
รู้จักโบท็อกซ์ Hugel เกาหลี
อยากลดริ้วรอย ปรับหน้าเรียว แต่ยังเลือกยี่ห้อโบท็อกไม่ได้ ? โบท็อกซ์ Hugel เป็นอีกตัวเลือกจากเกาหลีใต้ที่น่าสนใจสำหรับคนที่มองหาราคาจับต้องได้ครับ หลายคนจึงอยากรู้ว่า Hugel มีจุดเด่นอะไร ต่างจากโบท็อกยี่ห้ออื่นอย่างไร และเหมาะกับปัญหาของตัวเองหรือไม่
บทความนี้หมอจะพาไปรู้จักโบท็อกซ์ Hugel ตั้งแต่หลักการทำงาน ตำแหน่งที่ฉีดได้ การเปรียบเทียบกับยี่ห้ออื่น ไปจนถึงราคาและข้อควรรู้ก่อนฉีด เพื่อให้คนไข้มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจและวางแผนร่วมกับหมอได้อย่างเหมาะสมครับ
คลิกอ่านหัวข้อ
โบท็อกซ์ Hugel คืออะไร ?
โบท็อกซ์ Hugel คือยี่ห้อโบท็อกเกาหลีโบทูลินัมท็อกซินชนิดเอ (Botulinum Toxin Type A) จากประเทศเกาหลีใต้ ผลิตโดยบริษัท HUGEL, INC. และนำเข้าในประเทศไทยโดยบริษัท บอน-ซอง จำกัด ปัจจุบันมีการขึ้นทะเบียนตำรับยากับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของประเทศไทย โดยมี 2 ขนาด ได้แก่ 50 Units และ 200 Units ครับ

โบท็อกซ์ Hugel มีหลักการทำงานอย่างไร ?
โบท็อกซ์ Hugel ออกฤทธิ์โดยยับยั้งการหลั่งสารสื่อประสาทอะเซทิลโคลีน (Acetylcholine) บริเวณรอยต่อระหว่างเส้นประสาทกับกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อหดเกร็งลดลงชั่วคราว เมื่อกล้ามเนื้อขยับน้อยลง ริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้า เช่น รอยหน้าผาก ขมวดคิ้ว และรอยหางตาจึงดูเรียบขึ้น
ส่วนการฉีดบริเวณกล้ามเนื้อกราม จะช่วยลดแรงหดเกร็งของกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อค่อย ๆ มีขนาดเล็กลงและใบหน้าดูเรียวขึ้น ทั้งนี้ โบท็อกจะออกฤทธิ์กับกล้ามเนื้อเป็นหลัก จึงไม่สามารถแก้ปัญหากรามใหญ่จากกระดูก ไขมันสะสม หรือร่องลึกที่เกิดจากการยุบตัวของผิวได้โดยตรงครับ

โบท็อกซ์ Hugel ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ?
โบท็อกซ์ Hugel ช่วยลดริ้วรอยและปรับรูปหน้าโดยลดการทำงานของกล้ามเนื้อชั่วคราว รวมถึงอาจใช้ลดเหงื่อออกมากในบางราย โดยหมอจะประเมินความเหมาะสมตามปัญหาของคนไข้ครับ
- ลดริ้วรอยบนใบหน้า : เช่น รอยย่นหน้าผาก รอยขมวดคิ้ว และรอยตีนกา
- ลดกราม ปรับหน้าเรียว : ช่วยให้กล้ามเนื้อกรามค่อย ๆ มีขนาดเล็กลง เหมาะกับคนที่กรามใหญ่จากกล้ามเนื้อ
- ลดเหงื่อบริเวณรักแร้ : ช่วยลดการกระตุ้นต่อมเหงื่อ ทำให้ปริมาณเหงื่อและความเปียกชื้นลดลงชั่วคราว
- ลดกล้ามเนื้อน่อง : ช่วยให้น่องดูเล็กลงในคนที่น่องใหญ่จากกล้ามเนื้อ โดยไม่ได้ลดไขมันบริเวณน่อง
โบท็อกซ์ Hugel ฉีดตำแหน่งไหนได้บ้าง ?
ในการใช้ด้านความงาม หมออาจพิจารณาฉีดโบท็อกซ์ Hugel เพื่อลดริ้วรอยและปรับรูปหน้าในตำแหน่งต่อไปนี้ โดยประเมินจากปัญหาและการทำงานของกล้ามเนื้อคนไข้ครับ
- ฉีดโบท็อกหน้าผาก ใช้ประมาณ 30 ยูนิต
- ฉีดโบท็อกหางตา ใช้ประมาณ 15-25 ยูนิต
- ฉีดโบท็อกหว่างคิ้ว ใช้ประมาณ 15-25 ยูนิต
- โบท็อกยกคิ้ว ใช้ประมาณ 25 ยูนิต
- ฉีดโบท็อกปีกจมูก ใช้ประมาณ 25 ยูนิต
- โบท็อกรัดแกนจมูก ใช้ประมาณ 25 ยูนิต
- ฉีดโบท็อกลดกล้ามเนื้อกราม หน้าเรียว ใช้ประมาณ 50-100 ยูนิต
- ฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้า ใช้ประมาณ 30-50 ยูนิต
- ฉีดโบท็อกยกมุมปาก ใช้ประมาณ 10-20 ยูนิต
- ฉีดโบท็อกรักแร้ ใช้ประมาณ 50-100 ยูนิต/ข้าง
- โบท็อกลดโหนกแก้ม ใช้ประมาณ 25 ยูนิต
- โบท็อกลดเหงื่อ ใช้ประมาณ 50-100 ยูนิต

เปรียบเทียบโบท็อกซ์ Hugel ต่างจาก Botox ยี่ห้ออื่นอย่างไร ?
นอกจากโบท็อกซ์ Hugel แล้ว ยังมีอีกหลายยี่ห้อครับที่คลินิกในไทยนิยมใช้ โดยแต่ละยี่ห้อมีจุดเด่นต่างกัน ทั้งประเทศผู้ผลิต การกระจายตัวยา ระยะเวลาอยู่ได้นาน และความเหมาะสมกับตำแหน่งที่ฉีด หมอจะมาสรุปความแตกต่างของโบท็อกแต่ละยี่ห้อ ดังนี้ครับ
| ยี่ห้อ | จุดเด่น | เหมาะกับ | ระยะเวลาเห็นผล |
|---|---|---|---|
| Hugel (เกาหลี) | ยากระจายตัวแคบ ออกฤทธิ์ไว มีความบริสุทธิ์สูง | เหมาะกับลดริ้วรอยและกรามใหญ่จากกล้ามเนื้อ | 5-6 เดือน |
| Allergan (อเมริกา) | โบท็อกแบรนด์ต้นแบบ ยากระจายตัวแคบ ออกฤทธิ์แม่นยำ โอกาสดื้อโบท็อกน้อย | เหมาะกับงานที่ต้องการความแม่นยำ เช่น ลดริ้วรอยและปรับกรอบหน้า | 5-6 เดือน |
| Dysport (อังกฤษ) | ตัวยากระจายตัวกว้าง ออกฤทธิ์เร็ว ให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ | เหมาะกับผู้ที่ต้องการฉีดบริเวณกว้าง เช่น ลดน่อง ลดเหงื่อ หรือลดกล้ามเนื้อมัดใหญ่ | 5-6 เดือน |
| Xeomin (เยอรมัน) | มีความบริสุทธิ์สูง ช่วยลดโอกาสดื้อยาได้ดี | เหมาะกับผู้ที่กังวลเรื่องดื้อโบท็อก หรือเคยฉีดโบท็อกต่อเนื่องมานาน | 5-6 เดือน |
| Nabota (เกาหลี) | ตัวยามีความบริสุทธิ์สูง ออกฤทธิ์ค่อนข้างเร็ว เห็นผลไว | เหมาะกับผู้ที่ต้องการเห็นผลไว ลดกราม ลดริ้วรอย หรือปรับรูปหน้าในงบที่เข้าถึงง่าย | 5-6 เดือน |
| Aestox (เกาหลี) | ยากระจายตัวปานกลาง หน้าไม่แข็ง ดูเป็นธรรมชาติ | เหมาะกับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ไม่แข็งเกินไป และต้องการตัวเลือกที่ราคาสบายขึ้น | 5-6 เดือน |
| Neuronox (เกาหลี) | ราคาย่อมเยา กระจายตัวยาปานกลาง | เหมาะกับผู้ที่ต้องการเห็นผลเร็วในงบประหยัด | 5-6 เดือน |
| inBo (เกาหลี) | ตัวยามีความบริสุทธิ์สูง ออกฤทธิ์แม่นยำ เห็นผลไว | เหมาะกับผู้ที่ต้องการโบท็อกที่ออกฤทธิ์แม่นยำ เห็นผลไว ใช้กับงานลดริ้วรอย ลดกราม และลิฟต์กรอบหน้า | 5-6 เดือน |
| BIENOX (เกาหลี) | ตัวยามีความเสถียร ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ เห็นผลไว ออกฤทธิ์แม่นยำ | เหมาะกับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ธรรมชาติ หน้าไม่แข็ง ต้องการเห็นผลไวครับ | 5-6 เดือน |
สรุปเลือกโบท็อกยี่ห้อไหนดี ?
- ต้องการผลลัพธ์แม่นยำ มีข้อมูลวิจัยยาวนาน งานละเอียด เหมาะกับ Allergan
- ต้องการให้ยากระจายครอบคลุมพื้นที่กว้าง กล้ามเนื้อมัดใหญ่ เหมาะกับ Dysport
- เคยฉีดโบท็อกมานาน หรือกังวลเรื่องดื้อยา เหมาะกับ Xeomin
- ต้องการความคุ้มค่า ราคาจับต้องได้ เห็นผลไว เหมาะกับ Nabota / Aestox / Neuronox / inBo / BIENOX
หากไม่แน่ใจว่าโบท็อกยี่ห้อไหนเหมาะกับตัวเอง ควรให้แพทย์ประเมินจากปัญหาจริง ตำแหน่งที่ต้องการฉีด ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ประวัติการฉีดเดิม และงบประมาณ เพื่อวางแผนให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและปลอดภัยครับ

ทำความรู้จักโบท็อกซ์ แต่ละยี่ห้อ คลิก!
ก่อนฉีดโบท็อกซ์ Hugel ต้องเตรียมตัวอย่างไร ?
ก่อนฉีดโบท็อกซ์ Hugel ควรแจ้งประวัติสุขภาพ ยาที่ใช้ และประวัติการฉีดครั้งก่อนให้หมอทราบ เพื่อประเมินความเหมาะสม พร้อมเตรียมตัวดังนี้ครับ
- แจ้งโรคประจำตัวและประวัติแพ้ยา : โดยเฉพาะโรคกล้ามเนื้อหรือระบบประสาท ปัญหาการกลืนหรือหายใจ รวมถึงผลข้างเคียงที่เคยเกิดจากการฉีดโบท็อก
- แจ้งยาและอาหารเสริมที่ใช้อยู่ : เช่น แอสไพริน ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาปฏิชีวนะ และยาคลายกล้ามเนื้อ เพื่อให้หมอประเมินความเสี่ยง โดยไม่หยุดยาประจำเอง
- เตรียมข้อมูลการฉีดโบท็อกครั้งก่อน : แจ้งยี่ห้อ วันที่ฉีด ตำแหน่ง และจำนวนยูนิตหากทราบ เพื่อช่วยวางแผนปริมาณยาและเว้นระยะฉีดอย่างเหมาะสม
- งดแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนฉีด : เพื่อลดโอกาสเกิดรอยแดงและรอยช้ำบริเวณที่ฉีด
- ตรวจสภาพผิวบริเวณที่จะฉีด : หากมีแผล ผิวอักเสบ หรือติดเชื้อ ควรแจ้งหมอก่อน โดยต้องเลื่อนการฉีดบริเวณที่มีการติดเชื้อจนกว่าจะหาย
- แจ้งหากตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร : ควรเลื่อนการฉีดเพื่อความงามและปรึกษาหมอ เนื่องจากข้อมูลความปลอดภัยยังมีจำกัด

ผลข้างเคียงหลังฉีดโบท็อกซ์ Hugel มีอะไรบ้าง ?
หลังฉีดโบท็อกซ์ Hugel อาจมีอาการบวม แดง เจ็บ หรือช้ำบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักเป็นอาการชั่วคราว ส่วนผลข้างเคียงอื่นจะขึ้นอยู่กับตำแหน่งฉีด ปริมาณยา และการตอบสนองของคนไข้ครับ
- บวม แดง หรือเจ็บบริเวณรอยเข็ม : มักเป็นอาการเล็กน้อยและค่อย ๆ ดีขึ้น หากบวมแดงหรือปวดมากขึ้น ควรติดต่อหมอเพื่อประเมิน
- รอยช้ำบริเวณที่ฉีด : อาจเกิดจากเข็มกระทบเส้นเลือดฝอย โดยรอยช้ำจะค่อย ๆ จางลง ระยะเวลาฟื้นตัวแตกต่างกันในแต่ละคน
- ปวดศีรษะ : อาจพบหลังฉีดได้ หากปวดมาก ปวดต่อเนื่อง หรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย ควรแจ้งหมอ
- หนังตาตก คิ้วตก หรือตาแห้ง : เป็นผลข้างเคียงที่อาจเกิดหลังฉีดบริเวณใบหน้าส่วนบน ควรติดต่อหมอผู้ฉีดเพื่อประเมินและรับคำแนะนำในการดูแล
อาการที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที : หากมีอาการกลืนลำบาก พูดไม่ชัด หายใจลำบาก หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงทั่วตัวหลังฉีด ให้รีบไปพบแพทย์ทันที เพราะอาจเกี่ยวข้องกับการกระจายฤทธิ์ของโบทูลินัมท็อกซิน โดยอาการอาจเกิดได้ตั้งแต่หลายชั่วโมงจนถึงหลายสัปดาห์หลังฉีดครับ
วิธีดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกซ์ Hugel
วิธีดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกซ์ Hugel ควรหลีกเลี่ยงการกดนวดบริเวณที่ฉีด และดูแลตัวเองตามคำแนะนำของหมอ เพื่อลดโอกาสบวมช้ำ โดยมีข้อควรปฏิบัติดังนี้ครับ
- งดกด นวด หรือถูบริเวณที่ฉีด 24 ชั่วโมง : สามารถล้างหน้าได้อย่างเบามือ แต่ควรเว้นการนวดหน้า กัวซา และขัดผิวบริเวณที่เพิ่งฉีด
- เว้นการนอนราบประมาณ 3-4 ชั่วโมง : หลังฉีดบริเวณใบหน้า ควรอยู่ในท่าศีรษะตั้งตรง และหลีกเลี่ยงการนอนกดทับจุดฉีด
- ขยับใบหน้าได้ตามปกติ : สามารถพูด ยิ้ม หรือแสดงสีหน้าได้ หากหมอแนะนำให้ขยับกล้ามเนื้อเฉพาะตำแหน่ง ให้ทำตามคำแนะนำโดยไม่กดนวดร่วมด้วย
- หลีกเลี่ยงความร้อนจัดและออกกำลังกายหนัก : เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ แช่น้ำร้อน วิ่ง หรือยกเวท ในช่วง 24 ชั่วโมงแรก หรือนานกว่านั้นตามคำแนะนำของหมอ
- งดแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมง : เพื่อลดปัจจัยที่อาจทำให้บวมแดงหรือช้ำมากขึ้นหลังฉีด
- รับประทานอาหารได้ตามปกติ : เน้นอาหารครบหมู่ โดยยังไม่มีหลักฐานเพียงพอให้แนะนำการเสริมสังกะสีเป็นกิจวัตรเพื่อให้โบท็อกอยู่ได้นานขึ้น

ฉีดโบท็อกซ์ Hugel กี่วันเห็นผล ?
ผลลัพธ์หลังฉีดโบท็อกซ์ Hugel อาจเริ่มสังเกตการเปลี่ยนแปลงได้ภายในสัปดาห์แรก ส่วนการลดกรามจะใช้เวลาหลายสัปดาห์ เพราะต้องรอให้กล้ามเนื้อค่อย ๆ มีขนาดเล็กลงครับ โดยแบ่งตามจุดประสงค์ที่ฉีดได้ดังนี้
- ลดริ้วรอย : ผลจะค่อย ๆ ชัดขึ้นในช่วง 2-4 สัปดาห์
- ลดกราม ปรับหน้าเรียว : อาจเริ่มสังเกตว่ากรามเล็กลงประมาณ 4 สัปดาห์ และเห็นการเปลี่ยนแปลงมากขึ้นในช่วง 8-12 สัปดาห์
ทั้งนี้ ระยะเวลาเห็นผลแตกต่างกันในแต่ละคน หมอจะนัดติดตามตามตำแหน่งและปัญหาที่รักษา เพื่อประเมินผลลัพธ์ครับ
ฉีดโบท็อกซ์ Hugel ราคาเท่าไหร่ ?
ฉีดโบท็อกซ์ Hugel ราคาประมาณ 7,000-9,000.- /100 ยูนิต ขึ้นอยู่กับจำนวนยูนิต ตำแหน่งที่ฉีด และโปรโมชันของแต่ละคลินิกครับ
โบท็อกราคาโปรโมชันสุดพิเศษ ที่ V Square Clinic

คลิก Banner เพื่อเช็กโบท็อกราคาโปรโมชั่นสุดคุ้ม !
FAQ
โบท็อกซ์ Hugel ดีไหม ?
โบท็อกซ์ Hugel เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่ต้องการลดริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า หรือลดกรามที่ใหญ่จากกล้ามเนื้อ และมองหาโบท็อกเกาหลีที่ราคาเข้าถึงง่ายครับ โดยควรให้หมอประเมินปัญหาและเลือกปริมาณยาให้เหมาะสมกับแต่ละคน เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ
โบท็อกซ์ Hugel อันตรายไหม ?
โบท็อกซ์ Hugel มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงได้ เช่น รอยช้ำ ปวดศีรษะ หรือหนังตาตกครับ การใช้ยาแท้และฉีดโดยแพทย์ที่ประเมินตำแหน่งและปริมาณยาอย่างเหมาะสมช่วยลดความเสี่ยงได้ หากหลังฉีดมีอาการกลืนลำบาก พูดไม่ชัด หรือหายใจลำบาก ควรไปโรงพยาบาลทันทีครับ
โบท็อกซ์ Hugel ของแท้ ซื้อที่ไหน ?
สำหรับคนไข้ หมอแนะนำให้รับบริการผ่านคลินิกที่ได้รับอนุญาตและตรวจสอบแหล่งที่มาของยาได้ครับ โดยข้อมูลทะเบียน HUGELTOXIN ในไทยระบุ บริษัท บอน-ซอง จำกัด เป็นผู้รับอนุญาตนำเข้า ก่อนฉีดควรขอดูกล่องและขวดยา ตรวจสอบเลขล็อต วันหมดอายุ และสอบถามแหล่งจัดซื้อกับคลินิก เนื่องจากเป็นยาควบคุมพิเศษ จึงไม่ควรซื้อมาฉีดเอง
สรุป โบท็อกซ์ Hugel ทางเลือกลดริ้วรอยและปรับหน้าเรียว
โบท็อกซ์ Hugel เป็นโบท็อกเกาหลีที่ใช้ลดริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า และช่วยปรับหน้าเรียวในคนที่มีกรามใหญ่จากกล้ามเนื้อ เป็นอีกตัวเลือกสำหรับคนที่มองหาราคาที่เข้าถึงง่ายครับ ก่อนฉีดควรเลือกคลินิกที่ได้รับอนุญาต ใช้ยาแท้ที่ตรวจสอบแหล่งที่มาได้ และให้หมอประเมินตำแหน่งกับปริมาณยาให้เหมาะสมกับแต่ละคน
หากยังไม่แน่ใจว่าโบท็อกซ์ Hugel เหมาะกับตัวเองหรือไม่ สามารถปรึกษาทีมแพทย์ V Square Clinic เพื่อประเมินปัญหา เปรียบเทียบยี่ห้อ และวางแผนการรักษาให้ตรงกับความต้องการและงบประมาณได้ครับ













