Coolsculpting ผลข้างเคียงหลังทำ มีอะไรบ้าง ? แก้ไขได้ไหม ? ป้องกันอย่างไรได้บ้าง ?

Categories
Coolsculpting
Coolsculpting ผลข้างเคียง

รู้ก่อนทำ Coolsculpting ผลข้างเคียง มีอะไรบ้าง ?

Coolsculpting ผลข้างเคียงหลังทำ เป็นสิ่งที่หลายคนกังวล ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ครับ เพราะเป็นการกำจัดไขมันด้วยความเย็น แม้จะเป็นวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น แต่ก็อาจมีผลข้างเคียงที่ควรรู้ และต้องเตรียมตัวให้พร้อม

ในบทความนี้หมอจะพาไปดูกันครับว่า Coolsculpting ผลข้างเคียง มีไหม ? อันตรายไหม ? มีวิธีการแก้ไขไหม หากเกิดผลข้างเคียงจากการทำ Coolsculpting ? ผลข้างเคียงหลังทำ Coolsculpting ป้องกันได้อย่างไรบ้าง ?

พร้อมบอกข้อควรทราบ – ข้อควรปฏิบัติ – ข้อห้ามก่อน/หลัง Coolsculpting และ เลือกทำ Coolsculpting ที่ไหนดี ? ติดตามอ่านได้ครับ

สารบัญ Coolsculpting ผลข้างเคียง


Coolsculpting มีผลข้างเคียงไหม ?

Coolsculpting ผลข้างเคียงหลังทำน้อยมากครับ ที่พบส่วนใหญ่เป็นอาการที่เกิดขึ้นได้ปกติ และสามารถหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์ เช่น

ผลข้างเคียงทั่วไปที่อาจเกิดขึ้น

  • บริเวณที่ทำอาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อย ซึ่งมักหายได้เอง
  • อาการปวดระบมในช่วง 7-10 วันหลังทำ คล้ายกับการปวดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย
  • ผิวเขียวช้ำ ที่เกิดจากแรงดูดของเครื่องระหว่างการทำ Coolsculpting รอยช้ำจะค่อย ๆ จางไปเอง
  • ในช่วง 1-2 อาทิตย์แรกจะมีอาการบวมในจุดที่ทำ และจะมีอาการชาและคันเล็กน้อยในช่วง 1 เดือนแรก

ผลข้างเคียงที่อาจต้องระวัง

  • อาการชาที่คงอยู่นานเกิน 2 สัปดาห์
  • ปวดรุนแรงผิดปกติ
  • ผิวหนังเปลี่ยนสีอย่างชัดเจน
  • บวมมากผิดปกติ

หากพบอาการเหล่านี้ ควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้ทำการรักษาโดยทันที เพื่อรับคำแนะนำและการดูแลที่เหมาะสมครับ

ทำ Coolsculpting อันตรายไหม ?

ทำ Coolsculpting อันตรายไหม

การทำ Coolsculpting ไม่อันตรายครับ ได้รับการรับรองจาก FDA ว่ามีความปลอดภัยสูง มีงานวิจัยทางการแพทย์มากกว่า 50 งานวิจัย ที่ยืนยันผลการรักษาว่า CoolSculpting สามารถลดจำนวนเซลล์ไขมันในชั้นผิวหนังบริเวณที่ทำได้ โดยสามารถลดลงได้ 20-30% ต่อการทำ 1 ครั้ง

ข้อดีของ Coolsculpting คือ เป็นเทคโนโลยีสลายไขมันด้วยความเย็น ที่ไม่ทำอันตรายต่อผิวหนังชั้นนอก จะแช่แข็งเฉพาะเซลล์ในชั้นไขมันเท่านั้น

จากการใช้งานในหลาย ๆ เคสที่ผ่านมา ยังไม่เคยเกิดกรณีเคสผิวไหม้จากความเย็นเลยครับ เพราะตัวเครื่องมีระบบ Freeze detect ที่จะหยุดทำงานทันทีหากตรวจเจอความเย็นในผิวชั้นบนที่มากเกินไป

Coolsculpting ผลข้างเคียงจากเครื่องปลอม

ที่ต้องกังวลจริง ๆ คือ ความเสี่ยงของการทำ Coolsculpting จากการใช้เครื่องเลียนแบบเกรดต่ำยี่ห้ออื่น ๆ หรือการทำในคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐานมากกว่าครับ เพราะอาจส่งผลให้เกิดผลข้างเคียง Coolsculpting ที่เป็นอันตราย เช่น

  • ผิวไหม้จากความเย็น (Freeze Burn) ซึ่งอาจทิ้งรอยแผลเป็นถาวร
  • ผลลัพธ์ไม่สม่ำเสมอ ทำให้ผิวขรุขระ ไม่เรียบเนียน
  • เกิดพังผืดใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวไม่เรียบ
  • สัดส่วนผิดรูป ไม่สมมาตร ซึ่งแก้ไขได้ยาก

ดังนั้นหมอแนะนำว่าก่อนทำคนไข้ต้องพิจารณาดี ๆ ครับ เพราะหลายคลินิกโฆษณาว่าเป็นเครื่องแท้ แต่จริง ๆ แล้วเป็นเครื่องเลียนแบบที่ไม่สามารถส่งผ่านความเย็นได้ตรงจุด ไปไม่ถึงจุดที่เป็นไขมันส่วนเกินที่ต้องการจะกำจัดออก และผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายก็เกิดจากการใช้ที่ไม่ได้เครื่องมาตรฐานเหล่านี้ได้

ข้อควรระวัง – ข้อควรทราบก่อนทำ Coolsculpting

เพื่อให้การทำ Coolsculpting ผลข้างเคียงมีน้อยที่สุด ปลอดภัย และได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ คนไข้ควรพิจารณาข้อควรระวัง – ข้อควรทราบก่อนทำ Coolsculpting ดังนี้ครับ

ตรวจสอบเครื่องที่ใช้ว่ามีมาตรฐานหรือไม่ ?

  • เครื่อง Coolsculpting ที่ผ่านการรับรองจาก U.S. FDA และ อย.ไทย เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
  • หลีกเลี่ยงคลินิกที่ใช้เครื่องเลียนแบบหรือไม่ได้มาตรฐาน เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียง เช่น ผิวไหม้จากความเย็น
  • อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาว่าเครื่องคล้ายกันหรือให้ผลเหมือนกัน เพราะอาจเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายได้

แพทย์ที่ทำหัตถการ

  • แพทย์ผู้ทำต้องผ่านการอบรมการใช้เครื่อง Coolsculpting โดยเฉพาะ
  • ควรมี Specialist ที่มีประสบการณ์คอยดูแลตลอดเวลา
  • คลินิกควรมีทีมแพทย์พร้อมรับมือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

การเตรียมตัวก่อนทำ Coolsculpting

  • ตรวจร่างกายและประเมินความเหมาะสมกับแพทย์
  • แจ้งประวัติการแพ้และโรคประจำตัวให้ครบถ้วน
  • งดยาต้านการอักเสบและยาละลายลิ่มเลือด อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • ตรวจสอบว่ามีไขมันในบริเวณที่จะทำเพียงพอ เพราะถ้าน้อยเกินไปอาจได้ผลลัพธ์ไม่ดี

ความคาดหวังของผลลัพธ์ที่ได้

  • Coolsculpting ไม่ได้ช่วยลดน้ำหนัก แต่ช่วยลดไขมันเฉพาะจุดและปรับสัดส่วน
  • จะเริ่มเห็นว่าสัดส่วนเล็กลง กระชับขึ้น โดยจะใช้เวลา 3 เดือน ถึงจะเห็นผลลัพธ์เต็มที่ครับ

ความเหมาะสมในการทำ Coolsculpting

  • ถ้ามีปริมาณไขมันมากเกินไป หรืออ้วนมาก ๆ จะไม่เหมาะกับการทำ Coolsculpting ครับ เพราะทำแล้วอาจเห็นผลไม่ชัดเจน หรือทำ Coolsculpting ไม่ได้ผลตามที่คาดหวัง
  • เหมาะกับคนที่มีปัญหาไขมันส่วนเกินระดับปานกลาง (BMI < 35) ตามจุดต่าง ๆ ของร่างกาย
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเกี่ยวกับความเย็น (Cold Agglutinin Disease) หรือการไหลเวียนเลือดผิดปกติ ควรหลีกเลี่ยง

เมื่อเกิดผลข้างเคียงหลังทำ Coolsculpting สามารถแก้ไขอย่างไรได้บ้าง ?

แม้ว่าการทำ Coolsculpting จะมีความปลอดภัยสูง แต่ในบางกรณี Coolsculpting ผลข้างเคียงก็อาจพบได้ครับ ซึ่งคนไข้สามารถแก้ไขตามข้อแนะนำของหมอดังนี้

อาการบวม แดง หรือช้ำ

  • สาเหตุ เกิดจากแรงดูดของเครื่องและกระบวนการทำลายเซลล์ไขมัน
  • วิธีแก้ไข
  • ใช้การประคบเย็นในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรกเพื่อลดอาการบวมและแดง
  • หลีกเลี่ยงการนวดหรือกดแรง ๆ บริเวณที่ทำ
  • อาการเหล่านี้มักหายเองภายใน 1-2 สัปดาห์

อาการปวดหรือระบม

  • สาเหตุ เกิดจากการแช่แข็งเซลล์ไขมันและการกระตุ้นระบบประสาท
  • วิธีแก้ไข
  • รับประทานยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอล หรือยาแก้ปวดที่แพทย์แนะนำ
  • หากอาการปวดไม่ลดลงหรือรุนแรงขึ้น ควรปรึกษาแพทย์

อาการชา

  • สาเหตุ เกิดจากผลของความเย็นที่ส่งผลต่อระบบประสาทชั่วคราว
  • วิธีแก้ไข
  • อาการชามักหายเองใน 1-2 สัปดาห์
  • หากอาการชาคงอยู่เกิน 2 สัปดาห์ หรือมีความผิดปกติอื่น ๆ เช่น ชาเฉพาะจุดและลามไปพื้นที่อื่น ควรรีบพบแพทย์

ผิวไหม้จากความเย็น (Freeze Burn)

  • สาเหตุ เกิดจากการใช้เครื่องเลียนแบบที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือเครื่องที่ไม่มีระบบ Freeze Detect
  • วิธีแก้ไข
  • รีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษา เช่น การใช้ยารักษารอยแผล หรือการบำบัดเฉพาะทาง
  • หากเกิดแผลเป็น ควรปรึกษาแพทย์ด้านผิวหนังเพื่อประเมินแนวทางการรักษา

สัดส่วนผิดรูป หรือผิวไม่เรียบเนียน

  • สาเหตุเกิดการใช้หัวดูดไม่เหมาะสม หรือการออกแบบการรักษาที่ไม่ตรงจุด
  • วิธีแก้ไข
  • ปรึกษาแพทย์ เพื่อทำการประเมินและวางแผนการแก้ไข เช่น การปรับสัดส่วนเพิ่มเติม หรือเลือกหัตถการอื่นช่วยเสริม
  • อาจพิจารณาทำ Coolsculpting ซ้ำ

คำแนะนำเพิ่มเติม

  • หากเกิดผลข้างเคียงใด ๆ ที่ไม่คาดคิด ควรแจ้งแพทย์โดยทันที
  • เลือกคลินิก และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หรือ Specialist ที่มีประสบการณ์ในการทำ CoolSculpting ตั้งแต่แรก เพื่อลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง และปัญหาที่ตามมา

เราสามารถป้องกันผลข้างเคียงจากการทำ Coolsculping ได้ไหม ?

คนไข้สามารถป้องกันการทำ Coolsculpting ผลข้างเคียงหลังทำได้ครับ เพียงทำตามคำแนะนำง่าย ๆ ดังต่อไปนี้

  1. เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน
    • เลือกคลินิกที่มีใบอนุญาตถูกต้องและมีชื่อเสียงในด้านความปลอดภัย
    • ตรวจสอบรีวิวจากผู้ที่เคยใช้บริการ เพื่อยืนยันความน่าเชื่อถือ
    • คลินิกควรมีแพทย์หรือ Specialist ที่มีประสบการณ์ ผ่านการอบรมด้าน Coolsculpting โดยเฉพาะ
  2. ตรวจสอบว่าใช้เครื่อง Coolsculpting ของแท้
    • เครื่อง Coolsculpting ของแท้จะได้รับการรับรองจาก U.S. FDA และ อย.ไทย
    • เครื่องของแท้มีระบบ Freeze Detect ที่ช่วยป้องกันความเย็นเกินขีดจำกัด ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดผิวไหม้หรือ Freeze Burn
    • สอบถามคลินิกเกี่ยวกับการรับรองและการใช้งานเครื่องมือก่อนตัดสินใจ
  3. ปรึกษาแพทย์ก่อนทำ
    • แพทย์จะทำการประเมินสัดส่วนร่างกาย และแนะนำจุดที่เหมาะสมสำหรับการทำ Coolsculpting
    • แจ้งประวัติสุขภาพ เช่น โรคประจำตัว หรือปัญหาที่เกี่ยวกับความเย็น เช่น Cold Agglutinin Disease ซึ่งอาจเป็นข้อห้ามในการทำ Coolsculpting
    • หากแพทย์ไม่ทำการประเมิน ควรพิจารณาเลือกคลินิกอื่น
  4. หลีกเลี่ยงคลินิกที่ใช้เครื่อง Coolsculpting เลียนแบบ
    • คลินิกที่ใช้เครื่องเลียนแบบมักมีราคา Coolsculpting ต่ำกว่ามาตรฐาน แต่ความปลอดภัยก็ลดลงเช่นกัน
    • เครื่องเลียนแบบไม่สามารถควบคุมความเย็นได้อย่างแม่นยำ อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงรุนแรง เช่น ผิวไหม้หรือสัดส่วนผิดรูป
  5. สื่อสารกับแพทย์อย่างชัดเจน
    • หากคนไข้มีความกังวลเกี่ยวกับ Coolsculpting ผลข้างเคียง ควรแจ้งแพทย์เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม
    • แจ้งทันทีหากมีอาการผิดปกติหลังทำ เช่น ปวดรุนแรง หรือผิวเปลี่ยนสี

Coolsculpting ผลข้างเคียงหลังทำอาจพบได้บ้าง แต่ส่วนใหญ่เป็นอาการที่ไม่รุนแรง และสามารถป้องกันได้ด้วยการเตรียมตัวที่ดีตามคำแนะนำของหมอ ที่สำคัญหากสังเกตพบความผิดปกติใด ๆ ควรปรึกษาแพทย์ทันที เพื่อได้รับการดูแลอย่างถูกต้องและทันท่วงทีครับ


เตือนแล้วนะ ! ทุกเรื่องควรรู้ หลังทำ Coolsculpting ดูแลตัวเองอย่างไร ?

หลังทำ Coolsculpting ดูแลตัวเองอย่างไร

หลังทำ Coolsculpting การดูแลตัวเองอย่างถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะจะช่วยให้ผลลัพธ์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงจากผลข้างเคียง และช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ไปดูกันว่ามีข้อควรปฏิบัติและข้อห้ามอะไรบ้าง

ข้อควรทราบ – ข้อควรปฏิบัติ – ข้อห้ามหลังทำ Coolsculpting

หลังทำ Coolsculpting ถ้าอยากรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้นาน หมอแนะนำให้ออกกำลังกาย ดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 2-3 ลิตร ควบคู่ไปกับเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพครับ

สำหรับข้อห้ามหลังทำ Coolsculpting ที่ต้องระวังมีดังนี้ครับ

  • งดแช่น้ำร้อน ซาวน่า อบตัว 1-2 สัปดาห์
  • หลีกเลี่ยงการนวดแรง ๆ บริเวณที่ทำ
  • งดออกกำลังกายหนักในสัปดาห์แรก
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ 24-48 ชั่วโมง
  • หากรู้สึกคันหรือระคายเคือง ห้ามขยี้หรือเกา เพื่อป้องกันการเกิดรอยแผล

หากต้องการเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น คนไข้สามารถปรึกษาแพทย์ในการทำ Coolsculpting ซ้ำได้ เพื่อลดจำนวนเซลล์ไขมันให้มากขึ้น แต่ควรทิ้งระยะห่างระหว่างการทำแต่ละครั้งตามที่แพทย์แนะนำครับ


Coolsculpting Elite ผลข้างเคียงที่พบ น้อยลงไหม ?

Coolsculpting Elite คือเครื่องสลายไขมันด้วยความเย็น (Cryolipolysis) ที่พัฒนาต่อยอดมาจาก Coolsculpting รุ่นดั้งเดิม ถ้าถามว่า Coolsculpting Elite ผลข้างเคียงที่พบ น้อยลงไหม ? คำตอบ คือ น้อยลงเล็กน้อยครับ

เหตุผลที่การทำ Coolsculpting ผลข้างเคียงน้อยลง เพราะระบบ Freeze Detect ของ Coolsculpting Elite ได้รับการปรับปรุงให้สามารถตรวจจับความเย็นได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ลดความเสี่ยงของผิวไหม้ แต่ถ้าเทียบกันดูแล้วก็ไม่ได้ต่างจากรุ่นเดิมครับ

เลือกทำ Coolsculpting Elite ดีไหม ?

การเลือกว่าจะทำ Coolsculpting Elite ดีไหม ? แนะนำให้ดูตามปัญหา ความต้องการ และความคุ้มค่า คุ้มราคาครับ

ถ้าพูดถึงประสิทธิภาพการลดไขมัน ตำแหน่งที่ทำ รวมถึงระยะเวลาในการทำ ทั้ง coolsculpting elite และ coolsculpting รุ่นเดิม จะไม่ได้มีความแตกต่างกันครับ ช่วยลดไขมัน กระชับสัดส่วน เห็นผลลัพธ์ที่ดีด้วยกันทั้งคู่ แต่ coolsculpting elite จะมีราคาที่สูงกว่า coolsculpting รุ่นเดิมเล็กน้อย

สรุปแล้ว เลือก Coolsculpting Elite หาก…

  • ต้องการทำหลายจุดในเวลาเดียวกัน เพื่อประหยัดเวลา
  • ต้องการความแม่นยำและความสะดวกสบายที่เพิ่มขึ้น
  • ต้องการใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่มีตัวเลือกหัว Applicator ให้เหมาะกับแต่ละบริเวณของร่างกาย

Coolsculpting ที่ไหนดี ? แชร์วิธีเลือกคลินิกให้มั่นใจและเห็นผล

  • คลินิกต้องใช้เครื่อง Coolsculpting ของแท้ มีเอกสารหรือข้อมูลยืนยัน เช่น ตราสัญลักษณ์ Coolsculpting บนตัวเครื่อง
  • ต้องมีแพทย์ หรือ Specialist ที่มีประสบการณ์ ผ่านการอบรมด้าน Coolsculpting โดยเฉพาะ
  • ตรวจสอบว่าเป็นคลินิกที่ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข
  • คลินิกที่ดีจะไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง และสามารถให้คำแนะนำอย่างโปร่งใส
  • อ่านรีวิวหรือสอบถามผู้ที่เคยใช้บริการ เพื่อดูความน่าเชื่อถือและผลลัพธ์ที่เคยได้รับ
  • คลินิกควรมีความสะอาด เครื่องมือได้รับการดูแลและฆ่าเชื้ออย่างเหมาะสม

สลายไขมันด้วยความเย็น CoolSculpting ที่ V Square Clinic ดีอย่างไร ?

ทำ CoolSculpting ที่ ไหนดี
  • ดูแลและให้คำแนะนำโดย แพทย์และ Specialist ที่มีประสบการณ์ มีความรู้เรื่องสรีระร่างกายของมนุษย์เป็นอย่างดี
  • ใช้เครื่อง Coolsculpting ของแท้ ผ่านการรับรองจาก อย. ไทยและสหรัฐอเมริกา (U.S. FDA)
  • ห้องทำหัตถการมีขนาดอย่างน้อย 20 ตร.ม. ไม่อึดอัด มีความเป็นส่วนตัว
  • ใช้เก้าอี้ Lazboy รุ่นท็อปรุ่นกว้างพิเศษ เพื่อความสบายสูงสุดในช่วงเวลาที่ทำ
  • เพิ่มเทคนิคพิเศษที่ช่วยให้อาการบวมหลังทำหายไวกว่าปกติ
  • มีรีวิว ทั้งจาก celebrity และ ผู้ใช้บริการจริง
  • การันตีช่วงโปรโมชั่นถูกที่สุดในท้องตลาด โดยไม่มีโปรโมชั่นแอบแฝง

เครื่อง CoolSculpting สลายไขมันด้วยความเย็นของ V Square Clinic ตอนนี้มีอยู่ที่สาขา ดังนี้ครับ

  • สาขา Gateway Ekamai (Bangkok) โทรนัดคิว 099 005 9000
  • สาขา สยามสแควร์วัน (Bangkok) โทรนัดคิว 093 110 9000
  • สาขา เซ็นทรัลบางนา โทรนัดคิว 099 105 9000

สรุป Coolsculpting ผลข้างเคียง มีอะไรบ้าง อันตรายไหม ?

Coolsculpting หลังทำอาจมีผลข้างเคียงเล็กน้อยที่พบได้ทั่วไป ไม่อันตราย เพราะ Coolsculpting เป็นวิธีการลดไขมันเฉพาะจุดที่ปลอดภัยและได้รับการรับรองจาก U.S. FDA ซึ่งอาการแดง บวม ช้ำ หรือชา ที่เกิดขึ้นมักหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่คนไข้สามารถป้องกันและดูแลได้ไม่ยาก โดยมีปัจจัยสำคัญคือ การเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และใช้เครื่องมือที่ได้รับการรับรอง อย่างที่หมอได้แนะนำไปในบทความนี้ครับ


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ

ปรึกษาหมอ