
โบท็อกซ์อังกฤษ Dysport ราคา ?
Dysport botox ราคาโปรโมชันที่ V Square Clinic เริ่มต้น 15,900.- สำหรับขนาด 300 U และ 26,000.- สำหรับขนาด 500 U โดยราคาที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับจำนวนยูนิต ตำแหน่งที่ฉีด ขนาดกล้ามเนื้อ และเป้าหมายผลลัพธ์ของแต่ละคนครับ
โบท็อกซ์อังกฤษ Dysport จะเด่นเรื่องการกระจายตัวยากว้างครับ จึงนิยมฉีดลิฟกรอบหน้า ลดริ้วรอย ลดกราม ลดเหงื่อ ต้นแขน และน่อง แต่ควรประเมินโดยแพทย์ก่อนทุกครั้ง เพื่อเลือกปริมาณยาให้เหมาะสม ไม่มากหรือน้อยเกินไปครับ
ในบทความนี้หมอจะพาคนไข้ไปดูว่า Dysport botox ราคา 300 U และ 500 U ต่างกันอย่างไร ฉีดตำแหน่งไหนได้บ้าง ต่างจากโบท็อกซ์ยี่ห้ออื่นอย่างไร และคุ้มไหมเมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้ครับ
คลิกอ่านหัวข้อ
Dysport botox ราคาเท่าไหร่ ? ฉีดตำแหน่งไหน ?
Dysport botox ราคาจะนิยมคิดแบบเหมาขวด โดยมีขนาดบรรจุอยู่ที่ 300 U และ 500 U เหมาะกับคนไข้ที่ต้องการฉีดหลายตำแหน่ง หรือใช้ในบริเวณกว้าง เช่น กราม ลิฟกรอบหน้า ลดเหงื่อ ต้นแขน หรือน่องครับ
ตัวอย่างราคาโปรโมชันที่ V Square Clinic ได้แก่
- Dysport Botox 300 U ราคา 15,900.-
- Dysport Botox 500 U ราคา 26,000.-
โปรโมชันโบท็อกที่ V Square Clinic

*เช็กรายละเอียด โปรโมชั่นโบท็อก ที่ V Square Clinic เพื่อดูราคาล่าสุดก่อนเข้ารับบริการครับ
ตำแหน่งที่นิยมฉีด Dysport

- ฉีด Dysport botox ลดกราม ปรับหน้าเรียว เหมาะกับคนไข้ที่มีกล้ามเนื้อกรามชัด กัดฟันแล้วนูน ทำให้หน้าดูกว้างหรือเหลี่ยม Dysport ช่วยให้กล้ามเนื้อกรามทำงานลดลง กรามจึงค่อย ๆ เล็กลง ใบหน้าดูเรียวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติครับ
- ฉีด Dysport botox ลดริ้วรอย ใช้กับริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า เช่น หน้าผาก หางตา ระหว่างคิ้ว ช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว ริ้วรอยดูตื้นขึ้น แต่ต้องใช้ปริมาณที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้หน้าตึงหรือแสดงสีหน้าได้น้อยเกินไปครับ
- ฉีด Dysport ลิฟกรอบหน้า ด้วยเทคนิค Dermolift ช่วยพยุงกรอบหน้าให้ดูยกขึ้น เหมาะกับคนไข้ที่เริ่มมีผิวหย่อนเล็กน้อย กรอบหน้าไม่คม หรืออยากได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ หน้าไม่แข็งครับ
- ฉีด Dysport โบท็อกลดเหงื่อ รักแร้ สำหรับคนไข้ที่มีเหงื่อออกมากหรือมีกลิ่นตัวจากเหงื่อบริเวณรักแร้ Dysport สามารถช่วยลดการทำงานของต่อมเหงื่อในบริเวณที่ฉีดได้ โดยมักต้องใช้ปริมาณยามากกว่าการฉีดริ้วรอยเฉพาะจุดครับ
- ฉีด Dysport โบท็อกลดต้นแขน ลดน่อง บริเวณต้นแขนและน่องเป็นกล้ามเนื้อมัดใหญ่ จึงมักใช้ Dysport 500 U เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น เหมาะกับคนไข้ที่มีกล้ามเนื้อน่องหรือต้นแขนชัดจากพันธุกรรม การออกกำลังกาย หรือการใช้งานกล้ามเนื้อซ้ำ ๆ ครับ
เปรียบเทียบราคา Dysport กับ Botox ยี่ห้ออื่น
ราคาของโบท็อกซ์แต่ละยี่ห้อแตกต่างกันตามประเทศผู้ผลิต เทคโนโลยีการผลิต ความบริสุทธิ์ การกระจายตัวของยา และความเหมาะสมกับตำแหน่งฉีดครับ
| ยี่ห้อโบท็อก | ประเทศผู้ผลิต | ราคาเหมาขวด |
|---|---|---|
| Dysport | อังกฤษ | 15,900.-/300 U |
| Allergan | อเมริกา | 17,900.-/100 U |
| Xeomin | เยอรมัน | 13,900.-/100 U |
| Inbo | เกาหลี-สวีเดน | 9,500.-/100 U |
| Nabota | เกาหลี | 8,700.-/100 U |
| Neuronox | เกาหลี | 7,500.-/100 U |
| Aestox | เกาหลี | 7,500.-/100 U |
| Bienox | เกาหลี | 7,500.-/100 U |
*โบท็อก Dysport 300 U = 120 U ของโบท็อกยี่ห้ออื่น
จากตารางจะเห็นว่า Dysport botox ราคาอยู่ในกลุ่มกลางถึงพรีเมียมเมื่อเทียบกับโบท็อกซ์เกาหลี แต่มีจุดเด่นเรื่องการกระจายตัวดี เหมาะกับการฉีดบริเวณกว้าง เช่น ลิฟกรอบหน้า ลดกราม ลดเหงื่อ ต้นแขน และน่อง จึงเหมาะกับคนไข้ที่ต้องการความคุ้มค่าในกรณีฉีดหลายจุด หรือใช้ปริมาณยามากครับ
ฉีดโบท็อก Dysport อยู่ได้นานไหม ? เมื่อเทียบกับราคา
โดยทั่วไป Dysport botox อยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือน ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฉีด ปริมาณยา การตอบสนองของร่างกาย และพฤติกรรมหลังฉีดครับ
เมื่อเทียบกับราคาแล้ว หมอมองว่าความคุ้มค่าจะขึ้นกับเป้าหมายของคนไข้ เช่น
- ถ้าต้องการลดกรามพร้อมลิฟกรอบหน้า Dysport 300 U คุ้มกว่าการซื้อยูนิตเล็กหลายจุด
- ถ้าต้องการลดน่อง ต้นแขน หรือลดเหงื่อออกมาก Dysport 500 U จะครอบคลุมบริเวณที่ฉีดได้มากกว่า
- ถ้าต้องการลดริ้วรอยเล็ก ๆ เฉพาะจุด อาจเปรียบเทียบกับยี่ห้ออื่นร่วมด้วย เพื่อเลือกให้เหมาะกับงบและผลลัพธ์ที่ต้องการ
ฉีดโบท็อกกับแพทย์ที่มีประสบการณ์จะช่วยแนะนำยี่ห้อ ปริมาณโบท็อกที่เหมาะสมกับปัญหาของแต่ละเคสได้อย่างเหมาะสมและรักษาได้ตรงจุดครับ

Dysport botox ทำงานอย่างไร ?
Dysport botox เป็นโบทูลินัมท็อกซินชนิดเอ ออกฤทธิ์โดยยับยั้งการปล่อยสารสื่อประสาทที่ชื่อว่า “อะเซทิลโคลีน” บริเวณรอยต่อระหว่างเส้นประสาทกับกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดหดตัวลดลงครับ
เมื่อกล้ามเนื้อขยับน้อยลง ริ้วรอยจากการแสดงสีหน้าจะค่อย ๆ ดูตื้นขึ้น หากฉีดบริเวณกราม น่อง หรือต้นแขน กล้ามเนื้อจะค่อย ๆ ลดการทำงานและดูเล็กลงตามระยะเวลา ส่วนการฉีดลดเหงื่อจะช่วยลดการทำงานของต่อมเหงื่อในบริเวณที่ฉีดครับ

Dysport botox เหมาะกับใคร ?
โบท็อกซ์อังกฤษ Dysport เหมาะกับคนไข้ที่ต้องการผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ไม่อยากให้หน้าดูตึงแข็ง และต้องการฉีดในบริเวณที่ค่อนข้างกว้าง เช่น
- คนที่มีกรามใหญ่จากกล้ามเนื้อ ต้องการปรับหน้าเรียว
- คนที่ต้องการลิฟกรอบหน้าแบบไม่ผ่าตัด
- คนที่มีริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า เช่น หน้าผาก หางตา ระหว่างคิ้ว
- คนที่มีเหงื่อออกมากบริเวณรักแร้
- คนที่มีกล้ามเนื้อน่องหรือต้นแขนชัด
- คนที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ หน้าไม่แข็ง
รีวิวผลลัพธ์โบท็อกซ์ Dysport หลังฉีดเป็นอย่างไร ?






ผลลัพธ์หลังฉีด Dysport จะขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฉีด เช่น
- ฉีดลดริ้วรอย – ริ้วรอยเวลายิ้ม ขมวดคิ้ว หรือเลิกหน้าผากดูตื้นขึ้น
- ฉีดลดกราม – กรามค่อย ๆ เล็กลง หน้าเรียวขึ้น
- ฉีดลิฟกรอบหน้า – กรอบหน้าดูยกและคมขึ้นเล็กน้อย
- ฉีดลดเหงื่อ – เหงื่อลดลงในบริเวณที่ฉีด
- ฉีดน่องหรือต้นแขน – กล้ามเนื้อค่อย ๆ คลายและดูเล็กลง
อ่านบทความเพิ่มเติม : ฉีดโบท็อกกี่วันเห็นผล ? แต่ละจุดเห็นผลช้า-เร็วต่างกันไหม ?
รีวิวก่อนตัดสินใจฉีดโบท็อกซ์ Dysport ควรดูอะไร ?
รีวิวเป็นข้อมูลช่วยประกอบการตัดสินใจ แต่ไม่ควรดูเฉพาะภาพก่อน-หลังอย่างเดียวครับ หากกำลังพิจารณาว่าฉีดโบท็อก ที่ไหนดี หมอแนะนำให้ดูรายละเอียดร่วมกันหลายด้าน เช่น แหล่งรีวิว ความต่อเนื่องของผลลัพธ์ ความเป็นธรรมชาติ และมาตรฐานของคลินิก
ก่อนเลือกฉีด Dysport มีเช็กลิสต์ที่ควรตรวจสอบ ดังนี้
- รีวิวจากผู้ใช้บริการจริงในหลายแหล่ง
- ภาพก่อน-หลังที่ถ่ายในมุมและแสงใกล้เคียงกัน
- แพทย์เป็นผู้ประเมินและฉีดเอง
- คลินิกมีใบอนุญาตถูกต้อง
- ใช้ Dysport ของแท้ ตรวจสอบกล่องยาและเลขล็อตได้
- มีการติดตามผลหลังฉีดและให้คำแนะนำชัดเจน
ผลข้างเคียงหลังฉีดโบท็อก Dysport มีอะไรบ้าง ?
ผลข้างเคียงหลังฉีด Dysport ที่พบได้ เช่น รอยแดง รอยเข็ม บวมช้ำเล็กน้อย หรือรู้สึกตึงบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักเป็นอาการชั่วคราวและค่อย ๆ ดีขึ้นได้เองครับ
ในบางเคสอาจพบอาการจากการกระจายตัวของยา เช่น คิ้วตก หนังตาตก ยิ้มไม่เท่ากัน หรือหน้าแข็งเกินไป หากใช้ปริมาณยาไม่เหมาะสมหรือฉีดผิดตำแหน่ง จึงควรฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ ใช้ยาแท้ และตรวจสอบกล่องยา เลขล็อต วันหมดอายุทุกครั้งก่อนทำครับ
หากมีอาการผิดปกติ เช่น กลืนลำบาก หายใจลำบาก อ่อนแรงมากผิดปกติ หรืออาการลุกลาม ควรรีบพบแพทย์ทันทีครับ
ดูแลหลังฉีด Botox Dysport อย่างไรให้ผลลัพธ์อยู่ได้นาน
การดูแลหลังฉีดมีผลต่อการกระจายตัวของยาและระยะเวลาอยู่ได้นานของผลลัพธ์ครับ หมอแนะนำให้ทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ดังนี้
หลังฉีด 3-4 ชั่วโมงแรก
- ไม่นอนราบ
- ไม่ก้มหน้าเป็นเวลานาน
- ขยับกล้ามเนื้อเบา ๆ ตามคำแนะนำแพทย์ในบางตำแหน่ง
ภายใน 24-48 ชั่วโมงแรก
- หลีกเลี่ยงการกด นวด คลึง บริเวณที่ฉีด
- งดออกกำลังกายหนัก
- งดแอลกอฮอล์
- หลีกเลี่ยงความร้อนจัด เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ
ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
- หลีกเลี่ยงหัตถการที่ใช้ความร้อนสูงบริเวณเดียวกับที่ฉีด หากแพทย์ยังไม่แนะนำ
- สังเกตผลลัพธ์และอาการผิดปกติ
- มาติดตามผลตามนัด หากแพทย์นัดประเมินเพิ่มเติม
หมออธิบายเกี่ยวกับวิธีดูแลตัวเอง สามารถดูเพิ่มเติมได้ในคลิปด้านล่างครับ
FAQ
Dysport 300 U ราคาเท่าไหร่ ?
Dysport botox 300 U ราคาอยู่ที่ 15,900.- เหมาะกับการฉีดลดกราม ลิฟกรอบหน้า ลดริ้วรอยทั่วหน้า หรือบางเคสที่ต้องการลดเหงื่อครับ ราคาจริงอาจเปลี่ยนแปลงตามโปรโมชัน ควรเช็กกับคลินิกก่อนเข้ารับบริการ
Dysport 500 U ราคาเท่าไหร่ ?
Dysport botox 500 U ราคาอยู่ที่ 26,000.- เหมาะกับบริเวณที่ใช้ปริมาณยามากหรือพื้นที่กว้าง เช่น ลดเหงื่อ ต้นแขน และน่องครับ แพทย์จะประเมินก่อนว่าจำเป็นต้องใช้ 500 U หรือไม่ เพื่อให้เหมาะกับปัญหาและงบประมาณของคนไข้ครับ
Dysport 300 U ฉีดจุดไหนได้บ้าง ?
Dysport botox 300 U มักใช้ได้กับการลดกราม ปรับหน้าเรียว ลดริ้วรอยทั่วหน้า ลิฟกรอบหน้าเทคนิค Dermolift และลดเหงื่อบางเคสครับ แต่ปริมาณยาที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับกล้ามเนื้อของแต่ละคน แนะนำให้แพทย์ประเมินก่อนฉีดครับ
Dysport 500 U ฉีดจุดไหนได้บ้าง ?
Dysport botox 500 U เหมาะกับบริเวณที่ใช้พื้นที่กว้างหรือกล้ามเนื้อมัดใหญ่ เช่น ต้นแขน น่อง และลดเหงื่อรักแร้ในบางเคสครับ คนไข้ที่ต้องการฉีดหลายจุดในครั้งเดียว อาจเหมาะกับขนาด 500 U มากกว่า 300 U แต่ต้องประเมินเป็นรายบุคคลครับ
Dysport ราคาแพงกว่าโบท็อกเกาหลีไหม ?
โดยทั่วไป Dysport botox จะมีราคาสูงกว่าโบท็อกเกาหลี แต่มีจุดเด่นเรื่องการกระจายตัวดี เหมาะกับงานลิฟหน้าและการฉีดในบริเวณที่กว้างครับ ถ้าคนไข้ต้องการคุมงบ อาจพิจารณาโบท็อกเกาหลีได้ แต่ถ้าเน้นผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ และฉีดหลายจุด Dysport ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจครับ
สรุป Dysport botox ราคาคุ้มไหม และผลลัพธ์ที่ได้
Dysport botox ราคาถือว่าคุ้มสำหรับคนไข้ที่ต้องการฉีดในบริเวณกว้าง หรือต้องการผลลัพธ์แบบธรรมชาติ ไม่ตึงแข็งเกินไปครับ โดยเฉพาะงานลดกราม ลิฟกรอบหน้า ลดริ้วรอย ลดเหงื่อ ต้นแขน และน่อง
สำหรับคนไข้ที่ยังไม่แน่ใจว่า Dysport 300 U หรือ 500 U เหมาะกับปัญหาของตัวเองมากกว่า หมอแนะนำให้เข้ามาประเมินกับแพทย์ที่ V Square Clinic ก่อนครับ แพทย์จะช่วยวิเคราะห์ตำแหน่งที่ควรฉีด ปริมาณยาที่เหมาะสม และวางแผนให้สอดคล้องกับงบประมาณ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและคุ้มค่ากับราคามากที่สุดครับ












