
ฉีดวัคซีน HPV
ฉีดวัคซีน HPV เป็นวิธีป้องกันโรคจากไวรัส HPV (Human Papillomavirus) ไม่เพียงช่วยลดโอกาสในการเกิดมะเร็งปากมดลูก แต่ยังลดโอกาสการติดเชื้อไวรัสของอีกหลายโรคด้วย เช่น หูดหงอนไก่
และรอยโรคก่อนมะเร็งบางชนิด ซึ่งหากไม่ป้องกันอาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตได้ในระยะยาว
ปัจจุบันวัคซีน HPV มีหลายชนิดที่นิยม เช่น วัคซีน 4 สายพันธุ์ และวัคซีน 9 สายพันธุ์ โดยเฉพาะ Gardasil 9 ที่ครอบคลุมสายพันธุ์กว้างขึ้น และใช้เพื่อป้องกันโรคจาก HPV หลายกลุ่มมากกว่าเดิม บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า ฉีดวัคซีน HPV คืออะไร ? ช่วยป้องกันโรคอะไรได้บ้าง ? และมีเรื่องอะไรที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจฉีดครับ
คลิกอ่านหัวข้อ ฉีดวัคซีน HPV
ฉีดวัคซีน HPV คืออะไร ?

ฉีดวัคซีน HPV คือการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ไวรัส HPV (Human Papillomavirus) ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคหลายชนิด โดยเฉพาะมะเร็งปากมดลูก และมะเร็งชนิดอื่น ๆ ที่มีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัส HPV โดยวัคซีนนี้จะช่วยให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันก่อนเกิดการติดเชื้อ จึงลดความเสี่ยงของโรคร้ายแรงได้ตั้งแต่ต้นทางครับ

ข้อควรรู้ : เชื้อ HPV เป็นไวรัสที่ติดต่อได้จากการสัมผัสผิวหนังที่ติดเชื้อ หรือการมีเพศสัมพันธ์ มีมากกว่า 100 สายพันธุ์ บางสายพันธุ์ไม่แสดงอาการ แต่บางสายพันธุ์มีความเสี่ยงสูงและอาจนำไปสู่โรคร้ายแรง ปัจจุบันยังไม่มียาที่รักษาได้โดยตรง แต่สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน HPV ครับ
ฉีดวัคซีน HPV ช่วยป้องกันโรคอะไรได้บ้าง ?

วัคซีน HPV ช่วยลดความเสี่ยงของโรคที่เกิดจากเชื้อ HPV ได้หลายชนิด ได้แก่
- มะเร็งปากมดลูก
- มะเร็งช่องคลอด
- มะเร็งปากช่องคลอด
- มะเร็งทวารหนัก
- มะเร็งองคชาต
- มะเร็งคอหอยหลังช่องปาก
- มะเร็งทางศีรษะเเละลำคอ
- หูดหงอนไก่บริเวณอวัยวะเพศ
- ภาวะก่อนมะเร็ง (Precancerous lesion)
ทั้งนี้ ประสิทธิภาพและขอบเขตการป้องกันจะขึ้นอยู่กับชนิดของวัคซีนที่ได้รับ เนื่องจากวัคซีนแต่ละแบบครอบคลุมสายพันธุ์ของเชื้อ HPV ได้แตกต่างกันครับ
กลไกการทำงานของวัคซีน HPV
วัคซีน HPV ทำงานโดย เลียนแบบโครงสร้างภายนอกของเชื้อไวรัส HPV ผ่านโปรตีนสังเคราะห์ที่เรียกว่า VLPs เพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเรียนรู้และสร้างแอนติบอดี (Antibody) ต่อเชื้อชนิดนี้ล่วงหน้าครับ แม้วัคซีนจะมีลักษณะคล้ายเชื้อไวรัส แต่ภายในไม่มีสารพันธุกรรม จึงไม่สามารถก่อให้เกิดการติดเชื้อได้
เมื่อร่างกายได้รับเชื้อ HPV จริงในภายหลัง ภูมิคุ้มกันที่ถูกสร้างไว้จะสามารถจดจำและกำจัดเชื้อได้อย่างรวดเร็ว จึงช่วยลดโอกาสการติดเชื้อ ลดความเสี่ยงของการเกิดเซลล์ผิดปกติ และช่วยป้องกันรอยโรคก่อนมะเร็งหรือมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับเชื้อ HPV ได้ครับ
วัคซีน HPV มีกี่ชนิด ?
วัคซีน HPV ในปัจจุบันมีทั้งหมด 3 ชนิดหลัก โดยแบ่งตามจำนวนสายพันธุ์ของเชื้อไวรัสที่สามารถป้องกันได้ ดังนี้
- วัคซีน HPV 2 สายพันธุ์ : ป้องกันเชื้อ HPV สายพันธุ์ 16 และ 18 ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูก
- วัคซีน HPV 4 สายพันธุ์ : ป้องกันสายพันธุ์ 6, 11, 16 และ 18 ครอบคลุมทั้งมะเร็งปากมดลูกและหูดหงอนไก่
- วัคซีน HPV 9 สายพันธุ์ : ป้องกันสายพันธุ์ 6, 11, 16, 18 และสายพันธุ์เสี่ยงสูงเพิ่มเติม ได้แก่ 31, 33, 45, 52 และ 58 ถือเป็นวัคซีนที่ให้การป้องกันกว้างที่สุด สามารถป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ถึงประมาณ 90% และยังป้องกันหูดติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ด้วย
การเลือกชนิดวัคซีน HPV ควรพิจารณาจากช่วงอายุ ความเสี่ยง และคำแนะนำของแพทย์ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพในการป้องกันสูงสุดครับ
เปรียบเทียบการฉีดวัคซีน HPV 2, 4 และ 9 สายพันธุ์ แตกต่างกันอย่างไร ?
วัคซีน HPV ทั้งแบบ 2 สายพันธุ์ 4 สายพันธุ์ และ 9 สายพันธุ์ มีจุดประสงค์เดียวกันคือ ป้องกันโรคจากเชื้อ HPV แต่มีจุดแตกต่างกันที่จำนวนสายพันธุ์และความครอบคลุมในการป้องกัน หมอสรุปให้ดูง่าย ๆ ในตารางด้านล่างครับ
ตารางเปรียบเทียบวัคซีน HPV แต่ละชนิด
| คุณสมบัติ | 2 สายพันธุ์ | 4 สายพันธุ์ | 9 สายพันธุ์ |
|---|---|---|---|
| สายพันธุ์ที่ป้องกัน | 16, 18 | 6, 11, 16, 18 | 6, 11, 16, 18, 31, 33, 45, 52, 58 |
| ป้องกันมะเร็งปากมดลูก | ~70% (จากสายพันธุ์ 16, 18) | ~70% (จากสายพันธุ์ 16, 18) | >90% (ครอบคลุม 7 สายพันธุ์เสี่ยงสูง) |
| ป้องกันหูดหงอนไก่ | ไม่ป้องกัน | ป้องกันได้ >90% | ป้องกันได้ >90% |
| จุดเด่น | เน้นป้องกันสายพันธุ์เสี่ยงสูงที่เป็นสาเหตุสำคัญของมะเร็งปากมดลูก | ครอบคลุมทั้งสายพันธุ์เสี่ยงสูงและสายพันธุ์ที่ทำให้เกิดหูดหงอนไก่ | ป้องกันได้กว้างที่สุด ลดความเสี่ยงได้อย่างครอบคลุม |
ระยะห่างของการฉีดวัคซีน HPV แต่ละเข็มห่างกันกี่เดือน ?
ระยะห่างและจำนวนครั้งในการฉีดวัคซีน HPV ขึ้นอยู่กับอายุที่เริ่มรับวัคซีน ซึ่งมีแนวทางดังนี้

- ผู้ที่อายุ 9-14 ปี ต้องฉีด 2 เข็ม โดยเว้นระยะห่างระหว่างเข็มแรกและเข็มที่สอง 6-12 เดือน
- ผู้ที่อายุ 15-45 ปี ต้องฉีด 3 เข็ม ตามกำหนด 0, 1-2, และ 6 เดือน โดยฉีดเข็มแรกวันแรก ฉีดเข็มที่สองหลังจากเข็มแรก 1-2 เดือน และฉีดเข็มที่สามหลังจากเข็มแรก 6 เดือน
- ในกรณีพิเศษ เช่น ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือผู้ติดเชื้อ HIV แนะนำให้ฉีด 3 เข็ม ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงอายุใดก็ตาม เพื่อให้ได้ภูมิคุ้มกันที่เพียงพอ
ตารางสรุปแนวทางการฉีดวัคซีน HPV
| ช่วงอายุ / กรณี | จำนวนเข็ม | ตารางการฉีด | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| อายุ 9-14 ปี | 2 เข็ม | เข็มที่ 1 : วันที่เริ่มฉีด เข็มที่ 2 : ห่างจากเข็มแรก 6-12 เดือน | ระยะห่างขั้นต่ำระหว่างเข็มที่ 1 และ 2 ควร ไม่น้อยกว่า 5 เดือน |
| อายุ 15 ปีขึ้นไป | 3 เข็ม | เข็มที่ 1 : วันที่เริ่มฉีด เข็มที่ 2 : ห่างจากเข็มแรก 1-2 เดือน เข็มที่ 3 : ห่างจากเข็มแรก 6 เดือน | ตัวอย่างตารางที่ใช้บ่อย : 0, 2, 6 เดือน |
| ผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง / ผู้ติดเชื้อ HIV | 3 เข็ม | เข็มที่ 1 : วันที่เริ่มฉีด เข็มที่ 2 : ห่างจากเข็มแรก 1-2 เดือน เข็มที่ 3 : ห่างจากเข็มแรก 6 เดือน | แนะนำให้ฉีด 3 เข็ม ไม่ว่าจะเริ่มฉีดอายุเท่าไร |
หากต้องการให้วัคซีน HPV สร้างภูมิคุ้มกันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ควรฉีดให้ครบตามจำนวนเข็มและช่วงเวลาที่แนะนำ หากฉีดไม่ครบ อาจทำให้ระดับภูมิคุ้มกันไม่เพียงพอ และลดประสิทธิภาพในการป้องกันโรคในระยะยาวครับ
ใครบ้างควรฉีดวัคซีน HPV ?
วัคซีน HPV เหมาะกับทั้งผู้หญิงและผู้ชายครับ โดยกลุ่มที่ควรพิจารณาฉีดวัคซีน ได้แก่
- เด็กหญิงและเด็กชายอายุ 9 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นช่วงวัยที่ร่างกายตอบสนองต่อวัคซีนได้ดี
- วัยรุ่นและผู้ใหญ่ที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีน HPV หรือ ได้รับวัคซีนยังไม่ครบตามเกณฑ์
- ผู้ที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ ต้องการป้องกันและลดความเสี่ยงจากโรคที่เกิดจากเชื้อ HPV
- ผู้ที่มีความกังวลเรื่องการติดเชื้อ HPV หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
ฉีดวัคซีน HPV ไม่เหมาะกับใคร ?
กลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยงการฉีดวัคซีน HPV มีดังนี้
- ผู้ที่เคยมีอาการแพ้วัคซีน HPV อย่างรุนแรงในเข็มก่อนหน้า
- ผู้ที่มีอาการแพ้ส่วนประกอบในวัคซีน เช่น แพ้ยีสต์
- ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ แนะนำให้เลื่อนการฉีดออกไปจนกว่าจะคลอด
- ผู้ที่กำลังป่วยรุนแรง หรือมีไข้สูง ควรรอให้อาการดีขึ้นก่อนแล้วจึงค่อยฉีด
การเตรียมตัว และผลข้างเคียงที่ควรรู้ก่อนฉีดวัคซีน HPV
ก่อนฉีดวัคซีน HPV ควรรู้ข้อมูลเบื้องต้นทั้งเรื่องการเตรียมตัวและผลข้างเคียงที่อาจพบหลังฉีด เพื่อให้เข้ารับวัคซีนได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยมากขึ้นครับ
การเตรียมตัวก่อนฉีดวัคซีน HPV
การเตรียมตัวก่อนฉีดวัคซีน HPV สามารถทำได้ไม่ยากครับ โดยควรนอนพักให้เพียงพอ รับประทานอาหารและดื่มน้ำตามปกติ รวมถึงสวมเสื้อผ้าที่สะดวกต่อการฉีดบริเวณต้นแขน ทั้งนี้หากมีโรคประจำตัว ประวัติแพ้วัคซีน หรือเคยหน้ามืดเวลาฉีดยา ควรแจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยและความเหมาะสมในการดูแลหลังฉีด
ผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน HPV
หลังฉีดวัคซีน HPV ผลข้างเคียงที่พบส่วนใหญ่มักเป็นอาการเล็กน้อยและหายได้เอง เช่น ปวด บวม แดงบริเวณที่ฉีด อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ หรือมีไข้ต่ำ ๆ ซึ่งมักดีขึ้นภายใน 1-3 วัน ส่วนผลข้างเคียงรุนแรงพบได้น้อยมากครับ
ระยะเวลาการป้องกันโรค หลังฉีดวัคซีน HPV อยู่ได้นานกี่ปี ?
จากข้อมูลการศึกษาติดตามผลระยะยาว พบว่าภูมิคุ้มกันจากการฉีดวัคซีน HPV สามารถคงอยู่ได้ในระดับสูงและมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคได้อย่างน้อย 10-15 ปี และมีแนวโน้มที่จะยาวนานกว่านั้น โดยในปัจจุบัน ยังไม่มีคำแนะนำให้ต้องฉีดกระตุ้นซ้ำ สำหรับผู้ที่ฉีดครบตามเกณฑ์
ข้อดี-ข้อเสียของการฉีดวัคซีน HPV

การฉีดวัคซีน HPV มีทั้งข้อดีและข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ ดังนี้
ข้อดีของการฉีดวัคซีน HPV
- ประสิทธิภาพสูง สามารถลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ HPV ได้ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย
- ป้องกันได้หลายโรค นอกจากมะเร็งปากมดลูก ยังช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งอื่น ๆ และหูดหงอนไก่
- มีความปลอดภัยสูง ผ่านการรับรองและใช้งานทั่วโลก มีการติดตามความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง
ข้อเสียของการฉีดวัคซีน HPV
ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนฉีดวัคซีน HPV คือ วัคซีนไม่ได้ครอบคลุมเชื้อ HPV ทุกสายพันธุ์ ทำให้ยังมีความเสี่ยงติดเชื้อสายพันธุ์อื่น ๆ ได้ และแม้จะฉีดวัคซีนแล้ว ผู้หญิงก็ยังควรตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกตามคำแนะนำแพทย์เหมือนเดิมครับ
ฉีดวัคซีน HPV ราคาเท่าไหร่ ? อัปเดต 2026
การฉีดวัคซีน HPV ราคาจะแตกต่างกันไปตามชนิดของวัคซีนและสถานที่ให้บริการ โดยประมาณดังนี้
- วัคซีนแบบ 2 สายพันธุ์ มีราคาประมาณ 2,000-3,500 บาทต่อเข็ม
- วัคซีนแบบ 4 สายพันธุ์ มีราคาประมาณ 2,500-4,000 บาทต่อเข็ม
- วัคซีนแบบ 9 สายพันธุ์ มีราคาประมาณ 5,000-7,500 บาทต่อเข็ม เป็นวัคซีนที่ให้การป้องกันที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉีดวัคซีน HPV
ฉีดวัคซีน HPV มีข้อจำกัดอะไรบ้าง ?
แม้วัคซีน HPV จะปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูง แต่ก็มีข้อจำกัดบางประการ คือวัคซีนไม่สามารถรักษาการติดเชื้อ HPV ที่มีอยู่แล้วได้ และ ต้องฉีดครบตามจำนวนเข็มและเว้นระยะเวลาที่แนะนำ เพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันได้เต็มที่
วัคซีน HPV ผู้ชายจำเป็นต้องฉีดไหม ?
วัคซีน HPV ผู้ชายก็สามารถฉีดได้และมีประโยชน์อย่างมากครับ เพราะช่วยลดความเสี่ยงของโรคจากเชื้อ HPV เช่น หูดหงอนไก่ มะเร็งทวารหนัก และมะเร็งบางชนิดในช่องปากและลำคอ นอกจากนี้ยังช่วย ลดการแพร่เชื้อ HPV ไปยังคู่เพศหญิง ทำให้มีประโยชน์ทั้งด้านสุขภาพส่วนตัวและสุขภาพคู่ชีวิต

การฉีดวัคซีน HPV สำหรับผู้ชายจึงเป็นเรื่องที่หมอแนะนำ โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและผู้ใหญ่ที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีน
ฉีดวัคซีน HPV เคยมีเพศสัมพันธ์แล้วฉีดได้ไหม ?
แม้เคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว ก็ยังสามารถฉีดวัคซีน HPV ได้ครับ เพราะวัคซีนช่วยป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์ที่ร่างกายอาจยังไม่เคยได้รับมาก่อน เพียงแต่อาจได้ประโยชน์ไม่มากเท่าการฉีดก่อนเริ่มมีเพศสัมพันธ์ จึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคลครับ
วัคซีน HPV ซื้อมาฉีดเอง เป็นอะไรไหม ?
ไม่แนะนำให้ซื้อมาฉีดเองครับ วัคซีน HPV เป็นยาควบคุมพิเศษที่ต้องจัดเก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสม และต้องฉีดโดยบุคลากรทางการแพทย์เท่านั้น การซื้อมาฉีดเองมีความเสี่ยงสูงทั้งจากการที่วัคซีนเสื่อมสภาพ การฉีดผิดตำแหน่ง และที่อันตรายที่สุดคือการไม่สามารถจัดการกับภาวะแพ้อย่างรุนแรง (Anaphylaxis) ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
สรุป ฉีดวัคซีน HPV ป้องกันมะเร็งปากมดลูกอย่างปลอดภัย
การฉีดวัคซีน HPV เป็นเครื่องมือที่ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงในการลดความเสี่ยงของมะเร็งปากมดลูก และโรคอื่น ๆ ที่มีสาเหตุจากไวรัส HPV การตัดสินใจฉีดวัคซีน โดยเฉพาะในช่วงวัยที่เหมาะสม คือการสร้างเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งให้กับสุขภาพในระยะยาว ไม่เพียงแต่สำหรับตัวเอง แต่ยังเป็นการช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อในสังคมได้อีกด้วยครับ
อ้างอิง











