
โบท็อกลิฟกรอบหน้า ลิฟหน้าเรียว ดูมีมิติ
การฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้า หรือ Botox Lift เป็นเทคนิคฉีดโบท็อกที่ช่วยให้ใบหน้าดูเรียว ยกกระชับ กรอบหน้าชัด และมีมิติขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
โบท็อกลิฟหน้า คืออะไร ? ช่วยอะไรบ้าง ? ต่างจากการฉีดโบท็อกตำแหน่งอื่นอย่างไร ? ฉีดตำแหน่งไหน ? ใช้กี่ยูนิต ? โบท็อกลิฟกรอบหน้ายี่ห้อไหนดี ? ดูรีวิวก่อน-หลังฉีดลิฟหน้าเรียว โดยไม่ต้องผ่าตัด กี่วันเห็นผลลัพธ์ชัดเจน ติดตามอ่านได้ในบทความนี้ครับ
สารบัญ โบท็อกลิฟกรอบหน้า
โบท็อกลิฟกรอบหน้า คืออะไร มีกี่แบบ ?
การฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้า คือ การฉีดโบท็อก (Botulinum Toxin Type A) เพื่อคลายกล้ามเนื้อส่วนคอ โดยฉีดบริเวณกรอบหน้า ใต้คาง จะได้ดึงแก้มให้น้อยลงและลิฟหน้าให้ดูชัด คมขึ้น
จากข้อมูลงานวิจัย Neurophysiological effects of botulinum toxin type A” โดย G Abbruzzese และ A Berardelli ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Neurotoxicity Research ได้อธิบายถึงคุณสมบัติและกลไกการทำงานทางสรีรวิทยาของระบบประสาท (Neurophysiological properties) ของ โบท็อกว่าสามารถทำให้กล้ามเนื้อหดตัวได้ ส่งผลทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นอ่อนแรงลงหรือคลายตัวออก
เมื่อนำโบท็อกมาใช้ฉีดบริเวณแนวกรอบหน้า และลำคอด้วยเทคนิคที่เหมาะสม จึงสามารถช่วยลิฟกรอบหน้าได้ ทำให้หน้าเรียว ช่วยยกกระชับใบหน้าให้ดูมีมิติขึ้น ทำให้เกิดการยกกระชับผิว โดยสามารถเห็นผลได้หลังฉีดชัดเจนประมาณ 2 สัปดาห์

สำหรับการฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้า หรือการลิฟติ้งหน้า จะเป็นการฉีดโบท็อกด้วยเทคนิคเฉพาะ 2 เทคนิค คือ
- Dermolift จะฉีดเป็นจุดเล็ก ๆ ตามแนวกรอบหน้าในชั้นผิวตื้น ผิวจะหดตัวและกระชับขึ้นเร็ว เห็นผลได้เกือบทันที เหมาะสำหรับคนที่ต้องการผลเร่งด่วน แต่ไม่ควรทำบ่อย เพราะการจิ้มชั้นผิวซ้ำ ๆ จะกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ทำให้เสี่ยงดื้อโบท็อกได้ง่ายขึ้นครับ
- Nefertiti Lift จะฉีดตรงไปที่กล้ามเนื้อ Platysma ที่ลำคอ ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อที่คอยดึงผิวหน้าลงตลอดเวลา เมื่อโบท็อกคลายกล้ามเนื้อส่วนนี้ออก กล้ามเนื้อส่วนบนก็จะมีแรงดึงหน้าขึ้นมากกว่าเดิม ส่งผลให้กรอบหน้าคมขึ้น เหนียงลดลง แบบที่ดูเป็นธรรมชาติครับ
ประโยชน์ของการฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้า มีอะไรบ้าง ?
- ยกกระชับผิวหน้าที่เริ่มหย่อนคล้อย ช่วยให้ใบหน้าดูเต่งตึงและยกขึ้น
- เก็บแนวกรอบหน้าให้ดูคมชัด เห็นสันกรามและขอบกรามชัดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
- ปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น โดยเฉพาะบริเวณแก้มส่วนล่างหรือกรอบหน้าที่เริ่มหย่อนคล้อย
- ใบหน้าดูมีมิติมากขึ้น เมื่อแสงตกกระทบจะเห็นโครงหน้าได้ชัด
- ลดแรงดึงจากกล้ามเนื้อ Platysma ที่เป็นสาเหตุให้ผิวหย่อนคล้อย
- ใบหน้าดูสดใสและดูอ่อนวัยกว่าเดิม เพราะผิวยกขึ้นและกรอบหน้าชัดขึ้น
ข้อดีโบท็อกลิฟกรอบหน้า คือการช่วย “ยก” และ “เก็บ” แนวกรอบหน้าให้ดูชัดขึ้น โดยหมอจะฉีดในตำแหน่งที่มีผลต่อแรงดึงของกล้ามเนื้อ ทำให้ใบหน้าดูเรียวกระชับขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด


โบท็อกลิฟกรอบหน้าไม่ได้จำกัดแค่ผู้หญิงครับ ผู้ชายทำได้เช่นกัน แต่เป้าหมายต่างกัน ส่วนมากผู้หญิงจะเน้นให้หน้าเรียวขึ้น กรอบหน้าดูชัดแบบ V Shape โดยยังคงความละมุนนวลของใบหน้าไว้ ส่วนผู้ชายจะเน้นให้โครงหน้าแข็งแกร่งขึ้น Jawline คมชัด และยังรักษาความเป็นชายไว้ได้ครับ
ข้อดีของการฉีดโบลิฟกรอบหน้า
- ปรับรูปหน้าให้คมชัดทันใจ : ช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย เก็บเหนียง และเน้นแนวสันกราม (Jawline) ให้ดูชัดเจน มีมิติอย่างเป็นธรรมชาติ
- ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น : เป็นหัตถการที่ใช้เวลาทำน้อย (ประมาณ 10-15 นาที) หลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที ไม่มีแผลที่ต้องกังวลใจ
- เห็นผลลัพธ์รวดเร็ว : เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงภายใน 3-4 วัน และเห็นผลลัพธ์หน้าเรียวยกกระชับชัดเจนเต็มที่ใน 1-2 สัปดาห์
- ทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ดี : สามารถผสมผสานกับการลดกราม ฟิลเลอร์ หรือเครื่องยกกระชับ เพื่อผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบขึ้น (เรียงลำดับการทำตามคำแนะนำของแพทย์)
ฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้า กี่วันเห็นผลหน้าเรียวขึ้น ?
ฉีดโบท็อกกี่วันเห็นผล ? โบท็อกลิฟกรอบหน้า เห็นผลประมาณ 3-4 วันหลังฉีด และจะเห็นผลเต็มที่ใน 1-2 สัปดาห์ ผิวจะตึงกระชับ กรอบหน้าคมชัดมากขึ้น
ผลลัพธ์ Botox ลิฟกรอบหน้า อยู่ได้กี่เดือน นานไหม ?
Dermolift ออกฤทธิ์สั้นกว่าเนื่องจากฉีดชั้นตื้น ส่วน Nefertiti Lift ที่ฉีดลึกถึง Platysma อยู่ได้ 3-4 เดือน หากคนไข้ต้องการผลเร่งด่วน ก็สามารถทำ Dermolift ควบคู่ไปกับ Nefertiti lift ในครั้งเดียวกันได้ครับ
ตารางเปรียบเทียบเทคนิคโบท็อกลิฟกรอบหน้า Dermolift VS Nefertiti Lift
| หัวข้อเปรียบเทียบ | เทคนิค Dermolift | เทคนิค Nefertiti Lift |
|---|---|---|
| หลักการทำงาน (ตำแหน่ง/ชั้นผิว) | ฉีดเข้าในชั้นผิวหนังแท้แบบตื้น ๆ (Intradermal) เป็นจุดเล็ก ๆ ไล่ตามแนวกรอบหน้าและแนวกรามขึ้นไปหาหนังศีรษะ | ฉีดเข้ากล้ามเนื้อโดยตรง โดยเน้นที่กล้ามเนื้อ Platysma (กล้ามเนื้อคอแผ่นใหญ่) และแนวขอบกรามล่าง |
| ผลลัพธ์ที่ได้ | ผิวหนังชั้นบนหดตัวตึงกระชับทันที กรอบหน้ายกขึ้นแบบเร่งด่วน รูขุมขนดูเล็กลง | กล้ามเนื้อส่วนที่ดึงผิวลง (Platysma) คลายตัว ส่งผลให้กล้ามเนื้อส่วนบนมีแรงดึงหน้าขึ้นได้มากกว่า กรอบหน้าจึงคม ชัด ลีน และเหนียงลดลงแบบเป็นธรรมชาติ |
| ระยะเวลาผลลัพธ์ | ประมาณ 1 – 2 เดือน | ประมาณ 3 – 4 เดือน |
| จำนวนยูนิต | ประมาณ 30-50 ยูนิต (เน้นกระจายตัวยาเจือจางปริมาณน้อยแต่หลายจุด) | ประมาณ 30-50 ยูนิต (ขึ้นอยู่กับขนาดและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อคอแต่ละบุคคล) |
| ข้อควรระวัง | ไม่ควรทำบ่อย เพราะการจิ้มชั้นผิวตื้นถี่ๆ จะกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เสี่ยงดื้อโบท็อกได้ง่าย | ต้องฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ ฉีดได้แม่นยำตรงจุด หากฉีดผิดตำแหน่งหรือลึกเกินไป อาจกระทบการกลืนหรือการพูดได้ |
ทั้งนี้ การฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้า หรือ การลิฟกรอบหน้า มักทำร่วมกับการฉีดโบท็อกลดกราม เพราะเมื่อกรามยุบลง + กล้ามเนื้อคอเลิกดึงรั้ง (Nefertiti) + ผิวกรอบหน้าตึงกระชับ (Dermolift) จะทำให้ใบหน้าท่อนล่างเปลี่ยนรูปเป็น V-Shape ที่คมชัดและมีมิติได้มากขึ้นครับ ซึ่งโดยทั่วไปจะใช้ปริมาณโบท็อกโดยรวมทั้งหมดประมาณ 150 ยูนิต
ฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้า เจ็บไหม ?
ฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้า ไม่เจ็บครับ แต่จะรู้สึกตอนจิ้มเข็มและเดินยาเท่านั้น ก่อนฉีดจะมีการประคบน้ำแข็งก่อน หรือถ้าใครที่กลัวเข็มมาก ๆ สามารถให้ทางคลินิกแปะยาชาให้ได้ครับ
อ่านบทความเพิ่มเติม : ฉีดโบท็อก เจ็บไหม ? หลังฉีดรู้สึกอย่างไร ?
Botox Lift กรอบหน้า ใช้กี่ยูนิต เห็นผลหลังทำ ?
โบท็อกลิฟกรอบหน้า ใช้ประมาณ 30-50 ยูนิต ขึ้นอยู่กับโครงหน้า ความหย่อนคล้อยของผิว หลังฉีดจะไม่ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงทันทีครับ ต้องรอเวลาให้โบท็อกออกฤทธิ์กระจายตัวเข้ากล้ามเนื้อ ประมาณ 3-4 วัน จะเริ่มเห็นผลครับ

ฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้า ใช้ยี่ห้อไหนดี ?
โบท็อกแต่ละยี่ห้อจะมีคุณสมบัติแตกต่างกัน ทั้งในเรื่องของการกระจายตัวยา ความเร็วในการออกฤทธิ์ และระยะเวลาการคงผลลัพธ์ เช่น โบท็อกอเมริกา มีงานวิจัยรองรับมายาวนาน ตัวยาบริสุทธิ์สูง อยู่ได้นาน ส่วนโบท็อกเกาหลี มีให้เลือกหลากหลายยี่ห้อ เห็นผลไว ราคาย่อมเยาว์ครับ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความนี้ครับ
ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติโบท็อกซ์แต่ละยี่ห้อ
| ยี่ห้อโบท็อก | จุดเด่น | การกระจายตัวของยา | ระยะเวลาผลลัพธ์ |
|---|---|---|---|
| Allergan (อเมริกา) | มีความบริสุทธิ์สูง โอกาสดื้อโบน้อย | ตัวยากระจายตัวแคบ สามารถออกฤทธิ์แม่นยำตรงจุด | 5 – 6 เดือน |
| Dysport (อังกฤษ) | มีความบริสุทธิ์สูง โอกาสดื้อโบน้อย และออกฤทธิ์เร็ว ได้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ | กระจายตัวเป็นวงกว้าง | 4 – 6 เดือน |
| Xeomin (เยอรมัน) | เป็น Pure Toxin (ความบริสุทธิ์สูง เห็นผลดีที่สุดในกลุ่มคนดื้อโบ) | กระจายตัวได้ดี | 4 – 6 เดือน |
| Neuronox (เกาหลี) | โปรตีนบริสุทธิ์ และมีวิจัยรับรองประสิทธิภาพและความปลอดภัย | ตัวยากระจายตัวแคบ และให้ผลลัพธ์แม่นยำ | 4 – 6 เดือน |
| Nabota (เกาหลี) | เป็นโบท็อก Hi-Pure Technology ความบริสุทธิ์สูง ได้รับ FDA อเมริกา (US FDA) และออกฤทธิ์ไว เห็นผลเร็ว | ตัวยากระจายตัวเป็นวงกว้าง | 4 – 6 เดือน |
| Inbo (เกาหลี) | เป็นโบท็อกซ์สายพันธุ์สวีเดน ลดโอกาสดื้อยา และออกฤทธิ์ไว | ตัวยากระจายตัวแคบ จึงให้ผลแม่นยำตรงจุด | 4 – 6 เดือน |
| Bienox (เกาหลี) |
| (ไม่ได้ระบุ) | 4 – 6 เดือน |
| Hugel (เกาหลี) | ตัวยามีความบริสุทธิ์สูง | กระจายตัวแคบ ออกฤทธิ์แม่นยำตรงจุด | 4 – 6 เดือน |
อันตรายจากการฉีดโบท็อกซ์กรอบหน้าปลอม
ถ้าฉีดโบท็อกปลอมที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่ผ่านอย. นอกจากจะไม่เห็นผลหรือได้ผลลัพธ์ไม่ชัดเจน กรามไม่ลง หน้าไม่ตึง หมดฤทธิ์ไว ยังเสี่ยงเกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย
- ตัวยากระจายโดนกล้ามเนื้อมัดอื่น ทำให้ฉีดโบท็อกหนังตาตก ปากเบี้ยว
- ความไม่บริสุทธิ์ของยา ทำให้เสี่ยงต่อการแพ้ ติดเชื้อหลังการฉีด
- เกิดการดื้อโบท็อก ฉีดแล้วไม่เห็นผล ทำให้ต้องฉีดบ่อยขึ้น เสี่ยงต่อการดื้อยา
วิธีดูโบท็อกแท้ มีรายละเอียดที่ควรศึกษาก่อนทำและต้องระวังในหลาย ๆ จุด สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ใน โบท็อกปลอม อันตรายอย่างไร ? มีผลข้างเคียง อะไรบ้าง ? รู้วิธีเช็กโบท็อกแท้ เพื่อความปลอดภัย
ข้อเสียและความเสี่ยงที่ควรรู้ก่อนลิฟกรอบหน้า
ข้อเสียจากการโบท็อกลิฟกรอบหน้า
- ผลลัพธ์ไม่ถาวร : ตัวยาโบท็อกสามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ ทำให้ต้องกลับมาฉีดซ้ำทุก ๆ 2-6 เดือน (ขึ้นอยู่กับเทคนิคที่เลือกใช้และแบรนด์โบท็อก) เพื่อคงสภาพผลลัพธ์
- ไม่เหมาะกับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยรุนแรง : ในรายที่ผิวหย่อนคล้อยมากจากอายุ หรือมีไขมันสะสมบริเวณเหนียงและแก้มเยอะมาก การฉีดโบท็อกอย่างเดียวอาจเห็นผลได้ไม่ชัดเจน
- เสี่ยงต่อการดื้อโบหากทำถี่เกินไป : โดยเฉพาะการฉีดด้วยเทคนิค Dermolift ในชั้นผิวตื้น หากทำบ่อยเกินไปจะกระตุ้นภูมิคุ้มกันทำให้ดื้อยาได้ง่ายขึ้น
ความเสี่ยงที่ควรรู้ก่อนฉีดโบลิฟกรอบหน้า
- ผลข้างเคียงจากการกระจายตัวของยา : หากแพทย์ผู้ฉีดขาดประสบการณ์ ไม่มีความเชี่ยวชาญในการฉีด อาจฉีดไม่ตรงจุด ตัวยาอาจกระจายไปโดนกล้ามเนื้อมัดอื่นที่ใช้ในการแสดงสีหน้า ส่งผลให้เกิดอาการยิ้มเบี้ยว มุมปากตก ยิ้มไม่สุด หรือกลืนลำบากชั่วคราว
- ความเสี่ยงจากโบท็อกปลอม / โบหิ้ว : หากพลาดฉีดโบท็อกปลอม ราคาถูก ๆ จากคลินิกที่ไม่น่าเชื่อถือ หมอเถื่อน ก็จะเสี่ยงต่อการแพ้ อักเสบ ติดเชื้อ หรือเกิดการดื้อโบท็อกถาวร (ดื้อยาข้ามสายพันธุ์) ซึ่งจะทำให้ฉีดโบท็อกไม่เห็นผลอีกเลยในอนาคต
- รอยเข็มช้ำและอาการบวม : การฉีดโบท็อกเป็นการใช้เข็ม ดังนั้นจึงอาจมีรอยแดงจากเข็มหรือรอยช้ำเล็ก ๆ ในจุดที่ฉีด ซึ่งเป็นอาการปกติที่จะค่อย ๆ หายไปเองภายในไม่กี่วัน
ก่อนฉีดโบลิฟกรอบหน้า ควรเตรียมตัวอย่างไร ?
การเตรียมตัวที่หมอเน้นย้ำจะเป็นเรื่องความเข้าใจเกี่ยวกับโบท็อก และการเตรียมตัวเองให้พร้อมก่อนฉีด ดังนี้
- ศึกษาข้อมูลการฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้า
- เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน แพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านการฉีดโบท็อกโดยเฉพาะ
- รู้วิธีการดูโบท็อกของแท้-ของปลอม เพื่อตรวจสอบ โทรเช็กเลขล็อตกับบริษัทฯ นำเข้า
- งดกลุ่มยาที่ลดการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน, NSAIDs และ Ponstan
- งดแอลกอฮอล์ เพราะจะไปรบกวนการกระจายตัวของโบท็อก
- หากมีคอร์สทำหน้า ควรทำก่อนฉีดโบท็อก เพราะหลังฉีดลิฟกรอบหน้าต้องงด 2 สัปดาห์
- หากมีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ก่อนฉีดโบท็อกซ์
ขั้นตอนการฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้าเรียวชัด
การฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้า เป็นหัตถการที่ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก โดยมีขั้นตอนดังนี้
- หมอประเมินรูปหน้าและโครงสร้างผิว
- แนะนำยี่ห้อโบท็อกลิฟกรอบหน้าที่เหมาะสม
- ฉีดโบท็อกด้วยเทคนิคเฉพาะ ในตำแหน่งแนวกรอบหน้าและใต้กราม เพื่อคลายแรงดึงและยกผิวด้านบนให้กระชับขึ้น
- ระหว่างฉีดจะมีการประคบน้ำแข็ง ช่วยลดความเจ็บ
- หมอจะให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติตัวหลังฉีด
หลังฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้า สิ่งที่ควรทำ และห้ามทำ ?
ข้อควรปฏิบัติหลังฉีดโบลิฟกรอบหน้า
- ขยับกล้ามเนื้อตรงจุดที่ฉีดทันที ช่วยให้โบท็อกดูดซึมเข้าสู่เซลล์ประสาทได้ดีขึ้น
- ไม่ควรประคบเย็น เพราะจะขัดขวางการดูดซึมโบท็อกเข้าสู่เซลล์ประสาท
- สามารถทาครีม แต่งหน้าได้ปกติ หลังฉีดโบท็อกไปแล้ว 24 ชม.
- ฉีดโบท็อกต่อเนื่องในระยะเวลาที่เหมาะสม (ควรเว้นอย่างต่ำ 3 เดือน แต่ไม่เกิน 5-6 เดือน)
ข้อห้ามหลังฉีดโบลิฟกรอบหน้า (Botox Lifting)
- งดนอนราบ งดนวดหน้า และงดประคบเย็น (3-4 ชั่วโมงแรก) : เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยากระจายผิดตำแหน่ง และป้องกันความเย็นไปขัดขวางการดูดซึมของโบท็อกเข้าสู่เซลล์ประสาท
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด (48 ชั่วโมงแรก): เนื่องจากแอลกอฮอล์จะทำให้เส้นเลือดขยายตัว เพิ่มโอกาสบวมช้ำ และรบกวนการทำงานของโบท็อก
- งดกิจกรรมที่เจอความร้อนสูง (2 สัปดาห์แรก) : เช่น การเข้าซาวน่า, โยคะร้อน, อบสตรีม รวมถึงการทำเลเซอร์ร้อนบริเวณใบหน้า เพราะความร้อนจะเร่งให้โบท็อกสลายตัวไวขึ้น
รีวิวฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้า ที่ V Square Clinic






วิธีเลือกฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้า ที่ไหนดี ? หน้าเรียว เห็นผลจริง
การเลือกคลินิกฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้าให้ปลอดภัยและเห็นผล มีเกณฑ์ในการเลือกคลินิก ดังนี้
- คลินิกได้มาตรฐาน เปิดถูกต้องตามกฎหมาย
- แพทย์ต้องมีประสบการณ์ และเป็นแพทย์จริง สามารถเอาชื่อและนามสกุล ไปตรวจสอบได้
- ใช้โบท็อกแท้ มีคุณภาพ ผสมยาให้ดูต่อหน้า
- มีรีวิวคลินิกจากผู้ใช้บริการจริง เพื่อเป็นตัวช่วยประกอบการตัดสินใจ
- ต้องมีการนัดหมายติดตามผล หลังฉีดทุกครั้ง
ฉีดโบท็อกลิฟหน้าเรียว ที่ V Square Clinic ดีอย่างไร ?
- โบท็อกแท้ทุกยี่ห้อ มีเลขอย.สามารถโทรเช็กเลขล็อตกับบริษัทฯ นำเข้าได้
- แกะกล่องใหม่ เปิดขวดต่อหน้า ให้กล่องและขวดกลับบ้าน
- ดีไซน์การฉีดเฉพาะบุคคลโดยแพทย์มากประสบการณ์ด้านการฉีดโบท็อกซ์โดยเฉพาะ
โบท็อกลิฟกรอบหน้า ทำร่วมกับอะไรได้บ้าง ?
- โบท็อกลดกราม เป็นหัตถการที่มักทำร่วมกันครับ เมื่อกรามยุบลง + กรอบหน้ายกขึ้น ก็ช่วยให้หน้าเปลี่ยนรูปเป็น V-Shape ชัดเจน จึงได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน
- สลายไขมันแก้ม/เหนียง ช่วยลดก้อนไขมันส่วนเกินก่อน แล้วใช้โบลิฟยกผิวขึ้นตาม ช่วยแก้ปัญหาหน้าหย่อนจากไขมันได้ตรงจุด
- เครื่องยกกระชับ เช่น HIFU / Ultraformer / Thermage สามารถช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิวหนังชั้นลึก ให้ผิวเฟิร์มแน่นแน่นในระยะยาว ควบคู่ไปกับการคลายกล้ามเนื้อรั้งลงของโบท็อก
- ฟิลเลอร์คาง หรือฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า จะช่วยเติมมิติให้ใบหน้าส่วนล่างดูยาวเรียวรับกับกรอบหน้าที่คมชัด
โบท็อกลิฟกรอบหน้า vs หัตถการอื่น ๆ ?
| หัวข้อ | โบท็อกลิฟกรอบหน้า | HIFU | FILLER | ร้อยไหม |
|---|---|---|---|---|
| วิธีทำงาน | คลายกล้ามเนื้อส่วนที่ดึงผิวลง เพื่อให้ผิวยกกระชับขึ้น | ใช้คลื่นอัลตราซาวด์ยิงลงชั้น SMAS ให้ผิวหดตัวและสร้างคอลลาเจน | ฉีดสารเติมเต็ม Hyaluronic Acid เพื่อหนุนโครงสร้างกระดูก/ผิว | ใช้ไหมละลายมีเงี่ยงสอดใต้ผิวเพื่อ “ดึงพยุง” ผิวขึ้นทันที |
| ราคาโดยประมาณ | ย่อมเยา (หลักพันต้น ๆ ถึงกลาง) | ปานกลาง (หลักพันปลาย ๆ ถึงหลักหมื่น) | ปานกลาง – สูง (ตามจำนวน CC) | ปานกลาง – สูง (ตามจำนวนเส้นและประเภทไหม) |
| ผลลัพธ์ที่ได้ | กรอบหน้าชัดขึ้น หน้าเรียวแบบลีน ๆ ดูมีมิติ | ผิวแน่น เฟิร์ม กระชับ ความหย่อนคล้อยโดยรวมลดลง | คางยาวขึ้น แนวกรามชัดทันที หน้าเปลี่ยนรูปชัดเจน | หน้าท่อนล่างถูกดึงยกขึ้นอย่างชัดเจน แก้มห้อยลดลงทันที |
| ระยะเวลาคงอยู่ | 1 – 4 เดือน (ขึ้นอยู่กับเทคนิค) | 6 – 12 เดือน | 12 – 24 เดือน (สลายเองได้) | 6 – 18 เดือน (ขึ้นอยู่กับชนิดไหม) |
| การพักฟื้น | ไม่ต้องพักฟื้น แต่อาจมีรอยเข็มเล็กน้อย | ไม่ต้องพักฟื้น อาจมีระบมใต้ผิวเล็กน้อย 1-2 วัน | ไม่ต้องพักฟื้น อาจมีบวมหรือช้ำตรงจุดฉีด 2-3 วัน | ต้องพักฟื้น 3-7 วัน อาจมีอาการบวม ช้ำ หรืออ้าปากได้ลดลงในช่วงแรก |
| เหมาะกับใคร | ผู้ที่กรอบหน้าไม่ชัดจากแรงดึงของกล้ามเนื้อคอ เหนียงเริ่มหย่อน | ผู้ที่ผิวเริ่มหลวม หย่อนคล้อย ขาดความยืดหยุ่น กลัวเข็ม | ผู้ที่โครงสร้างกระดูกทรุด คางสั้น หรือต้องการปรับแนวกรามให้คมชัด | ผู้ที่แก้มหย่อนคล้อยมาก แก้มห้อยย้อย ต้องการยกหน้าขึ้นทันที |
ฉีดโบลิฟกรอบหน้า ราคาเท่าไหร่ ? โปรโมชั่น 2026
การฉีดโบท็อกลิฟหน้าเรียว ราคาจะขึ้นอยู่กับยี่ห้อและปริมาณของโบท็อกที่เลือกใช้ครับ ซึ่งแต่ละตัวก็จะมีผลลัพธ์ ระยะเวลาการออกฤทธิ์ที่แตกต่างกัน หมอจะประเมินและเลือกใช้ให้เหมาะสมทั้งคุณสมบัติและราคาตามที่คนไข้ต้องการครับ
โปรโมชันแนะนำ
Q&A ตอบคำถามเกี่ยวกับโบท็อกลิฟหน้า
ลิฟกรอบหน้า กับ โบท็อกซ์ ต่างกันอย่างไร เหมือนกันไหม ?
ความหมายต่างกัน โบท็อกคือ ตัวยาที่ใช้ในการลิฟหน้า ส่วนลิฟกรอบหน้าคือ เทคนิคที่แพทย์ใช้ในการฉีดโบท็อกเพื่อยกกระชับแนวกรอบหน้าให้ดูชัดขึ้น
โบท็อกลิฟกรอบหน้า กับ โบกราม ต่างกันยังไง ?
โบท็อกลิฟกรอบหน้า จะเน้นยกกระชับผิวและเก็บแนวกรอบหน้าให้คมชัด โดยฉีดบริเวณแนวกรอบหน้าและกล้ามเนื้อ Platysma ส่วนโบกราม หรือโบท็อกหน้าเรียวจะเน้นลดขนาดกล้ามเนื้อกราม (Masseter) ให้เล็กลง ไม่ได้ช่วยยกผิวโดยตรงครับ สามารถทำทั้งสองอย่างร่วมกันได้ จะช่วยให้หน้าเรียวและกรอบหน้าคมชัดยิ่งขึ้น
ลิฟกรอบหน้า มีข้อห้ามอะไรบ้าง ?
งดนอนราบ นวดหน้า และประคบเย็น 3-4 ชั่วโมงแรก งดแอลกอฮอล์ 48 ชั่วโมง และงดความร้อนสูง เช่น ซาวน่า เลเซอร์ร้อน 2 สัปดาห์ เพราะความร้อนจะเร่งให้โบท็อกสลายตัวเร็วขึ้นครับ
ลิฟกรอบหน้า ทำซ้ำทุกกี่เดือน ? ถี่เกินไปมีผลไหม ?
แนะนำให้ฉีดซ้ำทุก 3-4 เดือนสำหรับ Nefertiti Lift และ 1-2 เดือนสำหรับ Dermolift แต่ไม่ควรทำ Dermolift ถี่เกินไป เพราะจะกระตุ้นภูมิคุ้มกันและเพิ่มความเสี่ยงดื้อโบท็อกได้ครับ
Botox Lifting Face อันตรายหรือไม่ ?
มีความปลอดภัยครับ ถ้าใช้โบท็อกแท้และฉีดโดยแพทย์มากประสบการณ์ หมอจึงเน้นย้ำให้เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและเช็กโบท็อกแท้ก่อนฉีดทุกครั้ง เพราะความสวยงามต้องมาควบคู่กับความปลอดภัยครับ
โบลิฟกรอบหน้า ทำให้หน้าเรียว วีเชฟ จริงไหม ?
โบท็อกลิฟกรอบหน้าช่วยได้จริง แต่ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับโครงสร้างหน้าของแต่ละคน ก่อนตัดสินใจควรให้แพทย์ประเมินก่อน เพื่อเลือกเทคนิคให้ตรงกับปัญหา ไม่ใช่ทำตามกระแส และฉีดโบท็อกแท้ผ่าน อย. กับแพทย์ที่มีประสบการณ์เสมอครับ











