Thermage กับ Ulthera เหมือนหรือต่างกันอย่างไร เลือกทำอะไรดี ?

Categories
Thermage

Thermage กับ Ulthera

Thermage-กับ-Ulthera1000X860

ปัจจุบัน  Thermage กับ Ulthera เป็นเครื่องมือยกกระชับแบบไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งเครื่องมือดังกล่าวมีให้เลือกใช้มากมายหลายยี่ห้อและมีเทคโนโลยีการยกกระชับที่แตกต่างกัน แต่เครื่อง Thermage FLX และเครื่อง Ulthera เป็น 2 เครื่องมือยกกระชับที่ถูกพูดถึงมากที่สุด เพราะเป็นเครื่องที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในประเทศไทยและทั่วโลก เป็นเครื่อง original ที่มีงานวิจัยรองรับมากที่สุด มีเคสมากที่สุดและมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องครับ

แต่หลายคนยังไม่เข้าใจว่า Thermage กับ Ulthera แตกต่างกันอย่างไร ? เลือกแบบไหนดี ? พิจารณาอะไรบ้าง ? หมอจะมาตอบอย่างละเอียดให้ในบทความนี้ รวมถึงอธิบายเชิงลึก ว่า Thermage กับ Ulthera มีกระบวนการทำงานอย่างไร ?

มีข้อดี – ข้อเสีย อย่างไร ? ทำควบคู่กันได้ไหม อันไหนเจ็บกว่ากัน ? เลือกทำที่ไหนดี ? ราคาเท่าไหร่ ? ใครที่กำลังอยู่ในช่วงตัดสินใจเลือกระหว่าง Thermage VS Ulthera แนะนำอ่านบทความนี้ได้เลยครับ

สารบัญ Thermage กับ Ulthera

  1. Thermage กับ Ulthera
  2. ชั้นผิว กับนวัตกรรมยกกระชับ
    1. ชั้นผิวมนุษย์
    2. หัตถการยกกระชับผิว
  3. Thermage กับ Ulthera แตกต่างกันอย่างไร ?
    1. การทำงานของ Thermage
    2. การทำงานของ Ulthera
  4. Thermage VS Ulthera มีข้อดี – ข้อเสีย อะไรบ้าง ?
    1. ข้อดี – ข้อเสีย ของ Thermage
    2. ข้อดี – ข้อเสีย ของ Ulthera
  5. Thermage กับ Ulthera เหมาะกับใครบ้าง ?
    1. Thermage เหมาะกับใคร ?
    2. Ulthera เหมาะกับใคร ?
  6. รีวิว Thermage กับ Ulthera ให้ผลลัพธ์แตกต่างกันอย่างไร ?
    1. Thermage รีวิว
    2. Ulthera รีวิว
  7. ทำ Thermage กับ Ulthera หน้าบวมเหมือนกันไหม ?
  8. ทำ Thermage กับ Ulthera ร่วมกันได้ไหม ?
  9. จุดเด่นของ Thermage FLX กับ Ulthera SPT
  10. Thermage VS Ulthera เลือกอันไหน พิจารณาอะไรบ้าง ?
  11. ทำ Thermage กับ Ulthera ที่ไหนดี ?
    1. ทำ Thermage กับ Ulthera ที่ V Square Clinic ดีอย่างไร ?
    2. Thermage – Ulthera ราคาโปรโมชั่นที่ V Square Clinic
  12. สรุป

Thermage กับ Ulthera

Thermage และ Ulthera เป็นวิธีการยกกระชับแบบ Non-Invasive Skin Tightening & Lifting Treatment คือไม่มีการผ่าตัด ไม่มีการใช้เข็ม หรือสอดเครื่องมือใด ๆ ลงชั้นผิวครับ แต่จะใช้คลื่นพลังงานส่งลงไปใต้ชั้นผิว จากนั้นพลังงานจะเปลี่ยนเป็นความร้อนช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจน อิลาสตินขึ้นมาใหม่ ผิวจึงเกิดการหดตัว ยกกระชับแน่นขึ้น และผิวดูสุขภาพดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปครับ

ความแตกต่างของ Thermage และ Ulthera คือมีหลักการทำงานและใช้คลื่นพลังงานที่แตกต่างกันครับ ทำให้มีข้อดีคนละจุด ก่อนที่จะทราบรายละเอียดของหลักการทำงานของเครื่อง หมออยากให้เข้าใจเรื่องชั้นผิวของมนุษย์ก่อนครับ


ชั้นผิว กับนวัตกรรมยกกระชับ

ชั้นผิวมนุษย์

ในทางการแพทย์ โครงสร้างใบหน้าจะแบ่งได้เป็น 5 ชั้น ได้แก่

  1. ชั้นผิวหนัง (Skin) 
  • ชั้นผิวหนังเป็นโครงสร้างที่อยู่ด้านนอกสุด แบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน คือ
  • ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) เป็นชั้นผิวที่อยู่ภายนอกสุด ความหนาประมาณ 0.05-0.1 mm เป็นส่วนที่เซลล์มีการแบ่งตัวและผลัดเซลล์ผิวตลอดเวลา หากมีบาดแผลที่ชั้นผิวนี้จะมีการแบ่งเซลล์มาทดแทนและไม่ทำให้เกิดรอยแผลเป็น ในส่วนชั้นนอกสุดของชั้นหนังกำพร้า จะประกอบไปด้วยน้ำและ Lipid ช่วยให้ผิวอ่อนนุ่ม ให้ความชุ่มชื้น และปกป้องผิวจากสารพิษหรือแบคทีเรียได้ครับ
  • ชั้นหนังแท้ (Dermis) เป็นส่วนที่อยู่ถัดลงมาจากผิวชั้นหนังกำพร้า ที่ความลึก 0.6-3 mm เป็นส่วนที่มี Collagen, Elastin และ Hyaluronic acid ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น แข็งแรง กักเก็บน้ำให้ความชุ่มชื้น และชั้นหนังแท้ยังเป็นที่อยู่ของรากขน รากผม เส้นเลือด เส้นประสาท และต่อมไขมันอีกด้วยครับ
  1. ชั้นไขมัน (Subcutis, Subcutaneous fat layer)

ชั้นไขมันเป็นชั้นผิวที่อยู่ถัดลงมาจากชั้นหนังแท้ อยู่ที่ความลึก 1-5 mm โดยเฉพาะแก้มและเหนียงจะมีชั้นไขมันหนามากกว่าจุดอื่น ๆ เป็นชั้นที่ประกอบไปด้วยโปรตีนและหลอดเลือด มีความอ่อนนุ่ม ทำหน้าที่เป็นแหล่งพลังงานและปกป้องอวัยวะภายใน

skin layer
  1. ชั้นกล้ามเนื้อและแผ่นเนื้อเยื่อพังผืด (Musculo-aponeurotic)

เป็นส่วนที่อยู่ถัดมาจากชั้นไขมัน ที่ความลึก 3-5 mm ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล เป็นที่อยู่ของกล้ามเนื้อที่ใช้แสดงสีหน้า ควบคุมการทำงานของการเคลื่อนไหวบนใบหน้า (Mimetic Muscles หรือ Muscles of facial expression)

ด้านบนสุดของชั้นกล้ามเนื้อนี้ จะมีแผ่นคอลลาเจนรวมกันเป็นพังผืดเหนียว ๆ ที่เรียกว่า SMAS (Superfical Musculo Aponeurotic System) เป็นชั้นที่ใช้ในการผ่าตัดศัลยกรรมเพื่อดึงหน้าให้ตึง ดูกระชับขึ้นครับ

  1. ชั้นเส้นเอ็น ไขมันชั้นลึก (Retaining ligaments and space)

เป็นชั้นที่มีเส้นเอ็นทำหน้าที่ยึดเนื้อเยื่ออ่อนของใบหน้าเข้ากับโครงสร้างใบหน้า ช่วยตรึงใบหน้าให้กระชับ และเป็นส่วนที่มีไขมันชั้นลึกและช่องว่างเพื่อลดการเสียดสี เมื่ออายุมากขึ้นไขมันชั้นลึกนี้จะเริ่มลดน้อยทำให้ใบหน้าดูยุบตัวลง เส้นเอ็นหย่อนลง จึงทำให้เห็นความหย่อนคล้อยนั่นเองครับ

  1. ชั้นเยื่อหุ้มกระดูกและชั้นกระดูก (Periosteum and deep fascia)

ชั้นที่ปกคลุมกระดูกเรียกว่าชั้นเยื่อหุ้มกระดูก ทำหน้าที่ลดแรงกระแทกหรือกดทับกระดูกที่เป็นเนื้อแข็ง และชั้นกระดูก ที่เป็นตัวกำหนดรูปหน้า กระดูกสามารถบางลงได้เมื่ออายุมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณเบ้าตาลึก เห็นเป็นร่องใต้ตา ตาโหล หน้าตอบ ดูโทรม เห็นความแก่ชราชัดเจนครับ 

face structure

หัตถการยกกระชับผิว

ในประวัติศาสตร์การยกกระชับผิว ยกกระชับใบหน้าที่หย่อนคล้อย มีมาตั้งแต่สมัยโบราณเมื่อ 100 กว่าปีก่อนแล้วครับ ในช่วงแรก ๆ จะเป็นการผ่าตัดดึงชั้นผิวหนังเท่านั้น (Skin-only Facelift) เนื่องจากยังมีความรู้ทางด้านการแพทย์และกายวิภาคไม่มากพอ ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่แน่นอน กลับมาหย่อนคล้อยได้ไว

หลังจากที่วงการศัลยกรรมได้ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง องค์ความรู้มีเพิ่มมากขึ้น ทำให้แพทย์ได้พบว่าต้นเหตุแห่งความหย่อนคล้อยเกิดจากทุกชั้นของโครงสร้างใบหน้า จึงได้มีเทคนิคการดึงหน้าแบบ full facelift เป็นการผ่าตัดดึงหน้าถึงชั้นเยื่อหุ้มกระดูกและเปิดแผลกว้าง เห็นผลลัพธ์ชัดเจน แต่ข้อเสียคือทำให้เกิดการบวมช้ำนาน และถ้าดึงเยอะเกินไปจะส่งผลต่อกล้ามเนื้อบนใบหน้า ขยับใบหน้าไม่ได้ จึงดูไม่เป็นธรรมชาติครับ

มาถึงช่วงยุคหลังประมาณ ค.ศ.1980-2000 ได้มีการค้นพบเทคนิคการดึงหน้าแบบใหม่ โดยจะดึงเฉพาะชั้นกล้ามเนื้อใต้ไขมัน หรือที่เรียกว่าชั้น SMAS เท่านั้น แต่สามารถที่จะทำให้เกือบทุกส่วนดึงขึ้นพร้อมกันได้ ผลลัพธ์ที่ได้จะมีความเป็นธรรมชาติมากขึ้น เปิดแผลเล็กลง เหมาะกับคนที่มีความหย่อนคล้อยเยอะครับ แต่ข้อเสียของการผ่าตัดชั้น SMAS คือมีโอกาสที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ผ่าตัดโดนเส้นประสาท ต่อมน้ำลายได้รับความเสียหาย การเกิดภาวะเลือดออกและห้อเลือด ภาวะน้ำเหลืองคั่ง ผมร่วง ผิวไม่เรียบ เป็นต้น ซึ่งผู้เข้ารับบริการต้องรับทราบความเสี่ยงเหล่านี้ก่อนทำการผ่าตัดทุกครั้งครับ

ไม่กี่ปีถัดมา ในปี ค.ศ. 2002 ได้มีการนำคลื่นวิทยุ (Radiofrequency) เข้ามาใช้ในการยกกระชับผิวหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัดเป็นครั้งแรกของโลก พลังงานที่ใช้เป็นคลื่นวิทยุแบบ Monopolar RF พัฒนาโดยบริษัท Thermage, Inc. ประเทศสหรัฐอเมริกา สามารถยิงพลังงานครอบคลุมผิวชั้นหนังกำพร้า ชั้นหนังแท้ และชั้นไขมัน โดยส่งพลังงานแบบคอลัมน์ (Column) ในครั้งเดียว ทำให้เกิดการดึงน้ำออกจากเซลล์ เนื้อเยื่อบริเวณนั้นเกิดการหดรัดตัวทันที และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ ทำให้ผิวดูยกกระชับขึ้นในที่สุดครับ

และในปี 2004 บริษัท Ulthera, Inc. ได้มีการนำคลื่นเสียงความถี่สูงที่มีความจำเพาะเจาะจง (Micro Focused ultrasound) มาใช้ในการยกกระชับและลดริ้วรอย เรียกว่าเครื่อง Ulthera (อัลเทอร่า) โดยเครื่องจะส่งพลังงานแบบจุดเรียงกันเป็นเส้นที่ระดับความลึกต่าง ๆ และสามารถส่งพลังงานไปถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับการผ่าตัดดึงใบหน้าได้ ทำให้ชั้น SMAS เกิดการหดรัดตัวและสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้เกิดการยกกระชับขึ้นครับ


Thermage กับ Ulthera แตกต่างกันอย่างไร ?

การทำงานของ Thermage

Thermage หลักการ 1

ในชั้นผิวหนังของมนุษย์ จะมีส่วนประกอบหลักคือ คอลลาเจน (Collagen) และ อิลาสติน (Elastin) ช่วยให้ผิวแข็งแรงและมีความยืดหยุ่น แต่เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายก็เริ่มผลิตคอลลาเจนได้น้อยลงเพราะระดับฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้ผิวขาดความยืดหยุ่นและชุ่มชื้น แสดงออกมาเป็นริ้วรอย ความหย่อนคล้อยในที่สุดครับ

เครื่อง Thermage เป็นเครื่องที่ส่งคลื่นวิทยุ (Radiofrequency) ผ่านหัว Cooling tip เข้าไปยังชั้นผิวได้ลึกถึงชั้นไขมันที่อุดมไปด้วยคอลลาเจน และเกิดเป็นความร้อนใต้ชั้นผิว

Thermage หลักการ 2

ความร้อนที่เข้าไปแยกโมเลกุลน้ำออกจากเนื้อเยื่อ คอลลาเจนเกิดการหดรัดตัวอย่างรวดเร็ว หลังทำ Thermage จึงรู้สึกได้ว่าผิวแน่น กระชับขึ้น ประมาณ 20-30% ทันที

Thermage หลักการ 3

นอกจากนี้ ความร้อนยังมีผลทำลายคอลลาเจนบางส่วน กระตุ้นให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเองโดยสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ โดยจะสร้างคอลลาเจนได้สูงสุดเมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 6 เดือน ใบหน้าดูยกกระชับ ผิวเฟิร์มขึ้น และคงผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 1 ปีครับ

Monopolar RF

การทำงานของ Ulthera

Ulthera (อัลเทอร่า) เป็นนวัตกรรมการรักษาแบบ Non-Invasive Skin Tightening & Lifting Treatment ที่พัฒนามาเพื่อช่วยยกกระชับ โดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูงที่มีความจำเพาะเจาะจง (Micro Focused ultrasound) ส่งเข้าไปยังชั้นผิวในระดับต่าง ๆ จนถึงชั้น SMAS เพื่อช่วยยกกระชับผิว แก้ม เหนียง และลดริ้วรอยบนใบหน้า

หัวยิง ulthera

โดยหลักการทำงานของเครื่อง จะส่งคลื่นเสียงเป็นจุดพลังงาน ขนาด 1 mm เรียงกันเป็นเส้นตรง 25-30 จุด ลงไปยังใต้ผิวที่ระดับความลึก 1.5 mm, 3 mm และ 4.5 mm ตามหัวยิงที่เลือกใช้ จากนั้นจะเกิดเป็นความร้อนประมาณ 60-70 องศาเซลเซียส ทำให้คอลลาเจนเกิดการหดตัวทันทีและมีการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ เซลล์ผิวแน่นขึ้น จึงเห็นว่าใบหน้าจุดที่ทำดูยกกระชับขึ้นหลังทำและเมื่อคอลลาเจนมีการสร้างเต็มที่ก็จะเห็นว่ายกกระชับขึ้นอีกภายใน 2-3 เดือนครับ

Ulthera line
เครื่อง Ulthera จะส่งคลื่นพลังงานเป็นจุดเรียงกันเป็นเส้นตรง (Line) 
จุดพลังงานของเครื่องยี่ห้อต่างๆ
ความแตกต่างของการส่งพลังงานลงใต้ชั้นผิวของเครื่องมือยกกระชับยี่ห้อต่าง ๆ จะเห็นว่า แตกต่างกันที่ขนาดของจุดที่ Focus ซึ่งจะส่งผลต่อผลลัพธ์ที่ได้และระยะเวลา

Thermage VS Ulthera มีข้อดี – ข้อเสีย อะไรบ้าง ?

ข้อดี – ข้อเสีย ของ Thermage

ข้อดีของการทำ Thermage

  • ช่วยให้ผิวยกกระชับ ชั้นผิวหดตัวลง ผิวชั้นไขมันลดลงได้ทันทีหลังทำประมาณ 20-30% เหมาะกับคนที่มีไขมันพอสมควร
  • การยิงพลังงาน 1 ครั้ง (1 shot) จะครอบคลุมชั้นผิวตั้งแต่ชั้นหนังกำพร้า จนถึงชั้นไขมัน ใช้จำนวน shot น้อยกว่าการทำ Ulthera
  • มีหัวยิงสำหรับทำรอบดวงตา 
  • ไม่ต้องพักฟื้น สามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตามปกติ
  • ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก FDA สหรัฐอเมริกา มีความปลอดภัยสูง
  • เห็นผลทันทีหลังทำประมาณ 20% ได้ตั้งแต่ครั้งแรก ไม่มีรอยแผล ไม่มีรอยเข็ม
  • ทำ 1 ครั้ง จะคงผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่า 1-2 ปี

ข้อเสียการทำ Thermage

  • รู้สึกถึงความเจ็บขณะทำ แต่ยังอยู่ในระดับที่ทนได้
  • ราคาสูงเมื่อเทียบกับการใช้เครื่องยกกระชับแบบอื่น 
  • อาจพบรอยแดงหลังทำได้เป็นปกติ สามารถหายได้เองภายใน 1 ชั่วโมง
  • เมื่อสัมผัสบริเวณที่ทำอาจพบอาการบวมหรือระบม 1-2 สัปดาห์แล้วแต่สภาพผิวของแต่ละคนครับ

ข้อดี – ข้อเสีย ของ Ulthera

ข้อดีของการทำ Ulthera

  • สามารถยกกระชับได้โดยที่ไม่ต้องผ่าตัด เห็นการเปลี่ยนแปลงหลังทำทันทีประมาณ 30% เหมาะกับคนที่มีไขมันไม่มากแต่มีความหย่อนคล้อย ต้องการดูแลผิวให้
  • มีหัวยิงให้เลือกใช้หลายระดับ สามารถเลือกใช้หัวยิงให้ตรงตามสภาพผิวและปัญหาที่คนไข้กังวลได้
  • หัวยิงพลังงาน สามารถส่งพลังงานได้ถึงชั้น SMAS ที่เป็นชั้นเดียวกับการผ่าตัดดึงหน้า จึงโดดเด่นเรื่องการยกกระชับ
  • ไม่ต้องพักฟื้น สามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตามปกติ
  • ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก FDA สหรัฐอเมริกา มีความปลอดภัยสูง
  • เห็นผลทันทีหลังทำประมาณ 30% ได้ตั้งแต่ครั้งแรก ไม่มีรอยแผล ไม่มีรอยเข็ม
  • ทำ 1 ครั้ง จะคงผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่า 1 ปี

ข้อเสียการทำ Ulthera

  • ขณะทำจะค่อนข้างเจ็บ แต่ยังอยู่ในระดับที่ทนได้
  • อาจมีรอยแดงหลังทำในบางเคส ซึ่งเกิดได้ตามปกติ สามารถหายได้เองภายใน 1 ชั่วโมง
  • เมื่อสัมผัสบริเวณที่ทำอาจพบอาการบวมหรือระบม 1-2 สัปดาห์แล้วแต่สภาพผิวของแต่ละคนครับ

Thermage กับ Ulthera เหมาะกับใครบ้าง ?

Thermage เหมาะกับใคร ?

  • เหมาะกับคนที่มีไขมันบริเวณใบหน้าเยอะ ยิ้มแล้วมีความรู้สึกหน้าอูม ๆ ต้องการปรับรูปหน้าให้เรียวกระชับขึ้น
  • เหมาะกับคนที่มีปัญหาไขมันสะสมบริเวณแก้ม ใต้คาง เหนียง หรือไขมันกองในบริเวณคาง
  • เหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย บริเวณใบหน้า คอ หน้าท้อง ต้นแขน หลังมือ มีรอยย่นมาก ๆ ขาดคอลลาเจน
  • เหมาะกับคนที่ต้องการยกกระชับรอบดวงตา ยกกระชับเปลือกตา มีปัญหาตาตก
  • เหมาะกับคนที่มีปัญหาเซลลูไลท์บริเวณต้นขาและก้น ต้องการปรับผิวให้เรียบเนียน
  • เหมาะกับที่ต้องการฟื้นฟูผิวหน้า กระชับรูขุมขน ช่วยให้ผิวกระชับ ดูผิวใสอ่อนวัยขึ้น
  • เหมาะกับคุณแม่หลังคลอดต้องการยกกระชับหน้าท้องที่หย่อนคล้อย ผู้ที่ต้องการยกกระชับหลังลดน้ำหนัก
  • เหมาะกับคนที่กลัวการผ่าตัด คนที่ไม่มีเวลาพักฟื้น

Ulthera เหมาะกับใคร ?

  • เหมาะกับคนที่มีต้องการยกกระชับ แก้ม เหนียง ที่มีความหย่อนคล้อย มีไขมันไม่มากแต่มีความหย่อนคล้อย
  • เหมาะกับคนที่ต้องการลดริ้วรอยเล็ก ๆ ทั่วหน้า โดยไม่ต้องการให้ตึงมากเหมือนการฉีดโบท็อก
  • เหมาะกับคนที่เคยเติมฟิลเลอร์บริเวณริ้วรอยร่องลึก และอยากเก็บรายละเอียดเล็ก ๆ เพิ่มความกระชับ
  • เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเพิ่มความคมชัดให้กรอบหน้า เห็นแนวกราม ลดเหนียง
  • เหมาะกับคนที่ต้องการดูแลผิว แก้รูขุมขนกว้าง เพิ่มความเรียบเนียน กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวชั้นลึก ผิวแน่น เฟิร์ม กระชับ
  • เหมาะกับคนที่มีเวลาไม่มาก ไม่มีเวลาดูแลผิวหรือเข้าคลินิกความงามบ่อย ๆ เพราะทำ Ulthera 1 ครั้ง อยู่ได้ถึง 1 ปี

รีวิว Thermage กับ Ulthera ให้ผลลัพธ์แตกต่างกันอย่างไร ?

ด้วยหลักการทำงานของเครื่อง Thermage และ Ulthera ที่มีการส่งพลังงานที่แตกต่างกัน จึงเหมาะกับคนที่มีรูปหน้าแตกต่างกัน โดย Thermage จะช่วยในเรื่องการลดไขมันได้ดี เหมาะกับคนที่มีแก้ม เหนียง ต้องการปรับหน้าเรียว ส่วน Ulthera จะเน้นเรื่องการยกกระชับ เหมาะกับคนที่มีไขมันไม่เยอะ แต่ต้องการเก็บรายละเอียด ยกกระชับให้หน้าดูอ่อนกว่าวัยครับ

Thermage รีวิว

Thermage รีวิว 1
เคสนี้มีไขมันสะสมบริเวณเหนียง กรอบหน้าไม่ชัด หมอจึงแนะนำให้ทำ Thermage FLX เพื่อช่วยยกกระชับลดเหนียง หลังทำจะเห็นว่าบริเวณเหนียงลดลงชัดเจน กรอบหน้าชัดขึ้นครับ

Ulthera รีวิว

Ulthera รีวิว 1
เคสนี้มีความกังวลเรื่องใบหน้าที่หย่อนคล้อย หมอจึงแนะนำเติมฟิลเลอร์ใต้ตาและร่องแก้มเพื่อเติมเต็มริ้วรอยร่องลึก และใช้เครื่อง Ulthera ช่วยยกกระชับแก้ม กรอบหน้า เก็บรายละเอียดใต้ตา ร่องแก้ม ทำให้ใบหน้าโดยรวมดูยกกระชับขึ้นครับ
Ulthera รีวิว 2
เคสนี้รูปหน้าเดิมมีความหย่อนคล้อยเล็กน้อย มีไขมันไม่มาก หมอจึงแนะนำทำ Ulthera เพื่อยกกระชับบริเวณแก้ม จะเห็นว่าแก้มดูยกกระชับหลังทำทันที และจะอยู่ได้นาน 1 ปีครับ

ทำ Thermage กับ Ulthera เจ็บเหมือนกันไหม ?

ทั้ง Ulthera และ Thermage เจ็บครับ จากประสบการณ์ทำจะรู้สึกว่า Thermage จะเจ็บกว่าเล็กน้อย ทั้งนี้ขึ้นกับความทนเจ็บของแต่ละบุคคลด้วยครับ บางคนทนได้มาก บางคนทนได้น้อย แต่ก็เป็นระดับความร้อนที่ทุกคนทนได้ สามารถทายาชาที่ผิวก่อนทำเพื่อบรรเทาความเจ็บได้ครับ

สำหรับเครื่อง Thermage จะเป็นการส่งพลังงานเป็นก้อนจึงรู้สึกเจ็บได้มากกว่า แต่บริษัทผู้ผลิตก็ได้เพิ่มระบบ Cooling effect มาในเครื่องรุ่นใหม่ล่าสุด ระบบนี้จะช่วยปล่อยความเย็นขณะทำ เพื่อป้องกันผิวไหม้ เพิ่มความผ่อนคลายให้กับผิว และทำให้เจ็บน้อยลงได้ครับ

อ่านเพิ่มเติม : Thermage เจ็บไหม ?

อ่านเพิ่มเติม : Ulthera เจ็บไหม ?


ทำ Thermage กับ Ulthera หน้าบวมเหมือนกันไหม ?

หลังทำ Ulthera และ Thermage อาจพบอาการบวมแดงบริเวณผิวได้เช่นเดียวกันครับ โดยเฉพาะในผู้ที่มีผิวบาง และอาจมีอาการระบมที่ผิวเมื่อสัมผัสได้ 1-2 สัปดาห์ครับ

อ่านเพิ่มเติม : ทำ Ulthera หน้าบวมไหม ? บวมกี่วัน ?


ทำ Thermage กับ Ulthera ร่วมกันได้ไหม ?

Thermage และ Ulthera สามารถทำควบคู่กันได้ครับ โดยหมอจะใช้ Ulthera ยิงพลังงานลงไปยังชั้น SMAS เพื่อยกกระชับผิวตั้งแต่ชั้นกล้ามเนื้อ จากนั้นใช้ Thermage ที่ส่งพลังงานได้ตั้งแต่ชั้นหนังกำพร้าจนถึงชั้นไขมัน เพื่อช่วยยกกระชับไขมันและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่ผิวส่วนบน เมื่อทำควบคู่กันแล้วจึงเหมือนเป็นการช่วยยกกระชับในทุกโครงสร้างของผิว ผลที่ได้จึงออกมาดียิ่งขึ้นครับ


จุดเด่นของ Thermage FLX กับ Ulthera SPT

Thermage FLX

  • จุดเด่นเรื่องจากยกกระชับในผู้ที่มีชั้นไขมันหนา มีแก้ม เหนียงเยอะ ช่วยเพิ่ม Skin quality
  • เห็นผลหลังทำประมาณ 20% เห็นผลเต็มที่ใน 2-3 เดือน
  • ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 1-2 ปี
  • ไม่ต้องพักฟื้น สามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตามปกติ
  • ใช้เวลาทำน้อยลง เพียงประมาณ 40-90 นาที
  • มีระบบ Cooling effect และพลังงานสั่น (Multi-Directional Vibration) เพื่อป้องกันผิวไหม้และลดความเจ็บขณะทำ
  • ครอบคลุมทุกชั้นผิวและชั้นไขมัน
  • สามารถทำได้ทั้งหน้าและลำตัว
  • ผ่านการรับรองความปลอดภัยจาก อย.ไทย และ US FDA

บทความแนะนำ

จุดเด่น Thermage

Ulthera SPT

  • จุดเด่นในการยกกระชับถึงโครงสร้างชั้น SMAS ชั้นเดียวกับการผ่าตัดดึงหน้า
  • เห็นผลหลังทำ 30% เห็นผลเต็มที่ใน 2-3 เดือน
  • มีระบบแสดงหน้าจอในการดูระดับความลึกของจุดที่ยิงแบบ Real Time ทำให้ส่งพลังงานได้แม่นยำ
  • มีหัวยิงให้เลือกใช้หลายระดับ ครอบคลุมทุกชั้นผิว
  • ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 1 ปี
  • ยกกระชับ ลดสัดส่วน ได้ทั้งหน้าและตัว
  • ไม่ต้องพักฟื้น ทำกิจกรรมได้ตามปกติ
  • การันตีเรื่องประสิทธิภาพและความปลอดภัย ผ่านการรับรองจาก U.S. FDA

บทความแนะนำ

จุดเด่น Ulthera

Thermage VS Ulthera เลือกอันไหน พิจารณาอะไรบ้าง ?

Thermage กับ Ulthera เลือกอันไหนดี ? หมอแนะนำให้พิจารณาจากโครงสร้างใบหน้า ลักษณะชั้นผิว และความต้องการของแต่ละบุคคลเป็นหลักครับ หากมีใบหน้าเรียวอยู่แล้ว ชั้นไขมันไม่มาก ต้องการยกกระชับให้ดูอ่อนวัยขึ้น หมอแนะนำให้ทำ Ulthera ครับ

แต่ถ้าเป็นคนมีแก้ม มีเหนียง ไขมันค่อนข้างเยอะ ต้องการปรับหน้าเรียวและเพิ่มคอลลาเจนให้กับผิว ทนความเจ็บได้สูง หมอแนะนำ Thermage จะเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ดีและอยู่ได้นานครับ

หากยังไม่มั่นใจว่าจะใช้ Thermage หรือ Ulthera ดี แนะนำให้เข้าพบแพทย์เพื่อประเมินใบหน้าและชั้นผิวอย่างละเอียด แพทย์จะสามารถแนะนำหัตถการที่เหมาะสมกับคนไข้ที่สุดให้ครับ

Thermage Ulthera Hifu

อ่านเพิ่มเติม : Ulthera VS Hifu VS Thermage


ทำ Thermage กับ Ulthera ที่ไหนดี ?

ก่อนตัดสินใจทำ Thermage และ Ulthera ที่ไหนดี ควรเลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือ มีมาตรฐาน ใช้เครื่องของแท้ที่มีใบรับรองอย่างถูกต้อง และนอกจากเครื่องแท้ หมอแนะนำให้พิจารณาปัจจัยแวดล้อมดังต่อไปนี้ร่วมด้วยครับ

  • เข้าพบแพทย์เพื่อฟังคำแนะนำก่อนรักษา : ก่อนเข้ารับบริการกับคลินิกใดก็ตามอย่าละเลยสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับคุณสมบัติข้อเท็จจริงของ Ulthera และ Thermage ให้เข้าใจ ทราบข้อมูลดูแลก่อน-หลัง รวมถึงข้อดี ข้อเสียต่าง ๆ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ คลินิกที่มีมาตรฐานอย่างถูกต้องมักจะให้คำแนะนำได้ละเอียด ตรงไปตรงมาเพื่อให้ลูกค้ามั่นใจที่สุดจนตัดสินใจเข้าใช้บริการ
  • มีรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง : การตรวจเช็กรีวิวต่าง ๆ จากผู้ที่เคยเข้าใช้บริการ ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีสร้างความมั่นใจ ยิ่งมีรีวิวมาก เท่ากับว่าหมอได้ทำการรักษาคนไข้มาหลายเคสจนเกิดความชำนาญ จึงช่วยลดข้อผิดพลาดต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ ช่วยให้การตัดสินใจได้ว่าเมื่อเข้ามาใช้บริการแล้วจะได้รับความปลอดภัยไม่เกิดปัญหาตามมาภายหลังครับ
  • ช่องทางการติดต่อ : ควรเลือกคลินิกที่ให้ช่องทางการติดต่อที่ชัดเจน มีการตอบกลับในเวลาอันรวดเร็ว เช่น เบอร์โทรศัพท์ ช่องทางออนไลน์อย่าง Line@ หรือ inbox Facebook หากมีข้อสงสัย หรือเหตุฉุกเฉินจะสามารถติดต่อได้ หรือทำนัดล่วงหน้าได้อย่างสะดวกสบาย

อ่านเพิ่มเติม : ทำ Thermage ที่ไหนดี ?

ทำ Thermage กับ Ulthera ที่ V Square Clinic ดีอย่างไร ?

ที่ V Square Clinic ใช้เครื่อง Ulthera แท้ที่ได้มาตรฐาน นำเข้าโดยบริษัท Merz Aesthetics ที่ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาจากประเทศไทย (อย.) และประเทศสหรัฐอเมริกา (U.S. FDA) ครับ คนไข้สามารถเช็กคลินิกที่ใช้ เครื่อง Ulthera แท้ ได้ที่ www.merzclubthailand.com

ส่วนเครื่อง Thermage ก็เป็นเครื่องของแท้เช่นเดียวกันครับ โดยมีจุดตรวจสอบได้ตามนี้

  1. มีสติกเกอร์สัญลักษณ์เครื่องแท้ติดไว้ที่คลินิก สามารถมองเห็นได้ง่าย ชัดเจน
  2. มีโล่ตราสัญลักษณ์และประกาศนียบัตรที่ออกโดย SOLTA MEDICAL
  3. มีสติกเกอร์ของแท้ติดไว้ที่ด้านหน้าตัวเครื่อง
วิธีดู Thermage ของแท้

นอกจากเครื่อง Ulthera และ Thermage ที่เป็นของแท้แล้ว ที่ V Square Clinic ยังมีแพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านการปรับรูปหน้ามาอย่างยาวนาน ให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัย ใช้ผลิตภัณฑ์และเครื่องมือของแท้ที่ได้มาตรฐาน รวมถึงราคาที่สมเหตุสมผล มั่นใจได้ว่าทุกท่านที่เข้ามาทำ Thermage Ulthera และบริการอื่น ๆ ของทางคลินิก จะได้รับความพึงพอใจที่สุดครับ

Thermage – Ulthera ราคาโปรโมชั่นที่ V Square Clinic

ราคาโปรโมชั่น Thermage FLX

  • รอบดวงตา 450 shot 29,999.-
  • แก้ม+เหนียง 450 shot 30,000.-
  • ทั่วหน้า 900 shot 60,000.-
  • ทั่วหน้า 1,800 shot 110,000.-
  • ลำตัว 2,000 shot 90,000.-

หมายเหตุ

  • ตำแหน่งทั่วหน้า 900 shot รับ Hifu Ultraformer III 200 line ฟรี
  • ตำแหน่งทั่วหน้า 1,800 shot รับ Hifu Ultraformer III 400 line ฟรี
Thermage ราคา

ราคาโปรโมชั่น Ulthera

  • 200 line Ulthera SPT ราคา 19,999.- (รับฟรี HIfu Ultraformer III 60 Line)
  • 300 line Ulthera SPT ราคา 29,999.- (รับฟรี HIfu Ultraformer III 90 Line)
  • 500 line Ulthera SPT ราคา 49,999.- (รับฟรี HIfu Ultraformer III 150 Line)
  • 700 line Ulthera SPT ราคา 69,999.- (รับฟรี HIfu Ultraformer III 210 Line)
  • 1,000 line Ulthera SPT ราคา 99,999.- (รับฟรี HIfu Ultraformer III 300 Line)
Ulthera ราคา

สรุป

Thermage กับ Ulthera เป็นนวัตกรรมที่ช่วยเรื่องการยกกระชับโดยไม่ต้องผ่าตัด ทั้งสองเครื่องมีหลักการการทำงานและจุดเด่นที่แตกต่างกัน ในการเลือกใช้ เมื่อต้องการพิจารณาระหว่าง Thermage VS Ulthera หมอแนะนำว่าควรเข้ามาตรวจประเมินใบหน้าจริง เข้ารับการปรึกษาเพื่อให้หมอวางแผน และเลือกหัตถการที่เหมาะสมให้ จะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงความต้องการและเหมาะสมกับราคาที่สุดครับ


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ

Banner_Web_หมอให้คำปรึกษา_หมอ35คน