ฟิลเลอร์ Volifil ฟิลเลอร์สัญชาติเกาหลี เหมาะฉีดจุดไหน ? เหมาะกับใคร ? ราคาเท่าไร ?

Categories
ฉีดฟิลเลอร์
ฟิลเลอร์ Volifil

ฟิลเลอร์ Volifil

ฟิลเลอร์ Volifil คืออะไร ? ทำไมฟิลเลอร์สัญชาติเกาหลีถึงได้รับความนิยม ?

ถ้ามีความสนใจในวงการความงาม อาจจะรู้จักฟิลเลอร์หลายยี่ห้อ และพอทราบว่าแต่ละตัวจะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน สำหรับในบทความนี้หมอจะมาแนะนำ Volifil Filler จากเกาหลีครับ ว่ามีกี่รุ่น กี่เนื้อ และเหมาะฉีดจุดไหนบ้าง ? ใครที่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์ Volifil ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน ?

นอกจากนี้ ราคา ของฟิลเลอร์ Volifil เป็นอย่างไร ? และเราจะตรวจสอบ Volifil ของแท้ได้อย่างไร ? หมอมีคำตอบมาให้เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจก่อนฉีดครับ

สารบัญ ฟิลเลอร์ Volifil


Volifil ฟิลเลอร์สัญชาติเกาหลี ที่ไม่เหมือนใคร

Volifil ฟิลเลอร์สัญชาติเกาหลี

ฟิลเลอร์ Volifil คือฟิลเลอร์เกาหลีที่ผ่านมาตรฐานยุโรป CE (Conformité Européene) ใช้ 2 เทคโนโลยีการผลิต ได้แก่ HCCL (High Concentration Cross-Linking) และ PP Process (Purification Process) ที่ช่วยทั้งด้านความคงทน ปลอดภัย และเพิ่มความบริสุทธิ์ของ Hyaluronic Acid (HA) ทำให้สามารถเติมเต็มในจุดต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ทำไมต้องเลือกฟิลเลอร์ Volifil ?

ฟิลเลอร์ Volifil เป็นฟิลเลอร์ Monophasic ครับ หมายถึงฟิลเลอร์ที่มีโครงสร้างเนื้อเจลแบบเนื้อเดียวกัน (Homogeneous Structure) มีข้อดีคือจะทำให้เนื้อเจลของ Volifil มีความสม่ำเสมอ กระจายตัวได้ดีในผิว ไม่เป็นก้อนหรือไหลเมื่อฉีดเข้าไปในชั้นผิว ได้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ และลดความเสี่ยงต่อการเกิดอาการบวมหลังฉีดได้ดี

เทคโนโลยี HCCL ใน ฟิลเลอร์ Volifil
HCCL Technology เป็นกระบวนการเชื่อมโยงโมเลกุลของ Hyaluronic Acid (HA) ในระดับสูง
ทำให้ฟิลเลอร์กระจายตัวได้ดี และมีความเสถียรในชั้นผิวมากขึ้น

จุดเด่นที่มีเฉพาะในฟิลเลอร์ Volifil

  1. เทคโนโลยี HCCL (High Concentration Cross-Linking) : เพิ่มความคงทนของฟิลเลอร์ในชั้นผิว เนื้อฟิลเลอร์มีความยืดหยุ่นสูง สามารถกระจายตัวได้ดี ลดความเสี่ยงต่อการบวมหลังฉีด
  2. เทคโนโลยี PP Process (Purification Process) : เป็นกระบวนการกรองและขจัดสิ่งปนเปื้อนออกจาก HA ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอาการแพ้หรือการอักเสบหลังการฉีด และทำให้เนื้อฟิลเลอร์เนียนละเอียดมาก
  3. E Prime สูง : ค่าที่บ่งบอกถึงความยืดหยุ่นและความคงตัวของฟิลเลอร์เมื่ออยู่ในชั้นผิว เมื่อมี E Prime สูง ฟิลเลอร์จะมีความยืดหยุ่นและเกาะผิวได้ดี ไม่ไหล ไม่เป็นก้อน
  4. ความปลอดภัยสูง : ผ่านมาตรฐาน CE และ KFDA จากยุโรปและเกาหลี รวมถึงอย. ไทย

ข้อดี – ข้อเสียของ Volifil

ข้อดี Volifil Fillerข้อเสีย Volifil Filler
  • ใช้ HCCL และ PP Process ทำให้เนื้อฟิลเลอร์เนียนละเอียด มีความคงทน อยู่ได้นาน
  • เนื้อฟิลเลอร์กระจายตัวได้ดี ฉีดแล้วไม่เป็นก้อน
  • มีหลายรุ่น สามารถเลือกใช้ให้เหมาะกับปัญหาของแต่ละคนได้
  • ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล
  • ราคาถูกกว่าเมื่อเทียบกับฟิลเลอร์จากยุโรปหรืออเมริกา
  • ผลลัพธ์ไม่ถาวร ฟิลเลอร์จะสลายไปตามระยะเวลา
  • ต้องฉีดซ้ำหากต้องการรักษาผลลัพธ์
  • ควรฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพื่อผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและสวยงาม
  • ไม่สามารถใช้ฟิลเลอร์ Volifil รุ่นเดียว ฉีดแก้ไขได้ทุกจุด

Volifil มีกี่รุ่น ? เหมาะกับใคร ? เหมาะฉีดจุดไหน ?

ฟิลเลอร์ Volifi มีทั้งหมด 3 รุ่นครับ ได้แก่ Volifil Classic, Volifil Deep และ Volifil Sub-Q

รุ่นของฟิลเลอร์ Volifil

  1. Volifil รุ่น Deep
    • ฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม เหมาะสำหรับการเติมเต็มที่ต้องการความเป็นธรรมชาติสูง ใช้เติมเต็มในชั้นผิวหนังลึก เช่น Deep Dermis และ Subcutaneous
    • อยู่ได้นาน 8-12 เดือน
  2. Volifil รุ่น Sub-Q
    • ฟิลเลอร์เนื้อแน่น ขึ้นรูปได้ดี เหมาะสำหรับเติมเต็มในชั้น Subcutaneous & Supraperiosteal
    • อยู่ได้นาน 9-12 เดือน
  3. Volifil รุ่น Classic
    • ฟิลเลอร์เนื้อละเอียด ฉีดแล้วกลืนไปกับผิวได้ดี เหมาะสำหรับการฉีดแก้ไขปัญหาในผิวชั้นตื้น
    • อยู่ได้นาน 8-12 เดือน

ที่ V Square Clinic มีการใช้ Volifil Filler รุ่นยอดนิยม 2 รุ่น ซึ่งเหมาะกับการใช้งานที่หลากหลาย คือ Volifil Deep และ Volifil Sub-Q

ปรึกษาแพทย์ก่อนฉีด ฟิลเลอร์ Volifil โดยหมออุษา
(พญ.อุษา ตั้นตระกูล เลข ว.63350)

Volifil แต่ละรุ่นเหมาะฉีดจุดไหนบ้าง ?

  • Volifil Deep : เหมาะสำหรับเติมปริมาตรเนื้อปาก หรือร่องลึกบริเวณใบหน้า
  • Volifil Sub-Q : เหมาะสำหรับแก้ไขริ้วรอยลึก และฉีดจมูก แก้ม กราม คาง
  • Volifil Classic : เหมาะสำหรับฉีดปาก ใต้ตาชั้นตื้น เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว

Volifil Filler เหมาะกับใคร ?

Volifil Filler เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้สมส่วนหรือแก้ไขปัญหาริ้วรอย โดยต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและคงอยู่ได้นานในราคาย่อมเยา รวมถึงเหมาะกับผู้ที่ไม่มีเวลาพักฟื้นจากการทำหัตถการใหญ่ เพราะการฉีดฟิลเลอร์ใช้เวลาไม่นาน ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ สามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้ทันที


เปรียบเทียบ Volifil กับฟิลเลอร์ยี่ห้ออื่น ๆ

ในการผลิตฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อ ปลายทางจะได้ฟิลเลอร์แต่ละรุ่นที่เหมาะกับการแก้ปัญหาแต่ละจุดที่คล้ายกันครับ เช่น ฟิลเลอร์เนื้อละเอียดสำหรับผิวชั้นตื้น ฟิลเลอร์เนื้อแน่นเหมาะกับฉีดผิวชั้นลึก แต่จุดที่ต่างกันในแต่ละยี่ห้อคือเทคโนโลยีการผลิตที่จะส่งผลต่อความละเอียดของเนื้อเจล ความคงทน หรือความบริสุทธิ์ของฟิลเลอร์

ดังนั้นในการเปรียบเทียบนี้ แนะนำให้ใช้เป็นแนวทางในการพิจารณาเท่านั้น เพราะใครจะเหมาะกับรุ่นไหน ยี่ห้อไหน ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ที่มีประสบการณ์โดยตรงครับ

ฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อ และเปรียบเทียบกับ Volifil

  • Juvederm

ฟิลเลอร์พรีเมียมจากอเมริกาที่ได้รับความนิยมสูง โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Hylacross และ Vycross ที่ช่วยให้ฟิลเลอร์กระจายตัวได้ดี ให้ผลลัพธ์ที่เรียบเนียน และอยู่ได้นาน ฟิลเลอร์ Juvederm ถือเป็นฟิลเลอร์ที่มีรุ่นที่เนื้อแน่น คงทน อยู่ได้นานที่สุดในบรรดาฟิลเลอร์ แต่ก็มีราคาสูงกว่า Volifil ครับ

  • Restylane

ฟิลเลอร์จากสวีเดน มีชื่อเสียงเรื่องเทคโนโลยี NASHA และ OBT ทำให้ฟิลเลอร์มีความยืดหยุ่นสูง มีความโดดเด่นในรุ่นที่ใช้เติมเต็มจุดที่ต้องการความแม่นยำ อยู่ได้นานกว่า Volifil แต่ราคาสูงกว่าครับ ถือว่าอยู่ในระดับเดียวกับ Juvederm

  • Belotero

ฟิลเลอร์จากสวิตเซอร์แลนด์ ผลิตด้วยเทคโนโลยี Cohesive Polydensified Matrix (CPM) ทำให้เนื้อฟิลเลอร์มีความละเอียด ยืดหยุ่นสูง คงตัว ปั้นทรงสวย รวมถึงยังมี Belotero Revive ที่เนื้อเจลมีส่วนประกอบของกลีเซอรอล ช่วยบำรุงผิวให้อิ่มน้ำ ฉ่ำวาว ซึ่งจะไม่มีคุณสมบัติแบบนี้ใน Volifil ครับ

  • Definisse

ฟิลเลอร์จากอิตาลี ผลิตโดย XTR™ Technology (eXcellent Three-Dimensional Reticulation) ทำให้ฟิลเลอร์สามารถช่วยยกพยุงและปรับรูปหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ คงตัวและยึดติดกับชั้นผิวได้ดี ลดอาการบวมน้ำของฟิลเลอร์ หลังฉีดสามารถประเมินผลลัพธ์ได้ทันทีครับ

  • Teoxane

ฟิลเลอร์จากสวิตเซอร์แลนด์ที่ผลิตด้วย Preserved Network Technology ทำให้ฟิลเลอร์มีความยืดหยุ่นสูงมาก เคลื่อนไหวตามผิวหน้าได้ดี ลดปัญหาฟิลเลอร์เป็นก้อนเมื่อฉีดในจุดที่มีการขยับบ่อย ๆ ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ

  • Flore / Neuramis

ทั้งสองยี่ห้อเป็นฟิลเลอร์เกาหลีที่ได้รับความนิยมครับ โดดเด่นในเรื่องราคาที่เข้าถึงง่ายและเนื้อสัมผัสที่เหมาะกับการเติมเต็มร่องลึก มีความยืดหยุ่นพอสมควรครับ เมื่อเทียบกับ Volifil แล้วจะมีราคาใกล้เคียงกัน แต่ Volifil จะอยู่ได้นานกว่า และสามารถฉีดในจุดที่หลากหลายมากกว่า


Volifil Filler ของแท้ดูอย่างไร ?

Volifil Filler ของแท้สามารถตรวจสอบได้จากบรรจุภัณฑ์ครับ มีหมายเลขล็อตและฉลากภาษาไทย รวมถึงต้องเลือกฉีดกับคลินิกที่น่าเชื่อถือในราคาที่สมเหตุสมผล คนไข้สามารถสังเกตได้เองจาก

  • ตรวจสอบโลโก้และชื่อแบรนด์ Volifil ซึ่งต้องพิมพ์อย่างคมชัด ไม่มีรอยเลือนหรือพิมพ์ผิด
  • มีฉลากระบุรายละเอียดชัดเจนทั้งภาษาเกาหลีและภาษาไทย
  • หมายเลข Lot Number ตรงกันทุกจุด สามารถนำไปตรวจสอบกับบริษัทผู้แทนจำหน่ายได้
  • มีสติกเกอร์รับรองจากผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ติดอยู่บนกล่อง
VSQ Tips

ก่อนฉีดฟิลเลอร์ คลินิกควรมีความยินดีให้คนไข้ตรวจสอบกล่องผลิตภัณฑ์ก่อนแกะใช้ หมอแกะกล่องใหม่ให้ดูต่อหน้า ก็จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ได้ว่าคลินิกใช้ของแท้ครับ


ฟิลเลอร์ Volifil ราคาเท่าไร ?

ฟิลเลอร์ Volifil ราคาไม่สูงมากครับ เพราะเป็นฟิลเลอร์จากเกาหลี โดยราคาจะอยู่ที่ประมาณซีซีละ 8,xxx.- แล้วแต่โปรโมชันของแต่ละคลินิก

โปรโมชั่นพิเศษฉีดฟิลเลอร์ Volifil ที่ V Square Clinic

โปรโมชันพิเศษฉีดฟิลเลอร์ Volifil

เลือกฉีดฟิลเลอร์ Volifil ที่ V Square Clinic ดีอย่างไร ?

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ Volifil ที่ V Square Clinic โดยหมอกิติพัฒน์, หมอเอกชัย, หมอธนิสา, หมอชินวัฒน์
(นพ.กิติพัฒน์ รื่นรุจิกร เลข ว.37781, นพ.เอกชัย โสภณพงษ์ เลข ว.30444, พญ.ธนิสา สุภัทรกุล เลข ว.47870, นพ.ชินวัฒน์ เหรียญมณี เลข ว. 35282)

ที่ V Square Clinic รับประกันการใช้ฟิลเลอร์ Volifil ของแท้ 100% นำเข้าจากเกาหลี พร้อมบรรจุภัณฑ์ที่สามารถตรวจสอบได้ทุกครั้งก่อนฉีด ฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์สูง ใช้เทคนิคเฉพาะในการฉีดฟิลเลอร์ ก่อนฉีดแพทย์จะประเมินใบหน้าแบบรายบุคคล เพื่อวางแผนการฉีดให้เหมาะสมกับปัญหาและความต้องการของแต่ละคน ช่วยให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ และแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด


สรุป ฟิลเลอร์ Volifil จากเกาหลี

ฟิลเลอร์ Volifil เป็นฟิลเลอร์สัญชาติเกาหลีที่โดดเด่นด้วยมาตรฐานการผลิตระดับยุโรป และถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการฉีดฟิลเลอร์คุณภาพในราคาย่อมเยาครับ ทั้งนี้ต้องฉีดในคลินิกที่ได้มาตรฐานและแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพื่อผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและสวยงาม


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ

ปรึกษาหมอ