา โบท็อกยุโรป และโบท็อกเกาหลีครับ
สำหรับตัวยาจะแตกต่างกันที่กรรมวิธีทำตัวยาให้บริสุทธิ์, ชนิด protein complex, ขนาดของ molecule complex, ความคงทนในการเก็บรักษา และขนาดของ molecule complex size ซึ่งทำให้ราคาของโบท็อกแต่ละยี่ห้อต่างกันด้วย
- โบท็อกอเมริกา Allergan เป็นบริษัท original ของ โบท็อก มีงานวิจัยรับรองยาวนานที่สุด ยากระจายตัวแคบ แม่นยำ โอกาสดื้อโบท็อกน้อยที่สุด และผลการรักษาดีที่สุดเมื่อเทียบกับโบท็อกยี่ห้ออื่น แต่ก็มีราคาสูง
- โบท็อก Xeomin จากเยอรมนี ตัวยามีความบริสุทธิ์สูง ไม่มีโปรตีนตกค้าง ลดดื้อยา เหมาะกับคนที่เคยฉีดโบท็อกหลายครั้ง / กังวลเรื่องดื้อยา
- โบท็อก Dysport จากอังกฤษ ยากระจายกว้าง ไม่กระจุกเป็นจุดแคบๆ เหมาะกับการฉีดลิฟหน้าด้วยเทคนิค dermolift เพื่อยกกระชับผิว หรือฉีดลดเหงื่อ ลดกลิ่นตัว ลดต้นแขน ลดน่องครับ
- โบท็อกเกาหลี Neuronox ใช้สายพันธุ์ออริจินัล Hall A Hyper ซึ่งเป็นสายพันธุ์เดียวกับโบท็อกซ์ Allergan แต่ราคาจับต้องได้ ตัวยามีความเสถียร ผลลัพธ์แม่นยำ ไม่ทำให้เกิดการดื้อยา หรือภาวะดื้อโบท็อกซ์ในอนาคต
- โบท็อกเกาหลี Nabota ข้อดีคือออกฤทธิ์ไว และเห็นผลเร็วกว่ายี่ห้ออื่นเล็กน้อย เหมาะกับคนที่ต้องการผลโบท็อกแบบเร่งด่วน เป็นโบท็อกเกาหลียี่ห้อเดียวที่ผ่านการรับรองจากอเมริกา (US.FDA)
- โบท็อกเกาหลี Aestox พยายามพัฒนาให้เหมือน Allergan ออกฤทธิ์ไว ระยะเวลาอยู่ได้สั้นกว่าเล็กน้อย แต่ราคาถูกกว่า
ก่อนฉีดหมอจะประเมินปัญหา ขนาดกล้ามเนื้อกราม และแนะนำข้อดีของโบท็อกแต่ละยี่ห้อที่เหมาะสมกับคนไข้ สามารถเลือกได้ตามงบประมาณของแต่ละคนครับ
ทำความรู้จักโบท็อกซ์ แต่ละยี่ห้อ คลิก!
การดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกกราม

- หลังฉีดโบท็อกกราม ควรรีบขยับเกร็งกล้ามเนื้อจุดที่ฉีดทันที 1-2 ครั้ง (เคี้ยวหมากฝรั่งหลังฉีดโบท็อก 30 นาทีแรก ช่วยกระจายตัวยาและทำให้โบท็อกถูกดูดซึมได้ดี)
- หลังฉีดโบท็อก 48 ชม. หากสามารถหลีกเลี่ยงอาหารและความร้อนได้ จะได้รับผลโบท็อก 90 % และหากครบ 14 วัน ก็จะได้รับผลโบท็อก 100%
- ควรฉีดโบท็อกต่อเนื่องในระยะที่เหมาะสม ไม่ถี่เกินไป (ระยะเวลา 3 เดือน) และไม่ควรเว้นระยะห่างเกินไป (เกิน 5-6 เดือน)
- มีงานวิจัยพบว่าการกินแร่ธาตุสังกะสี (แต่ไม่ควรเกิน 20 mg ต่อวัน) ก่อนและหลังการฉีดโบท็อก จะช่วยให้โบท็อกออกฤทธิ์ไวขึ้นและอยู่ได้นานขึ้น
ข้อห้าม และข้อควรระวังก่อน – หลังฉีดโบท็อกลดกราม
ข้อห้ามและข้อควรระวังก่อนฉีดโบท็อกกราม
- แจ้งโรคประจำตัวและยาที่ทานประจำให้แพทย์ทราบก่อนฉีดโบท็อกซ์ลดกรามทุกครั้ง
- ยาที่ได้รับพร้อมกับโบท็อกแล้วเกิดอันตรายมาก (Major side effect) ได้แก่
- กลุ่มยาฆ่าเชื้อแบบฉีด บางตัวสามารถเสริมฤทธิ์โบท็อกแล้วเกิดอันตรายได้ เช่น amikacin, colistin, polymyxin E, gentamicin, kanamycin, neomycin, netilmicin, plazomicin, polymyxin B, spectinomycin, streptomycin, tobramycin
- กลุ่มยาคลายกล้ามเนื้อ ได้แก่ atracurium, cisatracurium, doxacurium, metocurine, mivacurium, pancuronium, pipecuronium, rapacuronium, rocuronium, succinylcholine, tubocurarine, vecuronium
- กลุ่มยาที่ใช้ร่วมกับโบท็อกแล้วอาจเกิดผลข้างเคียงแบบปานกลาง ได้แก่ กลุ่มยาแก้แพ้ แก้หวัด, กลุ่มยานอนหลับ, กลุ่มยาต้านเกล็ดเลือด อาจทำให้เกิดอาการตาพร่า ปากแห้ง รอยช้ำ
ข้อห้ามและข้อควรระวัง หลังฉีดโบท็อกลดกราม
- ควรงดนอนราบ 3 ชม. เพราะอาจทำให้ตัวยาไหลไปเกาะบริเวณที่ไม่ต้องการได้
- ควรหลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิด และกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดง เพราะปัจจัยสำคัญที่ทำให้โบท็อกย่อยสลายไวขึ้น ได้แก่ ความร้อน และการไหลเวียนของเลือด (Metabolism)
- ไม่ควรประคบเย็นเพราะจะขัดขวางการดูดโบท็อกเข้าเซลล์ประสาท
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด อาหารที่ต้องนั่งหน้าเตาร้อน ๆ อาหารหมักดองและงดสูบบุหรี่
- หลังฉีดโบท็อกไป ในระยะ 4 เดือน ถ้าจะรับยาอื่น ๆ เพิ่มต้องแจ้งแพทย์ที่จะจ่ายยาด้วยว่าเพิ่งฉีดโบท็อกมา
อยากรู้ว่าหลังฉีดโบ ห้ามอะไรบ้าง ? ทำอะไรได้-ไม่ได้ คลิกดูคลิปด้านล่างได้ครับ
เปรียบเทียบก่อน-หลังรีวิวฉีดโบท็อกลดกราม
รีวิวฉีดโบลดกราม หลังฉีดจะไม่ได้เห็นผลทันที ต้องรอให้ตัวยาค่อย ๆ ออกฤทธิ์ โดยจะเห็นผลการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ในแต่ละสัปดาห์
บางเคสแนะนำให้ฉีดโบลดกรามควบคู่กับโบท็อกลิฟต์กรอบหน้า เพื่อช่วยให้ผิวบริเวณกรอบหน้ากระชับ หน้าดูเรียวขึ้น เสริมผลลัพธ์ใบหน้าเรียวสวยเข้ารูปยิ่งขึ้นครับ
รีวิวฉีดโบท็อกลดกราม หน้าเรียว

รีวิวฉีดโบท็อกซ์กราม

รีวิวฉีดโบท็อกลดกราม

รีวิวฉีดโบกราม
*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล
รีวิวการฉีดโบลดกรามในผู้ชาย
โครงสร้างใบหน้าปกติผู้ชายจะมีกรามใหญ่กว่าผู้หญิงครับ สำหรับผู้ชายหากต้องการปรับรูปหน้าด้วยการฉีดโบลดกรามจะไม่ได้อยากให้หน้าเล็กลงมาก แต่อยากเพิ่มความคมชัดของกรอบหน้ามากกว่า สามารถฉีดโบลดกราม คู่กับ โบท็อกลิฟกรอบหน้า (Nefertiti lift) ช่วยให้แนวกรามคมขึ้นได้

ฉีดโบท็อกลดกราม ราคาเท่าไหร่ ?
ฉีดโบลดกราม ราคาขึ้นอยู่กับยี่ห้อและปริมาณยูนิตที่ใช้ ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละคนครับ สำหรับที่ V Square Clinic ใช้โบท็อกแท้ สามารถตรวจสอบกับบริษัทนำเข้าได้
ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 7,500.- / 100 ยูนิต ก่อนฉีดโบลดกราม หมอจะแกะกล่องใหม่ ผสมยาให้ดูต่อหน้าทุกครั้ง เพื่อความมั่นใจ สามารถนำกล่องและขวดกลับบ้านได้ครับ

เช็ก โปรโมชันราคาฉีดโบท็อก อัปเดตล่าสุด !
ฉีดโบลดกรามที่ไหนดี ? 5 เช็กลิสต์ก่อนเลือกคลินิกฉีดโบลดกราม

การฉีดโบท็อกลดกรามให้เห็นผล หน้าเรียวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ และปลอดภัย ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่กับตัวยาเท่านั้น แต่ต้องอาศัยความชำนาญของแพทย์ เทคนิคการฉีด และความน่าเชื่อถือของคลินิกด้วยครับ
5 เช็กลิสต์ก่อนเลือกคลินิกฉีดโบลดกราม
- ใช้โบท็อกแท้ 100% ตรวจสอบได้ มีเลขล็อต กล่องฉลากชัดเจน
- แพทย์มีประสบการณ์สูง ต้องเป็นแพทย์จริง สามารถเอาชื่อ-นามสกุล เข้าไปตรวจในเว็บไซต์ได้ที่นี่
- มีการประเมินก่อนฉีด วิเคราะห์ว่าเหมาะกับโบท็อกหรือไม่ หรือควรใช้หัตถการอื่นร่วมด้วย
- คลินิกได้รับอนุญาต มีเลขใบอนุญาตสถานพยาบาลชัดเจน เปิดเผยข้อมูลตัวยา
- รีวิวจากคนไข้จริง มีภาพ Before–After หรือเคสรีวิวหน้าเรียวจริง ไม่ใช้รูปปลอม
ทำไมจึงควรฉีดโบท็อกลดกราม ที่ V Square Clinic

- คลินิกได้มาตรฐาน ผ่านการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข เดินทางสะดวก ทำเลที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า และอาคารพาณิชย์
- แพทย์มีประสบการณ์ในการปรับรูปหน้าอย่างยาวนาน สั่งสมประสบการณ์ด้านการฉีดโบท็อกโดยเฉพาะ
- แพทย์ทุกคนมีการเทรนนิ่ง อัปเดตความรู้เพิ่มเติมทั้งในและต่างประเทศเป็นประจำทุกปี ทำให้มั่นใจว่าเทคนิคการฉีดที่ใช้ เป็นเทคนิคใหม่ที่มีประสิทธิภาพ
- คัดสรรโบท็อกแบรนด์ที่ได้มาตรฐานระดับโลกเข้ามาให้บริการ เพื่อให้สามารถเลือกใช้โบท็อกที่เหมาะกับคนไข้แต่ละคนได้
- มีรีวิวจากผู้ใช้บริการจริงหลักหมื่นเคส ทั้งรูปภาพและวิดีโอ
- ได้รับรางวัลระดับประเทศและระดับเอเชีย การันตีเรื่องผลลัพธ์และคุณภาพของคลินิก
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉีดโบท็อกลดกราม
ฉีด Botox ลดกรามกินเหล้า และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ไหม ?
แนะนำให้งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดครับ เพราะแอลกอฮอล์จะทำให้เส้นเลือดขยายตัว ทำให้เกิดอาการบวม ช้ำจากรอยเข็มหลังฉีดได้ง่าย และรบกวนการกระจายตัวของโบท็อก ควรงดแอลกอฮอล์ประมาณ 3-4 วัน เพื่อให้โบท็อกออกฤทธิ์เต็มที่
ฉีดโบลดกราม ทำให้ยิ้มแข็ง ๆ ยิ้มไม่สุด จริงไหม ?
ฉีดโบลดกรามแล้วมีอาการยิ้มแข็ง ๆ ยิ้มไม่สุด เพราะฉีดโบท็อกไปโดนกล้ามเนื้อไรซอเรียส (risorius) ซึ่งทำหน้าที่ดึงมุมปากเวลายิ้ม เกิดจาก
- ฉีดโบผิดตำแหน่ง ซึ่งหมอที่มีประสบการณ์ทุกคนจะพยายามระวังในจุดนี้
- กล้ามเนื้อ Risorius ของคนไข้เกาะต่ำกว่าปกติ ไม่เหมือนคนทั่วไป พบได้ 1-2%
- กล้ามเนื้อกรามของคนไข้ใหญ่มาก ใช้ยูนิตเยอะ ยาจึงแพร่กระจายกว้าง สามารถป้องกันได้ด้วยการทยอยฉีดโบท็อก (ถ้ากล้ามเนื้อกรามใหญ่มากไม่ควรฉีดให้ยุบหมดในครั้งเดียวควรแบ่งฉีด 2 ครั้งห่างกัน 2-3 เดือน)
- ใช้โบท็อกปลอม ยาจึงกระจายตัวไม่สม่ำเสมอ
การยิ้มแข็ง ๆ ยิ้มไม่สุด หลังฉีดโบลดกรามจะเป็นแค่ชั่วคราว หายได้เองในระยะเวลา 1-2 เดือน สามารถประคบร้อนบริเวณแก้ม หรือใช้เครื่อง RF (Radio Frequency) ก็จะช่วยให้หายเร็วขึ้น
ทำไมฉีดโบกรามแล้วเหนียงเยอะขึ้น
เมื่อฉีดโบลดกรามอย่างเดียว กรามจะยุบลงทำให้ผิวหนังหย่อนคล้อย หนังตรงคอเยอะขึ้น ดูหน้าห้อย ในบางเคสหมอจะแนะนำให้ฉีดโบลดกรามคู่กับโบลิฟกรอบหน้า ผิวจะกระชับพอดี ไม่หย่อนลงครับ และหากฉีดด้วยเทคนิค Nefertiti lift จะช่วยลดเหนียงได้ด้วย
ฉีดโบท็อกลดกรามแล้วปากเบี้ยว เกิดจากอะไร ?
ฉีดโบลดกรามแล้วปากเบี้ยว เกิดจากฉีดโบท็อกไปโดนกล้ามเนื้อ Risorius หรือ Zygomatic ซึ่งทำหน้าที่ในการขยับมุมปาก เมื่อโบท็อกออกฤทธิ์จะลดการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณนี้ ปากทั้งสองข้างจึงเบี้ยวและไม่สมมาตรกันครับ
สรุปฉีดโบท็อกลดกรามดีไหม ? คุ้มค่าหรือเปล่า ?
ฉีด Botox กราม เป็นวิธีปรับรูปหน้าเรียวที่เหมาะกับคนไทยครับ เพราะส่วนใหญ่จะมีปัญหากรามใหญ่ หน้าใหญ่ จากขนาดกล้ามเนื้อกราม เมื่อฉีดโบท็อกแล้วทำให้กรามเล็กลง หน้าเรียวขึ้น และสามารถใช้เทคนิคการฉีดโบท็อกลิฟหน้า เพื่อทำให้กรอบหน้าชัดขึ้น คมขึ้น
ทั้งนี้การฉีดโบลดกรามให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ไม่มีผลข้างเคียงที่อันตรายตามมา ต้องฉีดด้วยเทคนิคที่ถูกต้องโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ ใช้ยาแท้ผ่าน อย. ก่อนฉีดคนไข้ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นคลินิกที่ได้มาตรฐาน เพื่อความปลอดภัยครับ













