
Emface นวัตกรรมยกกระชับลงลึกถึงกล้ามเนื้อ
Emface เป็นนวัตกรรมยกกระชับที่ผสานสองพลังงานไว้ด้วยกัน สามารถช่วยยกกระชับผิวและกล้ามเนื้อได้ในเวลาเดียวกัน ซึ่งในบทความหมอจะมาอธิบายถึง Emface กันให้กระจ่างในหัวข้อ
- Emface คืออะไร ? ใช้พลังงานอะไรบ้าง ?
- Emface ทำงานยกกระชับผิวต่างจากเครื่องอื่นอย่างไร ?
พร้อมข้อควรน่ารู้อื่น ๆ เกี่ยวกับ Emface เหมาะ-ไม่เหมาะกับใคร ? ทำตำแหน่งไหนได้บ้าง ? ราคาเท่าไหร่ ? รีวิวเป็นอย่างไร ? ใครที่สนใจหรือหาข้อมูลอยู่ ติดตามอ่านได้ครับ
คลิกอ่านหัวข้อ Emface
นวัตกรรมยกกระชับ Emface คืออะไร ?

Emface คือ เครื่องยกกระชับผิวจากประเทศอังกฤษที่ผสาน 2 เทคโนโลยีเข้าด้วยกัน ได้แก่ พลังงานคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า HIFES (High-Intensity Focused Electromagnetic Stimulation) ร่วมกับคลื่นวิทยุ Sync RF (Synchronized Radiofrequency) สามารถกระตุ้นกล้ามเนื้อบนใบหน้าและกระตุ้นคอลลาเจน ช่วยยกกระชับโครงสร้างผิวได้โดยไม่ต้องผ่าตัดครับ
Emface มีการทำงานยกกระชับอย่างไร ?
หลักการทำงานของ Emface จะยกกระชับผิวด้วยการส่งพลังงาน HIFES + Synchronized RF โดยใช้ Applicator ในรูปแบบแปะกับผิวเป็นตัวปล่อยพลังงาน ดังนี้ครับ
เทคโนโลยี | หลักการทำงาน | ผลลัพธ์ที่ได้ |
---|---|---|
HIFES (High-Intensity Focused Electromagnetic Stimulation) | เป็นการปล่อยพลังงานคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความเข้มข้นสูงส่งลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อ กระตุ้นให้กล้ามเนื้อหดตัวและคลายตัวอย่างต่อเนื่อง | ช่วยฟื้นฟูให้ความหนาแน่นของกล้ามเนื้อใบหน้าเพิ่มขึ้นและกระชับกล้ามเนื้อใบหน้าได้มากขึ้น |
Synchronized RF | เป็นการใช้คลื่นวิทยุส่งลงไปในชั้นผิวทำให้เกิดความร้อนที่ 40-42°C ช่วยกระตุ้นเส้นใยคอลลาเจนและอิลาสติน | ผิวแน่นกระชับ เต่งตึง ริ้วรอยลดเลือน |
สรุปแล้ว หลักการทำงานของ Emface จะเหมือนการทำให้กล้ามเนื้อได้ออกกำลังกายที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าการบริหารกล้ามเนื้อทั่วไปด้วยตัวเอง ทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น ช่วยให้ใบหน้ายกกระชับขึ้น และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนด้วยพลังงาน RF ช่วยฟื้นฟูให้ผิวแน่น เต่งตึง ดูอ่อนเยาว์ขึ้นครับ
Emface ยกกระชับได้ถึงผิวชั้นใด ?

Emface สามารถยกกระชับได้ถึงลึกชั้นผิวหนังแท้ ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ชั้น SMAS และชั้นกล้ามเนื้อ (Muscle) โดยมีการกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อเฉพาะส่วน ได้แก่
- Frontalis Muscle กล้ามเนื้อหน้าผาก
- Zygomaticus major, Zygomaticus minor และ Risorius กล้ามเนื้อบริเวณแก้มและมุมปาก
- Digastric Muscle กล้ามเนื้อใต้คาง

การฟื้นฟูให้กล้ามเนื้อเหล่านี้แข็งแรง จะช่วยให้โครงสร้างใบหน้ายกกระชับขึ้น ลดความหย่อนคล้อยของผิวบริเวณร่องแก้ม ร่องมุมปากได้ครับ
Emface เหมาะ-ไม่เหมาะกับใคร ?
Emface เป็นเทคโนโลยียกกระชับที่ใช้พลังงานคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและคลื่นวิทยุ ช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อและคอลลาเจนไปพร้อมกัน ซึ่งเป็นวิธีที่ปลอดภัยและให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ แต่ก็มีข้อกำจัดในคนบางกลุ่มครับ
Emface เหมาะกับใครบ้าง ?
- ผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ใช้เข็ม ไม่ใช้เวลาพักฟื้นนาน
- ผู้ที่มีใบหน้าหย่อนคล้อยตามวัย ต้องการยกกระชับผิวให้เต่งตึง
- ผู้ที่ต้องการลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้า ชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย
Emface ไม่เหมาะกับใคร ?
- ผู้ที่ผิวหย่อนคล้อยระดับมาก อาจต้องใช้หัตถการอื่นร่วมด้วย
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ทันที เพราะต้องใช้ระยะเวลาการเห็นผลชัดเจน
- ผู้ที่อยู่ในระหว่างการตั้งครรภ์และให้นมบุตร
- ผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ หรือฝังอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ
ควรเริ่มทำ Emface ตอนอายุเท่าไหร่ ?
สามารถทำ Emface ได้ตั้งแต่อายุ 25 ปี เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายเริ่มผลิตคอลลาเจนน้อยลงทุกปี ทำให้เกิดปัญหาริ้วรอย ผิวหย่อนคล้อยตามมา ซึ่งการทำ Emface จะช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้อย่างตรงจุด เห็นผลชัดเจนครับ

การทำ Emface ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ?
- ช่วยยกกระชับได้ถึงชั้นกล้ามเนื้อ ลดความหย่อนคล้อยของผิว
- ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิว
- ช่วยลดเหนียงใต้คาง กรอบหน้าคมชัดขึ้น
- ช่วยลดเลือนริ้วรอย ผิวหน้าดูเรียบเนียนขึ้น
Emface กับ Emface Submentum ต่างกันอย่างไร ?
Emface กับ Emface Submentum ทั้งสองเป็นเทคโนโลยีเดียวกันครับ
แต่ Emface Submentum เป็นแผ่นแอปพลิเคเตอร์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้บริเวณใต้คาง และลำคอ เหมาะสำหรับคนที่มีความกังวลเรื่องปัญหาผิวหย่อนคล้อยใต้คาง ต้องการลดเหนียง คางสองชั้น ช่วยให้กรอบหน้าชัดขึ้นโดยเฉพาะ ในขณะที่ Emface จะเป็นการยกกระชับและฟื้นฟูผิวทั่วใบหน้า

ยกกระชับผิว Emface บริเวณใดได้บ้าง ?
Emface สามารถทำได้ทั่วใบหน้า และตำแหน่งต่าง ๆ ที่มีกล้ามเนื้อ
- หน้าผาก – ลดริ้วรอยหน้าผาก
- คิ้ว – ยกคิ้ว หางคิ้วตก
- รอบดวงตา – ลดริ้วรอยตีนกา ฟื้นฟูผิวรอบดวงตา
- แก้ม – ยกกระชับแก้มหย่อนคล้อย ลดริ้วรอยร่องแก้ม
- กรอบหน้า – ลดเหนียง คางสองชั้น กรอบหน้าดูคมชัดขึ้น
เปรียบเทียบเครื่องยกกระชับ Emface VS Hifu Ultraformer III VS Ulthera VS Thermage ต่างกันอย่างไร ?
Emface, Hifu Ultraformer III, Ulthera และ Thermage ต่างช่วยยกกระชับผิว กระตุ้นคอลลาเจนได้เหมือนกัน แต่มีหลักการทำงานและจุดเด่นที่ต่างกันหลัก ๆ คือ เทคโนโลยีที่ใช้ ชั้นผิวที่ส่งพลังงานถึงดังนี้ครับ
Emface กับ Hifu Ultraformer III
Hifu Ultraformer III ใช้เทคโนโลยี Micro & Macro Focused Ultrasound (MMFU) พลังงานคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ความถี่สูงยิงลึกถึงชั้น SMAS ชั้นเดียวกับที่ใช้ผ่าตัดดึงหน้า ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและอิลาสติน ให้ผิวเต่งตึง อ่อนเยาว์ขึ้น
- เหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยน้อย
- ยกกระชับทันที 20-30% เห็นผลเต็มที่ 2-3 เดือน
- ทำ 1 ครั้ง อยู่ได้นาน 5-6 เดือน
- รู้สึกเจ็บมากกว่า Emface แต่น้อยกว่า Ulthera และ Thermage
อ่านข้อมูล Ultraformer III เพิ่มเติม คลิก!
Emface กับ Ulthera
Ulthera ยกกระชับผิวด้วยการใช้พลังงานคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ความถี่สูงยิงลงลึกถึงชั้น SMAS เช่นเดียวกับ Hifu ครับ แต่มีจุดพลังงานที่ใหญ่กว่าและมีความแม่นยำกว่า รวมถึงมีจุดเด่นอยู่ที่มีหน้าจอแสดงชั้นผิวเทคโนโลยี Microfocused Ultrasound (MFU-V) ที่ทำให้แพทย์สามารถออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคลได้
- เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยปานกลาง-มาก
- ยกกระชับขึ้นทันที 20-30% เห็นผลเต็มที่ 2-3 เดือน
- ทำ 1 ครั้ง อยู่ได้นาน 1 ปี
- รู้สึกเจ็บมากกว่า Emface และ Hifu
อ่านข้อมูล Ulthera SPT เพิ่มเติม คลิก!
Emface กับ Thermage
Thermage เครื่องมือยกกระชับที่ใช้เทคโนโลยีคลื่นวิทยุแบบขั้วเดียว (Monopolar RF) ยิงพลังงานเป็นก้อนความร้อนขนาดใหญ่ลงถึงชั้นผิวหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิวหนัง กระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวแน่นกระชับ ริ้วรอยลง
- เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย มีไขมันส่วนเกินสะสม
- ยกกระชับทันที 20% เห็นผลเต็มที่ 2-3 เดือน
- ทำ 1 ครั้ง อยู่ได้นาน 1-2 ปี
- รู้สึกเจ็บได้มากกว่าทุกเครื่อง เพราะยิงพลังงานเป็นก้อนความร้อน
อ่านข้อมูล Thermage เพิ่มเติม คลิก!
Emface กับ Botox ทำอันไหนดีกว่ากัน ?

ระหว่าง Emface กับ Botox ทำวิธีไหนดีกว่ากัน ? ขึ้นอยู่กับปัญหาและผลลัพธ์ที่คนไข้ต้องการ ทั้งสองเป็นการทำงานที่เกี่ยวพันกับกล้ามเนื้อเหมือนกัน และช่วยยกกระชับรวมถึงลดริ้วรอยได้ทั้งคู่ครับ แต่ Emface กับ Botox มีหลักการทำงานที่แตกต่างกัน
โดยการฉีดโบท็อก คือ การฉีดสารโบทูลินั่ม ท็อกซิน เอ เข้าไปยังกล้ามเนื้อเพื่อยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อเฉพาะจุด ช่วยลดริ้วรอย ลดขนาดกรามปรับหน้าเรียว หรือฉีดลิฟกรอบหน้าหย่อนคล้อย
เห็นผลเร็วกว่า ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือน ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฉีด ส่วน Emface จะเป็นการกระตุ้นกล้ามเนื้อและคอลลาเจน ลดริ้วรอย ทำให้ผิวเต่งตึงขึ้นครับ
Emface กับการกระตุ้นคอลลาเจน ต่างจากการฉีดฟิลเลอร์อย่างไร ?

ทั้งสองมีหลักการทำงานต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ Emface ใช้หลักการกระตุ้นยกกระชับผิว ส่วนการฉีดฟิลเลอร์เป็นการเติมเต็มเพื่อปรับรูปหน้า เห็นการเปลี่ยนแปลงทันที แต่ไม่ได้กระตุ้นคอลลาเจนโดยตรง
โดยฟิลเลอร์เป็นสารเติมเต็มที่เรียกได้ว่ามีคุณสมบัติหลากหลายครับ สำหรับคนที่ต้องยกกระชับหน้า สามารถฉีดฟิลเลอร์ยกหน้าได้ โดยหมอจะประเมินปริมาณที่ใช้ เลือกยี่ห้อที่เหมาะสมเติมในตำแหน่งที่มีปัญหาริ้วรอยร่องลึก เพื่อให้ใบหน้าดูเต็มอิ่มขึ้น
ดังนั้นเลือกวิธีไหนขึ้นอยู่กับปัญหาที่คนไข้ต้องการแก้ไข หากต้องการยกกระชับผิวกระตุ้นคอลลาเจน การทำ Emface จะเหมาะสมกว่า แต่ถ้ามีปัญหาริ้วรอยร่องลึก การฉีดฟิลเลอร์เติมเต็มเป็นวิธีที่หมอแนะนำครับ
โดยสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ เจาะลึกเรื่อง ฉีดฟิลเลอร์ (Filler) ปรับรูปหน้า คืนความอ่อนเยาว์ มือใหม่ก่อนฉีดควรรู้อะไรบ้าง ?
Emface อันตรายหรือไม่ ? ปลอดภัยไหม ?
Emface เป็นการส่งพลังงานคลื่นแม่เหล็ก และคลื่นวิทยุลงลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อโดยตรง ทำให้หลายคนอาจกังวลว่าอาจส่งผลอะไรต่อกล้ามเนื้อหรือเส้นประสาทไหม ? โดยการทำ Emface มีความปลอดภัยครับ ไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายครับ
Emface ผ่านการรับรองจาก FDA และ อย. ไทยหรือไม่?
Emface ได้รับรองจาก U.S. FDA, อย. ไทย และมาตรฐาน CE ยุโรป รวมถึงมีการวิจัยรองรับในวารสารทางการแพทย์
ทั้งนี้การทำ Emface ต้องทำกับแพทย์ที่มีประสบการณ์การใช้เครื่องเท่านั้น เพราะต้องวางตำแหน่ง Applicator ให้ถูกตำแหน่งตามกล้ามเนื้อที่ต้องการยกกระชับครับ
การเตรียมตัวก่อนทำ Emface
วิธีการเตรียมตัวก่อนทำ Emface เหมือนกับการยกกระชับผิวด้วยเครื่องอื่น ๆ เลยครับ แนะนำให้ดื่มน้ำให้เพียงพอ เลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ และการออกกำลังกายอย่างหนัก อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนทำ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการบวมมากหลังทำ
ขั้นตอนการทำ Emface
- ทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาด
- แพทย์แปะแผ่น Applicator ตามแนวกล้ามเนื้อที่ต้องการยกกระชับ
- เครื่องปล่อยพลังงาน กระตุ้นกล้ามเนื้อและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ใช้เวลาประมาณ 20 นาที
- นำแผ่นเครื่องมือออก คนไข้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติทันที
ข้อควรปฏิบัติหลังทำ Emface
- เลี่ยงการนวด ถู บริเวณที่ทำ เพื่อป้องกันการเกิดอาการบวมช้ำ
- เลี่ยงการโดนความร้อนจัด เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ 24 ชั่วโมง
- เลี่ยงการแต่งหน้าเป็นเวลา 24 ชั่วโมง
- ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 1.5-2 ลิตร เพื่อฟื้นฟูเซลล์ผิวได้อย่างเต็มที่
- กลับมาทำอย่างต่อเนื่องสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน
รีวิวผลลัพธ์ก่อน-หลัง ทำ Emface
ตัวอย่าง Emface รีวิวผลลัพธ์ก่อน-หลังรักษา 4 ครั้ง


*ผลจากการเข้ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย
ขอบคุณภาพรีวิวจาก Emfacelondon


*ผลจากการเข้ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย
ขอบคุณภาพรีวิวจาก Emfacelondon
ทำ Emface ร่วมกับหัตถการอื่นได้ไหม ?
ทำ Emface ร่วมกับหัตถการอื่นได้ครับ เพื่อเสริมผลลัพธ์ให้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเครื่องยกกระชับด้วยกัน หรือหัตถการความอื่น ๆ เช่น ฉีดฟิลเลอร์ โบท็อก ร้อยไหม
- ทำ Emface ร่วมกับกับโบท็อก ช่วยยกกระชับ ลดริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า
- ทำ Emface ร่วมกับ Hifu หรือ Ulthera เป็นการยกกระชับแบบจัดเต็มถึงชั้น SMAS และชั้นกล้ามเนื้อ
- ทำ Emface ร่วมกับกับฟิลเลอร์ ช่วยยกกระชับผิว เติมเต็มริ้วรอยร่องลึก ปรับรูปหน้าดูอ่อนเยาว์
แต่ที่สำคัญต้องประเมินว่าคนไข้มีต้องการแก้ไขปัญหาจุดไหนบ้าง ปัญหาผิวของบางคนอาจไม่จำเป็นต้องทำทุกหัตถการ เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งก็อาจเห็นผลแล้วครับ
ซึ่งหมอจะช่วยประเมินในจุดนี้ แนะนำหัตถการที่เหมาะสม เพื่อความคุ้มค่า และช่วยเรียงลำดับการทำหัตถการ เพื่อให้แต่ละหัตถการทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพครับ
Emface ราคาเท่าไร ?
โดยทั่วไปทำ Emface ราคาเริ่มต้นที่ประมาณครั้งละ 15,000-30,000.- ขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งที่ทำ และโปรโมชันของแต่ละคลินิก หากทำเป็นโปรแกรมจะอยู่ที่ประมาณ 60,000-120,000.- ครับ
Emface ราคาถูกกับแพง ต่างกันอย่างไร ?
ด้วยคุณสมบัติของเครื่องและเทคโนโลยีใหม่ทำให้ Emface มีราคาค่อนข้างสูงครับ
การเจอโปรแกรม Emface ราคาถูกแม้ว่าอยู่ในช่วงโปรโมชันเป็นไปได้ยากมาก และอาจเป็นเครื่องปลอม ดังนั้น แนะนำให้ลองเปรียบเทียบกับหลาย ๆ คลินิกที่ได้มาตรฐานและน่าเชื่อถือก่อนตัดสินใจเข้าใช้บริการครับ
Emface ราคาเทียบกับ Ulthera และ Thermage
- Ulthera นับเป็นจำนวนไลน์ จำนวนไลน์ที่ใช้ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ทำ
- Thermage จะนับเป็นจำนวน shot จำนวน shot ที่ใช้ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ทำ
โดย Ulthera ทำ 1 ครั้ง อยู่ได้ประมาณ 1 ปี Thermage อยู่ได้ประมาณ 2 ปี ส่วน Emface ทำ 4 ครั้ง อยู่ได้ 1 ปีครับ ถ้าเทียบในด้านราคาและผลลัพธ์ Emface มีราคาที่สูงกว่า Ulthera เพราะต้องทำบ่อยครั้งกว่า
ในแง่ความคุ้มค่า ขึ้นอยู่กับปัญหาผิวและความต้องการของแต่ละบุคคล หากต้องการยกกระชับและเสริมสร้างกล้ามเนื้อใบหน้า Emface อาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม หรือถ้ามีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมาก ต้องการเน้นยกกระชับ Ulthera ก็ให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าครับ ส่วน Thermage เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกระชับผิวและลดไขมันใต้ผิว
Ulthera ราคาโปรโมชันที่ V Square Clinic

Thermage ราคาโปรโมชันที่ V Square Clinic

ทำ Emface ที่ไหนดี ? เลือกคลินิกอย่างไร ?
ทำ Emface ที่ไหนดี ? การเลือกทำกับคลินิกที่ได้มาตรฐาน จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัย โดยมีข้อพิจารณาดังนี้ครับ
- คลินิกต้องได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข
- มีแพทย์ที่มีประสบการณ์การใช้เครื่องประจำคลินิก
- ใช้เครื่อง Emface ของแท้ ผ่านการรับรองจาก US FDA และ TH FDA
- มีรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง และเห็นผลชัดเจน
- ราคาสมเหตุสมผล โปรโมชั่นเหมาะสม ไม่ถูกจนผิดปกติ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำ Emface
ทำ Emface เจ็บไหม ?
การทำ Emface เป็นการส่งพลังงานความร้อนอุณหภูมิไม่เกิน 42 ระหว่างทำจะรู้สึกอุ่น ๆ ตึง ๆ ครับ ไม่จำเป็นต้องแปะยาชา
หลังทำ Emface บวมกี่วัน ?
หลังทำ Emface อาจมีอาการบวมเล็กน้อย ประมาณ 24 ชั่วโมง และจะค่อย ๆ หายไปได้เอง คนไข้สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ และปฏิบัติตามวิธีดูแลตัวเองหลังทำที่แพทย์แนะนำครับ
ทำ Emface กี่ครั้งเห็นผล ?
สามารถเห็นผลได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำว่าใบหน้าดูยกกระชับขึ้น และจะเห็นผลขึ้นเรื่อย ๆ หากทำอย่างต่อเนื่อง 4 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 1 สัปดาห์ เพื่อให้เกิดการกระตุ้นกล้ามเนื้อและคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน
โดยผลลัพธ์จากการศึกษาทางคลินิก พบว่าจากการทำ Emface 4 ครั้ง
- ริ้วรอยลดลง 37%
- ใบหน้ายกกระชับขึ้น 23%
- กล้ามเนื้อใบหน้าแข็งแรงขึ้น 30%
ผลลัพธ์ Emface อยู่ได้นานแค่ไหน ?
หากทำครบตามที่แนะนำ ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นาน 1 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและพฤติกรรมการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคลครับ
สรุป Emface ดีไหม ? ถ้าไม่ทำ Emface ทำอะไรดี ?
ทำ Emface ดีไหม ? ในปีที่เทรนด์ยกกระชับผิวยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง Emface นับว่าเป็นอีกเครื่องยกกระชับที่น่าสนใจครับ เพราะช่วยทั้งในเรื่องยกกระชับกล้ามเนื้อและกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวดูเต่งตึง อ่อนเยาว์โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ใช้เข็ม แต่ก็มีราคาที่ค่อนข้างสูง ทำให้ต้องพิจารณาให้มั่นใจในการเลือกคลินิกก่อนทำเพื่อความคุ้มค่าและปลอดภัย
แต่นอกจาก Emface แล้วในปัจจุบันเครื่องยกกระชับผิวมีให้เลือกมากมายครับ เช่น Hifu หรือ Ulthera ที่ช่วยยกกระชับผิวได้ถึงชั้น SMAS แก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยได้อย่างตรงจุด หรือทำ Thermage ช่วยสลายไขมัน ยกกระชับเหนียงทำให้ผิวแน่นขึ้นสำหรับคนที่สามารถทนเจ็บได้ในระดับหนึ่ง แต่ได้ผลลัพธ์ที่ยาวนาน
ควรเลือกใช้เครื่องยกกระชับแบบไหนดี ? สามารถเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินปัญหา ความต้องการของคนไข้ว่าเหมาะกับเครื่องไหน เพื่อผลลัพธ์ที่ดี เห็นผลชัดเจนครับ
อ้างอิง