โบท็อกลิฟกรอบหน้า เทคนิค Dermolift VS Nefertiti ต่างกันยังไง ? ผลลัพธ์ดีไหม ?

Categories
ฉีดโบท็อกซ์
โบท็อกลิฟกรอบหน้า

โบท็อกลิฟกรอบหน้า ลิฟหน้าเรียว ดูมีมิติ

การฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้า หรือ Botox Lift เป็นเทคนิคฉีดโบท็อกที่ช่วยให้ใบหน้าดูเรียว ยกกระชับ กรอบหน้าชัด และมีมิติขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

โบท็อกลิฟหน้า คืออะไร ? ช่วยอะไรบ้าง ? ต่างจากการฉีดโบท็อกตำแหน่งอื่นอย่างไร ? ฉีดตำแหน่งไหน ? ใช้กี่ยูนิต ? โบท็อกลิฟกรอบหน้ายี่ห้อไหนดี ? ดูรีวิวก่อน-หลังฉีดลิฟหน้าเรียว โดยไม่ต้องผ่าตัด กี่วันเห็นผลลัพธ์ชัดเจน ติดตามอ่านได้ในบทความนี้ครับ

สารบัญ โบท็อกลิฟกรอบหน้า


โบท็อกลิฟกรอบหน้า คืออะไร มีกี่แบบ ?

การฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้า คือ การฉีดโบท็อก (Botulinum Toxin Type A) เพื่อคลายกล้ามเนื้อส่วนคอ โดยฉีดบริเวณกรอบหน้า ใต้คาง จะได้ดึงแก้มให้น้อยลงและลิฟหน้าให้ดูชัด คมขึ้น

จากข้อมูลงานวิจัย Neurophysiological effects of botulinum toxin type A” โดย G Abbruzzese และ A Berardelli ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Neurotoxicity Research ได้อธิบายถึงคุณสมบัติและกลไกการทำงานทางสรีรวิทยาของระบบประสาท (Neurophysiological properties) ของ โบท็อกว่าสามารถทำให้กล้ามเนื้อหดตัวได้ ส่งผลทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นอ่อนแรงลงหรือคลายตัวออก

เมื่อนำโบท็อกมาใช้ฉีดบริเวณแนวกรอบหน้า และลำคอด้วยเทคนิคที่เหมาะสม จึงสามารถช่วยลิฟกรอบหน้าได้ ทำให้หน้าเรียว ช่วยยกกระชับใบหน้าให้ดูมีมิติขึ้น ทำให้เกิดการยกกระชับผิว โดยสามารถเห็นผลได้หลังฉีดชัดเจนประมาณ 2 สัปดาห์

เทคนิค โบท็อกลิฟหน้า
Botox ลิฟกรอบหน้า มีสองเทคนิคที่แตกต่างกัน

สำหรับการฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้า หรือการลิฟติ้งหน้า จะเป็นการฉีดโบท็อกด้วยเทคนิคเฉพาะ 2 เทคนิค คือ

  1. Dermolift จะฉีดเป็นจุดเล็ก ๆ ตามแนวกรอบหน้าในชั้นผิวตื้น ผิวจะหดตัวและกระชับขึ้นเร็ว เห็นผลได้เกือบทันที เหมาะสำหรับคนที่ต้องการผลเร่งด่วน แต่ไม่ควรทำบ่อย เพราะการจิ้มชั้นผิวซ้ำ ๆ จะกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ทำให้เสี่ยงดื้อโบท็อกได้ง่ายขึ้นครับ
  2. Nefertiti Lift จะฉีดตรงไปที่กล้ามเนื้อ Platysma ที่ลำคอ ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อที่คอยดึงผิวหน้าลงตลอดเวลา เมื่อโบท็อกคลายกล้ามเนื้อส่วนนี้ออก กล้ามเนื้อส่วนบนก็จะมีแรงดึงหน้าขึ้นมากกว่าเดิม ส่งผลให้กรอบหน้าคมขึ้น เหนียงลดลง แบบที่ดูเป็นธรรมชาติครับ
รีวิว ฉีดโบท็อก Nefertiti lift แก้ปัญหาผิวไม่กระชับ คอหย่อนคล้อย

ประโยชน์ของการฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้า มีอะไรบ้าง ?

  • ยกกระชับผิวหน้าที่เริ่มหย่อนคล้อย ช่วยให้ใบหน้าดูเต่งตึงและยกขึ้น
  • เก็บแนวกรอบหน้าให้ดูคมชัด เห็นสันกรามและขอบกรามชัดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
  • ปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น โดยเฉพาะบริเวณแก้มส่วนล่างหรือกรอบหน้าที่เริ่มหย่อนคล้อย
  • ใบหน้าดูมีมิติมากขึ้น เมื่อแสงตกกระทบจะเห็นโครงหน้าได้ชัด
  • ลดแรงดึงจากกล้ามเนื้อ Platysma ที่เป็นสาเหตุให้ผิวหย่อนคล้อย
  • ใบหน้าดูสดใสและดูอ่อนวัยกว่าเดิม เพราะผิวยกขึ้นและกรอบหน้าชัดขึ้น

ข้อดีโบท็อกลิฟกรอบหน้า คือการช่วย “ยก” และ “เก็บ” แนวกรอบหน้าให้ดูชัดขึ้น โดยหมอจะฉีดในตำแหน่งที่มีผลต่อแรงดึงของกล้ามเนื้อ ทำให้ใบหน้าดูเรียวกระชับขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด

โบท็อกลิฟหน้าชาย_คุณน้ำมนต์
โบท็อกลิฟหน้าหญิง_คุณแสง

โบท็อกลิฟกรอบหน้าไม่ได้จำกัดแค่ผู้หญิงครับ ผู้ชายทำได้เช่นกัน แต่เป้าหมายต่างกัน ส่วนมากผู้หญิงจะเน้นให้หน้าเรียวขึ้น กรอบหน้าดูชัดแบบ V Shape โดยยังคงความละมุนนวลของใบหน้าไว้ ส่วนผู้ชายจะเน้นให้โครงหน้าแข็งแกร่งขึ้น Jawline คมชัด และยังรักษาความเป็นชายไว้ได้ครับ


ข้อดีของการฉีดโบลิฟกรอบหน้า

  • ปรับรูปหน้าให้คมชัดทันใจ : ช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย เก็บเหนียง และเน้นแนวสันกราม (Jawline) ให้ดูชัดเจน มีมิติอย่างเป็นธรรมชาติ
  • ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น : เป็นหัตถการที่ใช้เวลาทำน้อย (ประมาณ 10-15 นาที) หลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที ไม่มีแผลที่ต้องกังวลใจ
  • เห็นผลลัพธ์รวดเร็ว : เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงภายใน 3-4 วัน และเห็นผลลัพธ์หน้าเรียวยกกระชับชัดเจนเต็มที่ใน 1-2 สัปดาห์
  • ทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ดี : สามารถผสมผสานกับการลดกราม ฟิลเลอร์ หรือเครื่องยกกระชับ เพื่อผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบขึ้น (เรียงลำดับการทำตามคำแนะนำของแพทย์)

ฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้า กี่วันเห็นผลหน้าเรียวขึ้น ?

ฉีดโบท็อกกี่วันเห็นผล ? โบท็อกลิฟกรอบหน้า เห็นผลประมาณ 3-4 วันหลังฉีด และจะเห็นผลเต็มที่ใน 1-2 สัปดาห์ ผิวจะตึงกระชับ กรอบหน้าคมชัดมากขึ้น


ผลลัพธ์ Botox ลิฟกรอบหน้า อยู่ได้กี่เดือน นานไหม ?

Dermolift ออกฤทธิ์สั้นกว่าเนื่องจากฉีดชั้นตื้น ส่วน Nefertiti Lift ที่ฉีดลึกถึง Platysma อยู่ได้ 3-4 เดือน หากคนไข้ต้องการผลเร่งด่วน ก็สามารถทำ Dermolift ควบคู่ไปกับ Nefertiti lift ในครั้งเดียวกันได้ครับ

ตารางเปรียบเทียบเทคนิคโบท็อกลิฟกรอบหน้า Dermolift VS Nefertiti Lift

หัวข้อเปรียบเทียบ เทคนิค Dermolift เทคนิค Nefertiti Lift
หลักการทำงาน
(ตำแหน่ง/ชั้นผิว)
ฉีดเข้าในชั้นผิวหนังแท้แบบตื้น ๆ (Intradermal) เป็นจุดเล็ก ๆ ไล่ตามแนวกรอบหน้าและแนวกรามขึ้นไปหาหนังศีรษะฉีดเข้ากล้ามเนื้อโดยตรง โดยเน้นที่กล้ามเนื้อ Platysma
(กล้ามเนื้อคอแผ่นใหญ่) และแนวขอบกรามล่าง
ผลลัพธ์ที่ได้ผิวหนังชั้นบนหดตัวตึงกระชับทันที กรอบหน้ายกขึ้นแบบเร่งด่วน
รูขุมขนดูเล็กลง
กล้ามเนื้อส่วนที่ดึงผิวลง (Platysma) คลายตัว ส่งผลให้กล้ามเนื้อส่วนบนมีแรงดึงหน้าขึ้นได้มากกว่า กรอบหน้าจึงคม ชัด ลีน และเหนียงลดลงแบบเป็นธรรมชาติ
ระยะเวลาผลลัพธ์ ประมาณ 1 – 2 เดือนประมาณ 3 – 4 เดือน
จำนวนยูนิตประมาณ 30-50 ยูนิต
(เน้นกระจายตัวยาเจือจางปริมาณน้อยแต่หลายจุด)
ประมาณ 30-50 ยูนิต (ขึ้นอยู่กับขนาดและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อคอแต่ละบุคคล)
ข้อควรระวังไม่ควรทำบ่อย เพราะการจิ้มชั้นผิวตื้นถี่ๆ จะกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เสี่ยงดื้อโบท็อกได้ง่ายต้องฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ ฉีดได้แม่นยำตรงจุด หากฉีดผิดตำแหน่งหรือลึกเกินไป อาจกระทบการกลืนหรือการพูดได้

ทั้งนี้ การฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้า หรือ การลิฟกรอบหน้า มักทำร่วมกับการฉีดโบท็อกลดกราม เพราะเมื่อกรามยุบลง + กล้ามเนื้อคอเลิกดึงรั้ง (Nefertiti) + ผิวกรอบหน้าตึงกระชับ (Dermolift) จะทำให้ใบหน้าท่อนล่างเปลี่ยนรูปเป็น V-Shape ที่คมชัดและมีมิติได้มากขึ้นครับ ซึ่งโดยทั่วไปจะใช้ปริมาณโบท็อกโดยรวมทั้งหมดประมาณ 150 ยูนิต


ฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้า เจ็บไหม ?

ฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้า ไม่เจ็บครับ แต่จะรู้สึกตอนจิ้มเข็มและเดินยาเท่านั้น ก่อนฉีดจะมีการประคบน้ำแข็งก่อน หรือถ้าใครที่กลัวเข็มมาก ๆ สามารถให้ทางคลินิกแปะยาชาให้ได้ครับ

อ่านบทความเพิ่มเติม : ฉีดโบท็อก เจ็บไหม ? หลังฉีดรู้สึกอย่างไร ?


Botox Lift กรอบหน้า ใช้กี่ยูนิต เห็นผลหลังทำ ?

โบท็อกลิฟกรอบหน้า ใช้ประมาณ 30-50 ยูนิต ขึ้นอยู่กับโครงหน้า ความหย่อนคล้อยของผิว หลังฉีดจะไม่ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงทันทีครับ ต้องรอเวลาให้โบท็อกออกฤทธิ์กระจายตัวเข้ากล้ามเนื้อ ประมาณ 3-4 วัน จะเริ่มเห็นผลครับ

ลิฟกรอบหน้าใช้กี่ยูนิต

ฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้า ใช้ยี่ห้อไหนดี ?

โบท็อกแต่ละยี่ห้อจะมีคุณสมบัติแตกต่างกัน ทั้งในเรื่องของการกระจายตัวยา ความเร็วในการออกฤทธิ์ และระยะเวลาการคงผลลัพธ์ เช่น โบท็อกอเมริกา มีงานวิจัยรองรับมายาวนาน ตัวยาบริสุทธิ์สูง อยู่ได้นาน ส่วนโบท็อกเกาหลี มีให้เลือกหลากหลายยี่ห้อ เห็นผลไว ราคาย่อมเยาว์ครับ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความนี้ครับ

ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติโบท็อกซ์แต่ละยี่ห้อ

ยี่ห้อโบท็อกจุดเด่นการกระจายตัวของยาระยะเวลาผลลัพธ์
Allergan
(อเมริกา)
มีความบริสุทธิ์สูง โอกาสดื้อโบน้อยตัวยากระจายตัวแคบ สามารถออกฤทธิ์แม่นยำตรงจุด5 – 6 เดือน
Dysport
(อังกฤษ)
มีความบริสุทธิ์สูง โอกาสดื้อโบน้อย และออกฤทธิ์เร็ว ได้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติกระจายตัวเป็นวงกว้าง4 – 6 เดือน
Xeomin
(เยอรมัน)
เป็น Pure Toxin (ความบริสุทธิ์สูง เห็นผลดีที่สุดในกลุ่มคนดื้อโบ)กระจายตัวได้ดี4 – 6 เดือน
Neuronox
(เกาหลี)
โปรตีนบริสุทธิ์ และมีวิจัยรับรองประสิทธิภาพและความปลอดภัยตัวยากระจายตัวแคบ และให้ผลลัพธ์แม่นยำ4 – 6 เดือน
Nabota
(เกาหลี)
เป็นโบท็อก Hi-Pure Technology ความบริสุทธิ์สูง
ได้รับ FDA อเมริกา (US FDA) และออกฤทธิ์ไว เห็นผลเร็ว
ตัวยากระจายตัวเป็นวงกว้าง4 – 6 เดือน
Inbo
(เกาหลี)
เป็นโบท็อกซ์สายพันธุ์สวีเดน
ลดโอกาสดื้อยา และออกฤทธิ์ไว
ตัวยากระจายตัวแคบ จึงให้ผลแม่นยำตรงจุด4 – 6 เดือน
Bienox
(เกาหลี)
  • นวัตกรรมผลิตแบบสุญญากาศ
  • ตัวยามีความบริสุทธิ์และเสถียรสูง
  • ออกฤทธิ์เร็ว เห็นผลไว
(ไม่ได้ระบุ)4 – 6 เดือน
Hugel
(เกาหลี)
ตัวยามีความบริสุทธิ์สูง กระจายตัวแคบ
ออกฤทธิ์แม่นยำตรงจุด
4 – 6 เดือน
ฉีดโบท็อกยี่ห้อไหนดีสุด ? อัปเดตโบท็อกซ์ยี่ห้อที่ผ่าน อย.

อันตรายจากการฉีดโบท็อกซ์กรอบหน้าปลอม

ถ้าฉีดโบท็อกปลอมที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่ผ่านอย. นอกจากจะไม่เห็นผลหรือได้ผลลัพธ์ไม่ชัดเจน กรามไม่ลง หน้าไม่ตึง หมดฤทธิ์ไว ยังเสี่ยงเกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย

  • ตัวยากระจายโดนกล้ามเนื้อมัดอื่น ทำให้ฉีดโบท็อกหนังตาตก ปากเบี้ยว
  • ความไม่บริสุทธิ์ของยา ทำให้เสี่ยงต่อการแพ้ ติดเชื้อหลังการฉีด
  • เกิดการดื้อโบท็อก ฉีดแล้วไม่เห็นผล ทำให้ต้องฉีดบ่อยขึ้น เสี่ยงต่อการดื้อยา

วิธีดูโบท็อกแท้ มีรายละเอียดที่ควรศึกษาก่อนทำและต้องระวังในหลาย ๆ จุด สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ใน โบท็อกปลอม อันตรายอย่างไร ? มีผลข้างเคียง อะไรบ้าง ? รู้วิธีเช็กโบท็อกแท้ เพื่อความปลอดภัย

วิธีดู โบท็อกซ์ปลอม โบท็อกหิ้ว ? โบท็อกแต่ละยี่ห้อ มีข้อควรระวังอะไร ?

ข้อเสียและความเสี่ยงที่ควรรู้ก่อนลิฟกรอบหน้า

ข้อเสียจากการโบท็อกลิฟกรอบหน้า

  • ผลลัพธ์ไม่ถาวร : ตัวยาโบท็อกสามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ ทำให้ต้องกลับมาฉีดซ้ำทุก ๆ 2-6 เดือน (ขึ้นอยู่กับเทคนิคที่เลือกใช้และแบรนด์โบท็อก) เพื่อคงสภาพผลลัพธ์
  • ไม่เหมาะกับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยรุนแรง : ในรายที่ผิวหย่อนคล้อยมากจากอายุ หรือมีไขมันสะสมบริเวณเหนียงและแก้มเยอะมาก การฉีดโบท็อกอย่างเดียวอาจเห็นผลได้ไม่ชัดเจน
  • เสี่ยงต่อการดื้อโบหากทำถี่เกินไป : โดยเฉพาะการฉีดด้วยเทคนิค Dermolift ในชั้นผิวตื้น หากทำบ่อยเกินไปจะกระตุ้นภูมิคุ้มกันทำให้ดื้อยาได้ง่ายขึ้น

ความเสี่ยงที่ควรรู้ก่อนฉีดโบลิฟกรอบหน้า

  • ผลข้างเคียงจากการกระจายตัวของยา : หากแพทย์ผู้ฉีดขาดประสบการณ์ ไม่มีความเชี่ยวชาญในการฉีด อาจฉีดไม่ตรงจุด ตัวยาอาจกระจายไปโดนกล้ามเนื้อมัดอื่นที่ใช้ในการแสดงสีหน้า ส่งผลให้เกิดอาการยิ้มเบี้ยว มุมปากตก ยิ้มไม่สุด หรือกลืนลำบากชั่วคราว
  • ความเสี่ยงจากโบท็อกปลอม / โบหิ้ว : หากพลาดฉีดโบท็อกปลอม ราคาถูก ๆ จากคลินิกที่ไม่น่าเชื่อถือ หมอเถื่อน ก็จะเสี่ยงต่อการแพ้ อักเสบ ติดเชื้อ หรือเกิดการดื้อโบท็อกถาวร (ดื้อยาข้ามสายพันธุ์) ซึ่งจะทำให้ฉีดโบท็อกไม่เห็นผลอีกเลยในอนาคต
  • รอยเข็มช้ำและอาการบวม : การฉีดโบท็อกเป็นการใช้เข็ม ดังนั้นจึงอาจมีรอยแดงจากเข็มหรือรอยช้ำเล็ก ๆ ในจุดที่ฉีด ซึ่งเป็นอาการปกติที่จะค่อย ๆ หายไปเองภายในไม่กี่วัน

ก่อนฉีดโบลิฟกรอบหน้า ควรเตรียมตัวอย่างไร ?

การเตรียมตัวที่หมอเน้นย้ำจะเป็นเรื่องความเข้าใจเกี่ยวกับโบท็อก และการเตรียมตัวเองให้พร้อมก่อนฉีด ดังนี้

  • ศึกษาข้อมูลการฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้า
  • เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน แพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านการฉีดโบท็อกโดยเฉพาะ
  • รู้วิธีการดูโบท็อกของแท้-ของปลอม เพื่อตรวจสอบ โทรเช็กเลขล็อตกับบริษัทฯ นำเข้า
  • งดกลุ่มยาที่ลดการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน, NSAIDs และ Ponstan
  • งดแอลกอฮอล์ เพราะจะไปรบกวนการกระจายตัวของโบท็อก
  • หากมีคอร์สทำหน้า ควรทำก่อนฉีดโบท็อก เพราะหลังฉีดลิฟกรอบหน้าต้องงด 2 สัปดาห์
  • หากมีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ก่อนฉีดโบท็อกซ์

ขั้นตอนการฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้าเรียวชัด

การฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้า เป็นหัตถการที่ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก โดยมีขั้นตอนดังนี้

  • หมอประเมินรูปหน้าและโครงสร้างผิว
  • แนะนำยี่ห้อโบท็อกลิฟกรอบหน้าที่เหมาะสม
  • ฉีดโบท็อกด้วยเทคนิคเฉพาะ ในตำแหน่งแนวกรอบหน้าและใต้กราม เพื่อคลายแรงดึงและยกผิวด้านบนให้กระชับขึ้น
  • ระหว่างฉีดจะมีการประคบน้ำแข็ง ช่วยลดความเจ็บ
  • หมอจะให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติตัวหลังฉีด

หลังฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้า สิ่งที่ควรทำ และห้ามทำ ?

หลังฉีดโบท็อกห้ามทำอะไรบ้าง ?

ข้อควรปฏิบัติหลังฉีดโบลิฟกรอบหน้า

  • ขยับกล้ามเนื้อตรงจุดที่ฉีดทันที ช่วยให้โบท็อกดูดซึมเข้าสู่เซลล์ประสาทได้ดีขึ้น
  • ไม่ควรประคบเย็น เพราะจะขัดขวางการดูดซึมโบท็อกเข้าสู่เซลล์ประสาท
  • สามารถทาครีม แต่งหน้าได้ปกติ หลังฉีดโบท็อกไปแล้ว 24 ชม.
  • ฉีดโบท็อกต่อเนื่องในระยะเวลาที่เหมาะสม (ควรเว้นอย่างต่ำ 3 เดือน แต่ไม่เกิน 5-6 เดือน)

ข้อห้ามหลังฉีดโบลิฟกรอบหน้า (Botox Lifting)

  • งดนอนราบ งดนวดหน้า และงดประคบเย็น (3-4 ชั่วโมงแรก) : เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยากระจายผิดตำแหน่ง และป้องกันความเย็นไปขัดขวางการดูดซึมของโบท็อกเข้าสู่เซลล์ประสาท
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด (48 ชั่วโมงแรก): เนื่องจากแอลกอฮอล์จะทำให้เส้นเลือดขยายตัว เพิ่มโอกาสบวมช้ำ และรบกวนการทำงานของโบท็อก
  • งดกิจกรรมที่เจอความร้อนสูง (2 สัปดาห์แรก) : เช่น การเข้าซาวน่า, โยคะร้อน, อบสตรีม รวมถึงการทำเลเซอร์ร้อนบริเวณใบหน้า เพราะความร้อนจะเร่งให้โบท็อกสลายตัวไวขึ้น

รีวิวฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้า ที่ V Square Clinic

รีวิวลิฟกรอบหน้า_คุณยาหยี_โดยหมอพิช
รีวิวลิฟกรอบหน้า_คุณคาโอริ_โดยหมอพิช
รีวิวลิฟกรอบหน้า_คุณฟา_โดยหมอจูน
รีวิวลิฟกรอบหน้า_คุณอะตอม_โดยหมอจูน
รีวิวลิฟกรอบหน้า_คุณเต้_โดยหมออ้อน
รีวิวลิฟกรอบหน้า_คุณน้ำ_โดยหมออ้อน

วิธีเลือกฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้า ที่ไหนดี ? หน้าเรียว เห็นผลจริง

การเลือกคลินิกฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้าให้ปลอดภัยและเห็นผล มีเกณฑ์ในการเลือกคลินิก ดังนี้

  • คลินิกได้มาตรฐาน เปิดถูกต้องตามกฎหมาย
  • แพทย์ต้องมีประสบการณ์ และเป็นแพทย์จริง สามารถเอาชื่อและนามสกุล ไปตรวจสอบได้
  • ใช้โบท็อกแท้ มีคุณภาพ ผสมยาให้ดูต่อหน้า
  • มีรีวิวคลินิกจากผู้ใช้บริการจริง เพื่อเป็นตัวช่วยประกอบการตัดสินใจ
  • ต้องมีการนัดหมายติดตามผล หลังฉีดทุกครั้ง

ฉีดโบท็อกลิฟหน้าเรียว ที่ V Square Clinic ดีอย่างไร ?

  • โบท็อกแท้ทุกยี่ห้อ มีเลขอย.สามารถโทรเช็กเลขล็อตกับบริษัทฯ นำเข้าได้
  • แกะกล่องใหม่ เปิดขวดต่อหน้า ให้กล่องและขวดกลับบ้าน
  • ดีไซน์การฉีดเฉพาะบุคคลโดยแพทย์มากประสบการณ์ด้านการฉีดโบท็อกซ์โดยเฉพาะ

โบท็อกลิฟกรอบหน้า ทำร่วมกับอะไรได้บ้าง ?

  • โบท็อกลดกราม เป็นหัตถการที่มักทำร่วมกันครับ เมื่อกรามยุบลง + กรอบหน้ายกขึ้น ก็ช่วยให้หน้าเปลี่ยนรูปเป็น V-Shape ชัดเจน จึงได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน
  • สลายไขมันแก้ม/เหนียง ช่วยลดก้อนไขมันส่วนเกินก่อน แล้วใช้โบลิฟยกผิวขึ้นตาม ช่วยแก้ปัญหาหน้าหย่อนจากไขมันได้ตรงจุด
  • เครื่องยกกระชับ เช่น HIFU / Ultraformer / Thermage สามารถช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิวหนังชั้นลึก ให้ผิวเฟิร์มแน่นแน่นในระยะยาว ควบคู่ไปกับการคลายกล้ามเนื้อรั้งลงของโบท็อก
  • ฟิลเลอร์คาง หรือฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า จะช่วยเติมมิติให้ใบหน้าส่วนล่างดูยาวเรียวรับกับกรอบหน้าที่คมชัด

โบท็อกลิฟกรอบหน้า vs หัตถการอื่น ๆ ?

หัวข้อโบท็อกลิฟกรอบหน้าHIFUFILLER ร้อยไหม
วิธีทำงานคลายกล้ามเนื้อส่วนที่ดึงผิวลง เพื่อให้ผิวยกกระชับขึ้นใช้คลื่นอัลตราซาวด์ยิงลงชั้น SMAS ให้ผิวหดตัวและสร้างคอลลาเจนฉีดสารเติมเต็ม Hyaluronic Acid เพื่อหนุนโครงสร้างกระดูก/ผิวใช้ไหมละลายมีเงี่ยงสอดใต้ผิวเพื่อ “ดึงพยุง” ผิวขึ้นทันที
ราคาโดยประมาณย่อมเยา (หลักพันต้น ๆ ถึงกลาง)ปานกลาง (หลักพันปลาย ๆ ถึงหลักหมื่น)ปานกลาง – สูง (ตามจำนวน CC)ปานกลาง – สูง (ตามจำนวนเส้นและประเภทไหม)
ผลลัพธ์ที่ได้กรอบหน้าชัดขึ้น หน้าเรียวแบบลีน ๆ ดูมีมิติผิวแน่น เฟิร์ม กระชับ ความหย่อนคล้อยโดยรวมลดลงคางยาวขึ้น แนวกรามชัดทันที หน้าเปลี่ยนรูปชัดเจนหน้าท่อนล่างถูกดึงยกขึ้นอย่างชัดเจน แก้มห้อยลดลงทันที
ระยะเวลาคงอยู่1 – 4 เดือน
(ขึ้นอยู่กับเทคนิค)
6 – 12 เดือน12 – 24 เดือน (สลายเองได้)6 – 18 เดือน (ขึ้นอยู่กับชนิดไหม)
การพักฟื้นไม่ต้องพักฟื้น แต่อาจมีรอยเข็มเล็กน้อยไม่ต้องพักฟื้น อาจมีระบมใต้ผิวเล็กน้อย 1-2 วันไม่ต้องพักฟื้น อาจมีบวมหรือช้ำตรงจุดฉีด 2-3 วันต้องพักฟื้น 3-7 วัน อาจมีอาการบวม ช้ำ หรืออ้าปากได้ลดลงในช่วงแรก
เหมาะกับใครผู้ที่กรอบหน้าไม่ชัดจากแรงดึงของกล้ามเนื้อคอ เหนียงเริ่มหย่อนผู้ที่ผิวเริ่มหลวม หย่อนคล้อย ขาดความยืดหยุ่น กลัวเข็มผู้ที่โครงสร้างกระดูกทรุด คางสั้น หรือต้องการปรับแนวกรามให้คมชัดผู้ที่แก้มหย่อนคล้อยมาก แก้มห้อยย้อย ต้องการยกหน้าขึ้นทันที

ฉีดโบลิฟกรอบหน้า ราคาเท่าไหร่ ? โปรโมชั่น 2026

การฉีดโบท็อกลิฟหน้าเรียว ราคาจะขึ้นอยู่กับยี่ห้อและปริมาณของโบท็อกที่เลือกใช้ครับ ซึ่งแต่ละตัวก็จะมีผลลัพธ์ ระยะเวลาการออกฤทธิ์ที่แตกต่างกัน หมอจะประเมินและเลือกใช้ให้เหมาะสมทั้งคุณสมบัติและราคาตามที่คนไข้ต้องการครับ

โปรโมชันแนะนำ


Q&A ตอบคำถามเกี่ยวกับโบท็อกลิฟหน้า

ลิฟกรอบหน้า กับ โบท็อกซ์ ต่างกันอย่างไร เหมือนกันไหม ?

ความหมายต่างกัน โบท็อกคือ ตัวยาที่ใช้ในการลิฟหน้า ส่วนลิฟกรอบหน้าคือ เทคนิคที่แพทย์ใช้ในการฉีดโบท็อกเพื่อยกกระชับแนวกรอบหน้าให้ดูชัดขึ้น

โบท็อกลิฟกรอบหน้า กับ โบกราม ต่างกันยังไง ?

โบท็อกลิฟกรอบหน้า จะเน้นยกกระชับผิวและเก็บแนวกรอบหน้าให้คมชัด โดยฉีดบริเวณแนวกรอบหน้าและกล้ามเนื้อ Platysma ส่วนโบกราม หรือโบท็อกหน้าเรียวจะเน้นลดขนาดกล้ามเนื้อกราม (Masseter) ให้เล็กลง ไม่ได้ช่วยยกผิวโดยตรงครับ สามารถทำทั้งสองอย่างร่วมกันได้ จะช่วยให้หน้าเรียวและกรอบหน้าคมชัดยิ่งขึ้น

ลิฟกรอบหน้า มีข้อห้ามอะไรบ้าง ?

งดนอนราบ นวดหน้า และประคบเย็น 3-4 ชั่วโมงแรก งดแอลกอฮอล์ 48 ชั่วโมง และงดความร้อนสูง เช่น ซาวน่า เลเซอร์ร้อน 2 สัปดาห์ เพราะความร้อนจะเร่งให้โบท็อกสลายตัวเร็วขึ้นครับ

ลิฟกรอบหน้า ทำซ้ำทุกกี่เดือน ? ถี่เกินไปมีผลไหม ?

แนะนำให้ฉีดซ้ำทุก 3-4 เดือนสำหรับ Nefertiti Lift และ 1-2 เดือนสำหรับ Dermolift แต่ไม่ควรทำ Dermolift ถี่เกินไป เพราะจะกระตุ้นภูมิคุ้มกันและเพิ่มความเสี่ยงดื้อโบท็อกได้ครับ

Botox Lifting Face อันตรายหรือไม่ ?

มีความปลอดภัยครับ ถ้าใช้โบท็อกแท้และฉีดโดยแพทย์มากประสบการณ์ หมอจึงเน้นย้ำให้เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและเช็กโบท็อกแท้ก่อนฉีดทุกครั้ง เพราะความสวยงามต้องมาควบคู่กับความปลอดภัยครับ


โบลิฟกรอบหน้า ทำให้หน้าเรียว วีเชฟ จริงไหม ?

โบท็อกลิฟกรอบหน้าช่วยได้จริง แต่ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับโครงสร้างหน้าของแต่ละคน ก่อนตัดสินใจควรให้แพทย์ประเมินก่อน เพื่อเลือกเทคนิคให้ตรงกับปัญหา ไม่ใช่ทำตามกระแส และฉีดโบท็อกแท้ผ่าน อย. กับแพทย์ที่มีประสบการณ์เสมอครับ


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ

ปรึกษาหมอ