ร้อยไหมก้างปลา ยกกระชับปรับรูปหน้า อยู่ได้นานไหม เหมาะกับใครบ้าง ?

Categories
ยกกระชับใบหน้า

ร้อยไหมก้างปลา 

ร้อยไหมก้างปลาคืออะไรช่วยเรื่องอะไรข้อดีข้อเสียที่ควรรู้1000x860

ร้อยไหมก้างปลา คืออะไร ? ทำไมถึงถูกพูดถึงมากในวงการเสริมความงาม ไหมก้างปลาช่วยทำให้หน้าดูเด็กลงได้อย่างไร ? หากอยากปรับรูปหน้าให้เล็กเรียว ร้อยไหมก้างปลาดีไหม ? เหมาะกับใครบ้าง ? มีข้อดี- ข้อเสียอย่างไร ? คำถามเหล่านี้ หมอมีคำตอบให้ทั้งหมดครับ 

รวมถึงข้อมูลการร้อยไหมแบบต่าง ๆ ไหมมีกี่ประเภท ?  มีแบบไหนบ้าง ?  ไหมก้างปลาต่างจากไหมชนิดอื่นอย่างไร ? หลังร้อยไหมไปแล้ว อยู่ได้นานไหม ? บวมช้ำหรือไม่ บวมกี่วัน ? สุดท้ายราคาเท่าไหร่ ? คุ้มค่าที่จะทำหรือไม่ ติดตามอ่านทั้งหมดนี้ได้ในบทความนี้ครับ  

สารบัญร้อยไหมก้างปลา 

  1. ร้อยไหมก้างปลา คืออะไร ? 
  2. ไหมก้างปลา ไหมล็อค 8d ไหมทอนาโด ไหมกุหลาบ แตกต่างกันอย่างไร เลือกอย่างไร ?
  3. ไหมเงี่ยง คืออะไร ? ต่างจากไหมก้างปลาไหม อย่างไร ?
  4. ไหมก้างปลาละลายไหม ? ไหมละลายมีอะไรบ้าง ?
  5. การทำงานของไหมก้างปลา ช่วยอะไรได้บ้าง ?
  6. ร้อยไหมก้างปลาดีอย่างไร ? มีข้อดี – ข้อเสียอย่างไร ?
  7. ใครเหมาะกับการร้อยไหมก้างปลา ? 
  8. รีวิวร้อยไหมก้างปลา 
  9. ร้อยไหมก้างปลา หน้าบวมกี่วัน ? 
  10. ร้อยไหมก้างปลากี่วันเห็นผล ?
  11. ร้อยไหมก้างปลา อยู่ได้นานไหม อยู่ได้กี่ปี ?
  12. ร้อยไหมก้างปลา ต้องใช้กี่เส้น ?
  13. ชนิดของเข็ม และขนาดของเส้นไหมก้างปลา
  14. การเตรียมตัวก่อนร้อยไหมก้างปลา
  15. การดูแลตัวเองหลังร้อยไหมก้างปลา
  16. ร้อยไหมก้างปลาที่ไหนดี ?
  17. ร้อยไหมก้างปลา ราคาโปรโมชั่น  V Square Clinic  
  18. Q&A ตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับร้อยไหมก้างปลา

ร้อยไหมก้างปลา คืออะไร ?

การร้อยไหมก้างปลา คือ หนึ่งในหัตถการความงามด้านการปรับรูปหน้า ด้วยการใช้เส้นไหมละลาย ร้อยเข้าไปใต้ผิว เพื่อดึง ยกผิวให้ตึงกระชับเข้ารูป ช่วยปรับรูปหน้าให้เรียววีเชฟ รวมถึงแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย 

ร้อยไหมก้างปลา

ส่วนทำไมถึงเรียกว่า “ ไหมก้างปลา ” ลักษณะการเรียกมาจากรูปลักษณ์ของเส้นไหมครับ ที่มีเงี่ยงคล้ายก้างปลา หมอไทยส่วนใหญ่จึงเรียกไหมก้างปลา เพื่อให้คนไข้เข้าใจได้ง่ายขึ้น ซึ่งชื่อจริง ๆ ในทางการแพทย์คือ  Bidirectional  Barbed Thread  ครับ 

ลักษณะไหมก้างปลา

ไหมก้างปลา ไหมล็อค 8d ไหมทอนาโด ไหมกุหลาบ แตกต่างกันอย่างไร เลือกอย่างไร ? 

ไหมก้างปลา ยังมีชื่ออื่น ๆ ที่แต่ละคลินิกความงามตั้งชื่อขึ้น เพื่อใช้ทำการตลาดของตนเอง เช่น ไหมก้างปลา 8d ไหมเงี่ยงกุหลาบ ไหมปิรันย่า ไหมจระเข้ ไหมมังกร ไหมปากฉลาม ไหมทับทิม ไหม double-lock ไหมทอร์นาโด เป็นต้น ซึ่งเป็นลักษณะเส้นไหมที่มีเงี่ยงเหมือนกันครับ มีคุณสมบัติในการช่วยยกกระชับผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้เช่นเดียวกัน 

ไหมก้างปลา ไหมเงี่ยง

ไหมเงี่ยง คืออะไร ? ต่างจากไหมก้างปลาไหม อย่างไร ?

ไหมเงี่ยง คือ ไหมก้างปลา หรือไหมก้างปลา 8d ครับ เป็นไหมกลุ่ม Barb Thread เช่นเดียวกัน คุณสมบัติก็เหมือน ๆ กัน แค่เรียกต่างกันตามแต่ละคลินิกเท่านั้น  

ดังนั้นก่อนเลือกร้อยไหมแบบใด ชื่อใด หมอแนะนำให้ดูลักษณะของเส้นไหมเป็นหลักครับ ว่ามีเงี่ยงแบบไหน ยี่ห้ออะไร ใช้วัสดุอะไร เพราะไหมแต่ละชนิดมีประสิทธิภาพในการยกพยุงผิวได้ไม่เท่ากันครับ


ไหมก้างปลาละลายไหม ? ไหมละลายมีอะไรบ้าง ? 

ไหมก้างปลาที่ใช้ในคลินิกเสริมความงามที่ได้มาตรฐาน เป็นไหมละลายครับ จะไม่มีส่วนผสมของโลหะ สามารถละลายได้หมด 100% โดยไม่มีสารตกค้าง คงเหลือเพียงเส้นใย Elastin ที่ร่างกายเราสร้างขึ้นมาเพื่อช่วยประคองผิว และสามารถกลับมาร้อยไหมซ้ำได้อีกโดยไม่มีผลข้างเคียง

ปัจจุบันไหมละลาย มี 2 ประเภท คือ 

  1. ไหมละลายที่ทำจากเส้นใยธรรมชาติ เช่น คอลลาเจนในลำไส้แกะหรือวัว
  2. ไหมละลายสังเคราะห์ ปัจจุบันนิยมใช้ไหมประเภทนี้ เนื่องจากมีความระคายเคืองต่อเนื้อเยื่อน้อยกว่า

นอกจากนี้ไหมละลายที่ใช้ในการร้อยไหมกระชับผิว ยังจำแนกตามวัสดุ และลักษณะของไหม 

ไหมละลายทำจากวัสดุอะไร ? 

  1. ไหมละลาย PCL (Polycaprolactone) เส้นสีขาวขุ่น มีความยืดหยุ่นสูงที่สุด แข็งทนทาน ไม่เปราะหักง่าย เส้นใหญ่ที่สุด และเป็นไหมที่ดีที่สุดในปัจจุบัน
  2. ไหมละลาย PLLA (Polylactate) เส้นสีขาวใส ทนต่อแรงดึงได้ดีที่สุด แต่ขาดความยืดหยุ่น อาจจะพบปัญหาไหมขาด ไหมทะลุได้บ่อย ไม่เป็นที่นิยม
  3. ไหมละลาย PDO (Polydioxanone) เส้นสีน้ำเงิน ยืดหยุ่นปานกลาง นิ่ม ไม่เปราะ ขณะที่ร้อยจะไม่รู้สึกระคายเคือง เป็นไหมชนิดแรกที่ถูกนำมาใช้ในการเสริมความงาม และเป็นที่นิยมมากที่สุด
วัสดุไหมละลายก้างปลา
วัสดุไหมละลายก้างปลา
คุณสมบัติของวัสดุไหมก้างปลา
คุณสมบัติของวัสดุไหมก้างปลา

ชนิดของไหมละลาย 

ไหมละลายแต่ละชนิดที่ใช้ในทางการแพทย์ มีหลายชนิด เพื่อตอบโจทย์แต่ละปัญหาของคนไข้ที่แตกต่างกัน 

  1. ไหมเรียบ (Mono Threads) เส้นเรียบ ไม่มีเงี่ยงหรือเกลียว ใช้ร้อยเพื่อสร้างคอลลาเจน ลดริ้วรอยได้เล็กน้อย 
  2. ไหมเงี่ยง หรือไหมก้างปลา (Barbed Threads) มีเงี่ยงเหมือนตะขอ ช่วยดึงเนื้อเยื่อได้ดี เหมาะกับใช้ในการยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย
  3. ไหมเกลียว (Screw Threads) ใช้ไหม 1-2 เส้น พันเป็นเกลียว เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับเส้นไหมในการร้อย
  4. ไหมกรวย (Silhouette Soft) มีลักษณะเป็นปมคล้ายกรวย ติดอยู่ที่เส้นไหมเป็นระยะ ต้องใช้เข็มใหญ่ในการร้อย และมีโอกาสบวมช้ำสูง
  5. ไหมมิ้นท์ (Mint Lift) เงี่ยงไหม 360 องศา 3 มิติ ยึดเกาะเนื้อเยื่อได้หลายทิศทาง เงี่ยงไหมกางชัดเจน ตัวไหมแข็งแรง เห็นผลดีในการยกกระชับหน้า ผ่าน อย.
  6. ไหมตาข่าย (Tesslift  Soft) ไหมโครงตาข่าย 1 เส้น เทียบเท่ากับการร้อยไหม 2 เส้น ทนแรงต้านได้ดีกว่าไหมทั่วไป 80 เท่า วัสดุมีความแข็งแรง สามารถยกกระชับและพยุงผิวที่หย่อนคล้อยได้ดี ผ่านการรับรองจาก CE Approved (European Conformity)
ชนิดไหมละลาย

สำหรับที่ V Square Clinic ใช้  “ไหมล็อคก้างปลา 360 องศา” ที่ถูกออกแบบมาให้มีเงี่ยงรอบเส้นไหม 360 องศา เส้นใหญ่ แข็งแรง ไม่เปราะหักง่าย เพื่อเพิ่มแรงยก เกาะเกี่ยวชั้นเนื้อเยื่อได้ดีขึ้น โดยจะค่อย ๆ ละลายอยู่ในผิวหนัง ภายในระยะเวลา 8 เดือน สามารถสลายได้หมด 100% โดยไม่มีสารตกค้างครับ


การทำงานของไหมก้างปลา ช่วยอะไรได้บ้าง ?

การทำงานของการร้อยไหมก้างปลา คือ ยกและดึง ตรงไหนย้อย ตรงไหนคล้อย ใช้การร้อยไหมช่วยได้ครับ 

โดยการร้อยไหมก้างปลาที่มีเงี่ยงอยู่บนเส้นไหม เมื่อแพทย์ร้อยเข้าไปใต้ผิวหนัง จะเกี่ยวและช่วยยกผิวเนื้อเยื่อขึ้นตามแนวดึง จึงสามารถปรับรูปหน้าให้ดูวีเชฟ และเรียวขึ้นได้  

ร้อยไหมก้างปลายกหน้า

ซึ่งในขั้นตอนนี้จะทำให้เกิดแผลเล็ก ๆ ใต้ผิวหนังด้วย จึงเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาหุ้ม ผิวจึงกลับมากลับกระชับ ดูเต่งตึงขึ้น ช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนกว่าวัยได้ครับ 

การทำงานไหมก้างปลา

ร้อยไหมก้างปลาดีอย่างไร ?  มีข้อดี – ข้อเสียอย่างไร ?

ข้อดี 

  • ช่วยลดความหย่อนคล้อยของผิว ริ้วรอยจางลง ใบหน้าได้สัดส่วนมากยิ่งขึ้น 
  • ช่วยปรับรูปหน้าเรียว V Shape ได้สัดส่วน ผิวดูเต่งตึงขึ้น ใบหน้าดูอ่อนกว่าวัย
  • ไหมก้างปลาจะช่วยประคองผิวคล้ายเส้นเอ็นบนใบหน้า ดึงใบหน้าที่หย่อนคล้อยให้กระชับขึ้น 
  • ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน กระตุ้นการไหลเวียนโลหิตมาเลี้ยงชั้นผิวหนัง
  • ไหมก้างปลาที่มีคุณภาพ จะสามารถเข้ากันได้ดีกับผิวหนัง และสลายได้ 100% โดยไม่มีสารตกค้าง หลังจากทำเสร็จสามารถใช้หน้าได้ตามปกติ โดยไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น

ข้อเสีย 

  • หากทำกับแพทย์ไม่มีประสบการณ์ อาจร้อยไหมก้างปลาผิดวิธี ทำให้หน้าเบี้ยว หน้ายุบ หน้าเป็นคลื่นได้
  • ร้อยไหมก้างปลาที่ไม่ได้คุณภาพ จะเกิดเป็นพังผืด กดแล้วผิวเป็นก้อนแข็ง และส่งผลเสียในระยะยาวได้ เนื่องจากเป็นไหมปลอม ที่ไม่สามารถสลายหมดไปได้เองตามธรรมชาติ

ใครเหมาะกับการร้อยไหมก้างปลา ? 

  • ผู้ที่มีแก้มหย่อนคล้อย แก้มห้อย จากอายุที่เพิ่มมากขึ้น
    (สามารถเกิดขึ้นได้กับผู้ที่อายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป)
  • ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้มีมิติขึ้น ปรับหน้าเรียว V-Shape
  • ผู้ที่อายุไม่มาก แต่รูปหน้ามีความหย่อนคล้อย ก็สามารถร้อยไหมก้างปลาได้เช่นกันครับ 

บทความแนะนำ

  • ผู้ที่มีปัญหาหน้าตอบ มีร่องแก้ม สามารถร้อยไหมก้างปลายกกระชับหน้า ควบคู่กับการเติมฟิลเลอร์ร่องแก้มเพื่อผลลัพธ์ที่ดี

รีวิวร้อยไหมก้างปลา 

ตัวอย่างรีวิวร้อยไหมก้างปลา 

รีวิวร้อยไหมก้างปลา(1)_1
รีวิวร้อยไหมก้างปลา(2)

ตัวอย่างรีวิวร้อยไหมก้างปลาร่วมกับการฉีดฟิลเลอร์  

รีวิวร้อยไหมก้างปลา
รีวิวร้อยไหมก้างปลา_1
(รีวิว ร้อยไหมก้างปลา ดึงแก้มส่วนล่างให้กระชับขึ้น)

ร้อยไหมก้างปลา หน้าบวมกี่วัน ? 

หลังร้อยไหม อาการบวม สามารถเกิดขึ้นได้ครับประมาณ 3-4 วันแรกจะบวมมากขึ้น แต่อาการบวมจะยุบลงได้เองในช่วง 14 วัน 

รีวิวร้อยไหมก้างปลา(1)
(ตัวอย่างผลลัพธ์หลังร้อยไหมก้างปลา 2 วัน)

ในกรณีที่ร้อยไหมไปแล้ว 4 วัน แต่มีอาการบวมแดงมากขึ้น แนะนำให้รีบกลับมาพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินอาการและรับประทานยาแก้ปวด ลดบวมเพิ่มครับ


ร้อยไหมก้างปลากี่วันเห็นผล ?

หลังการร้อยไหมสามารถเห็นผลได้ทันทีหลังทำ จากนั้นจะค่อย ๆ เห็นผลชัดเจนขึ้นตามลำดับ ใบหน้าเริ่มเข้าที่เห็นผลชัดเจนประมาณ 1 เดือนครับ 


ร้อยไหมก้างปลา อยู่ได้นานไหม อยู่ได้กี่ปี ? 

ร้อยไหมก้างปลา อยู่ได้นานแค่ไหน ขึ้นอยู่กับชนิดของไหมที่เลือกใช้และการดูแลตัวเองทั้งก่อนและหลังร้อยอย่างถูกวิธี โดยปกติแล้วไหม PDO จะอยู่ได้ 4-5 เดือน ส่วนไหม PCL อยู่ได้ 1 ปีครับ


ร้อยไหมก้างปลา ต้องใช้กี่เส้น ? 

ปกติการร้อยไหมก้างปลาจะใช้เส้นไหมข้างละ 3-10 เส้นครับ ก่อนร้อยแพทย์จะประเมินสภาพผิวโดยพิจารณาจากขนาดเนื้อแก้มของคนไข้ ความแน่นของผิว และจุดที่ต้องการดึงของคนไข้เป็นเคส ๆ ครับ แต่ถ้าหากคนไข้ต้องการให้อยู่ได้นานขึ้นกว่าปกติ ก็สามารถใช้จำนวนเส้นที่เยอะขึ้นได้ คล้าย ๆ การยกของด้วยเชือกหลาย ๆ เส้นย่อมมั่นคงแข็งแรงขึ้น อยู่ได้นานขึ้นครับ


ชนิดของเข็ม และขนาดของเส้นไหมก้างปลา

ขนาดของเส้นไหมตามหน่วยวัดสากล
(ตารางเปรียบเทียบขนาดของเส้นไหมตามหน่วยวัดสากล USP)
เข็มที่ใช้ในการร้อยไหมขนาดต่าง ๆ
(เข็มที่ใช้ร้อยไหมขนาดต่าง ๆ จะมีหัวเข็มที่มีสีแตกต่างกัน ซึ่งบ่งบอกความเล็ก ใหญ่ของเส้นไหม)

ชนิดของเข็ม และขนาดของเส้นไหมก้างปลา สำหรับวิธีสังเกตคนไข้สามารถดูได้จาก สีของเข็มที่ใช้ในการร้อยไหมก้างปลา หมอแยกตามสีของเข็มเพื่อความชัดเจนให้ดังนี้

  • เข็มสีเทา 27G ใช้ในการร้อยไหมขนาด USP 5-0
  • เข็มสีส้ม 25G ใช้ในการร้อยไหมขนาด USP 4-0
  • เข็มสีฟ้า 23G ใช้ในการร้อยไหมขนาด USP 3-0
  • เข็มสีเขียว 21G ใช้ในการร้อยไหมขนาด USP 2-0 ซึ่งคลินิกทั่วไปนิยมใช้ เนื่องจากเข็มมีขนาดเล็ก ร้อยง่าย ไม่จำเป็นต้องใช้แพทย์มีประสบการณ์สูงก็สามารถทำได้ หลังร้อยไหมมีอาการบวมช้ำน้อย แต่เส้นไหมมีขนาดเล็กจึงอยู่ได้ไม่นานครับ 
  • เข็มสีเหลืองอ่อน 20G ใช้ในการร้อยไหมขนาด USP0
  • เข็มสีน้ำตาล 19G ใช้ในการร้อยไหมขนาด USP1
  • เข็มสีชมพู 18G ใช้ในการร้อยไหมขนาด USP2 ใช้ร้อยไหมที่มีขนาดใหญ่ เช่น ไหม PCL ซึ่งในปัจจุบันเป็นไหมก้างปลาเส้นใหญ่ที่สุด
เข็มที่ V Square Clinic เลือกใช้
(ลักษณะของเข็มร้อยไหมก้างปลา ที่ V Square Clinic เลือกใช้)

ที่ V Square Clinic หมอจะเลือกใช้ไหมก้างปลาเส้นที่ใหญ่ที่สุดตอนนี้คือ USP2 USP1 USP0 เข็มที่ใช้ร้อยไหมจะเป็นเข็มสี สีชมพู (18G) สีน้ำตาล (19G) หรือ สีเหลืองอ่อน (20G) เนื่องจาก ไหมก้างปลาเส้นใหญ่ เงี่ยงใหญ่ จะละลายช้า และอยู่ได้นาน ให้ผลลัพธ์การรักษาที่ดีและเกิดความคุ้มค่าสูงสุดครับ


การเตรียมตัวก่อนร้อยไหมก้างปลา

  • หากมีโรคประจำตัวที่ต้องทานยาต่อเนื่อง ควรปรึกษาแพทย์ที่ทำหัตถการ ว่ามีความจำเป็นต้องงดยาตัวไหนบ้าง 
  • ควรงดทานวิตามินบางตัว เช่น Vitamin E, Primrose oil, Ginseng
  • ควรงดทาครีมกลุ่ม “Anti-Aging” หรือทายาที่ส่งผลต่อการผลัดเซลล์ผิว เช่น Tretinoin (Retin-A), Retinols อย่างน้อย 3 วัน
  • หากมีคอร์สนวดหน้า หรือคอร์สเลเซอร์ต่าง ๆ ควรงดทำอย่างน้อย 3 วัน และควรเว้นหลังร้อยไหมก้างปลาไปแล้ว 2 อาทิตย์
  • ควรงดกิจกรรมที่ส่งผลให้เลือดสูบฉีด 24 ชม. เช่น ออกกำลังกายหนัก ๆ 
  • ควรงดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชม. ก่อนทำหัตถการ

การดูแลตัวเองหลังร้อยไหมก้างปลา

  • หลังการร้อยไหมก้างปลา แนะนำให้ทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด (ปกติแพทย์จะสั่งยาแก้ปวด ลดบวม ยาฆ่าเชื้อให้ครับ)
  • พยายามอย่าขยับหน้าบ่อย โดยเฉพาะในช่วง 3 วันหลังการร้อยไหมก้างปลา
  • งดการนวดหน้า เป็นเวลา 2 เดือน รวมถึงการเลเซอร์หน้าที่ลงผิวชั้นลึกอย่างน้อย 1 เดือน
  • งดกิจกรรมที่ส่งผลให้หน้าแดง รวมถึงการทานอาหารหน้าเตาร้อน ๆ และอาหารรสเผ็ด
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด งดสูบบุหรี่ และงดอาหารที่มีรสหวานจัด 
หลังร้อยไหมก้างปลา(4)
หลังร้อยไหมก้างปลา(5)
หลังร้อยไหมก้างปลา(1)
หลังร้อยไหมก้างปลา(2)
หลังร้อยไหมก้างปลา
หลังร้อยไหมก้างปลา(3)

ร้อยไหมก้างปลาที่ไหนดี ?

ร้อยไหมก้างปลา ที่ไหนดี ? เพื่อความปลอดภัยและคุ้มค่า ควรพิจาณาสิ่งเหล่านี้ก่อนตัดสินใจ 

  1. คลินิกต้องได้มาตรฐาน
    • มีใบอนุญาตประกอบกิจการจากกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ใบอนุญาต 11 หลัก รายละเอียดเกี่ยวกับผู้ประกอบวิชาชีพ ติดในคลินิกอย่างชัดเจน เพื่อให้คนไข้มั่นใจว่า เลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือและปลอดภัย 
    • มีรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง จากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ หากมีภาพก่อน-หลัง ที่เป็นทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว จะดูน่าเชื่อถือขึ้น
    • สถานที่ตั้งและบรรยากาศของคลินิกกว้างขวาง สะอาดถูกหลักอนามัย ตั้งอยู่ในจุดที่สังเกตได้ง่าย ไม่ลับตาคน
  1. แพทย์มีประสบการณ์สูง จะสามารถประเมินปัญหาใบหน้า วางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม อีกทั้งยังสามารถแนะนำชนิดของไหม จำนวนเส้น และมีเทคนิคการร้อยที่ถูกต้อง เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและมีปลอดภัยสูงสุดครับ
  2. ใช้เส้นไหมแท้มีคุณภาพ ไหมเงี่ยงหรือไหมก้างปลาต้องเป็นไหมละลาย ที่แพทย์ใช้เย็บแผล ผ่านการรับรองว่าได้มาตรฐานจาก อย. สามารถละลายหมดไปได้เองตามธรรมชาติ 100% โดยไม่มีสารตกค้าง
ร้อยไหมก้างปลา V Square Clinic หมอกอล์ฟ

ที่ V Square Clinic ดูแลโดยแพทย์ประสบการณ์สูง ใช้เส้นไหมก้างปลาแท้คุณภาพ มีตัวอย่างผลการรักษา เคสรีวิว ให้พิจารณาประกอบการตัดสินใจ เพื่อความมั่นใจก่อนร้อยไหมจริง หลังร้อยไหมแพทย์สามารถแนะนำการดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี และติดตามผลอย่างต่อเนื่องเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดครับ


ร้อยไหมก้างปลา ราคาโปรโมชั่น  V Square Clinic  

ราคาร้อยไหมก้างปลา

Q&A ตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับร้อยไหมก้างปลา

ร้อยไหมก้างปลาเจ็บไหม ? 

ก่อนร้อยไหมก้างปลา แพทย์จะฉีดยาชาร่วมกับการทายาให้ก่อน คนไข้จะไม่รู้สึกเจ็บขณะร้อยไหมครับ แต่จะรู้สึกเจ็บตอนฉีดยาชาเท่านั้น 

ร้อยไหมก้างปลาอันตรายไหม ?

ร้อยไหมก้างปลา เป็นหัตถการที่มีความปลอดภัย หากร้อยด้วยไหมละลายที่ได้มาตรฐาน กับแพทย์มีประสบการณ์ ใช้เทคนิคการร้อยไหมที่ถูกต้อง จะให้ผลลัพธ์ที่ดีและไม่เป็นอันตราย เมื่อเวลาผ่านไปตามอายุของไหมที่ใช้ร้อย เส้นไหมก็จะละลายหมดไปตามธรรมชาติ โดยไม่มีสารตกค้างครับ


สรุป

ร้อยไหมก้างปลา เป็นหัตถการที่ช่วยแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยของผิวหน้าได้อย่างตรงจุด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัยสูงสุด หมอแนะนำให้ร้อยไหมกับแพทย์ประสบการณ์สูง ในคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีตัวอย่างผลการรักษา มีเคสรีวิวที่น่าเชื่อถือ เพื่อเพิ่มความมั่นใจก่อนตัดสินใจร้อยไหมก้างปลาครับ


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ

หมอให้คำปรึกษา_หมอ40คน