
เทียบ Emface กับ Ulthera ทุกด้านแบบเจาะลึก
ใบหน้าที่หย่อนคล้อย ริ้วรอยที่เพิ่มขึ้น หรือแม้แต่โครงหน้าที่ไม่ชัดเจนอย่างที่เคยเป็น
ปัญหาเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนว่าผิวของเรากำลังเข้าสู่วัยที่ต้องดูแลใส่ใจเป็นพิเศษ ซึ่งทุกวันนี้เทคโนโลยียกกระชับหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัด มีให้เลือกใช้เยอะมากครับ อย่าง Emface กับ Ulthera ก็เป็นสองตัวเลือกยอดนิยม
แล้ว Emface กับ Ulthera แตกต่างกันอย่างไร ? แบบไหนเหมาะกับใคร ? เลือกทำอันไหนดี ? บทความนี้หมอจะมาเปรียบเทียบ Emface กับ Ulthera แบบเจาะลึกทุกแง่มุม เพื่อให้คนไข้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นครับ

Ulthera กับ Botox
- Emface คือเครื่องยกกระชับที่ใช้พลังงาน HIFES + RF เพื่อกระชับกล้ามเนื้อใบหน้า และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
- Ulthera คือเครื่องยกกระชับที่ใช้คลื่นเสียง Ultrasound (MFU) ยิงพลังงานลึกถึงชั้น SMAS เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและยกกระชับใบหน้า
- Emface เน้นกระชับกล้ามเนื้อในระดับผิวชั้นบน ส่วน Ulthera เน้นยกกระชับผิวลึกถึงชั้น SMAS เพื่อปรับโครงสร้างผิว
- Emface เหมาะกับคนที่ต้องการปรับรูปหน้าให้กระชับขึ้น ลดริ้วรอย ส่วน Ulthera เหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ต้องการผลลัพธ์ที่อยู่ได้นาน
- Emface กับ Ulthera สามารถทำร่วมกันได้ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
คลิกอ่านหัวข้อ Emface กับ Ulthera
Emface กับ Ulthera คืออะไร ?
ก่อนจะเปรียบเทียบความต่างของ Emface กับ Ulthera เราควรเข้าใจก่อนว่าแต่ละเทคโนโลยีคืออะไรและทำงานอย่างไรกันก่อนครับ
Emface คืออะไร ? ทำงานอย่างไร ?

Emface เป็นนวัตกรรมล่าสุดจาก BTL Aesthetics ที่รวมเทคโนโลยี 2 อย่างเข้าด้วยกัน คือ คลื่นความถี่วิทยุ (Radiofrequency หรือ RF) และเทคโนโลยี HIFES (High-Intensity Facial Electrical Stimulation) ซึ่งเป็นการกระตุ้นไฟฟ้าพลังงานสูง เพื่อกระชับกล้ามเนื้อใบหน้า
Emface ทำงานด้วยการกระตุ้นกล้ามเนื้อบนใบหน้าโดยตรงผ่านแผ่นอิเล็กโทรด ในขณะเดียวกันก็ให้ความร้อนจากคลื่น RF ไปยังผิวชั้นกลาง ทำให้เกิดการกระชับของเนื้อเยื่อคอลลาเจนเดิม และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ผลลัพธ์คือใบหน้าที่ยกกระชับและมีมิติมากขึ้นครับ
Ulthera คืออะไร ? ทำงานอย่างไร ?

Ulthera เป็นเทคโนโลยียกกระชับที่ใช้พลังงานอัลตร้าซาวด์แบบโฟกัส (Micro-Focused Ultrasound) เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวลึกที่เรียกว่า SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ดึงในการทำศัลยกรรมเพื่อยกกระชับใบหน้า
Ulthera ทำงานด้วยการยิงพลังงานส่งไปยังใต้ผิวเพื่อให้เกิดความร้อน ทำให้โครงสร้างคอลลาเจนเดิมหดตัว และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ผลที่ได้คือผิวแน่นกระชับ ลดริ้วรอย และปรับกรอบหน้าให้ชัดเจนขึ้น
(พญ.ธนิสา สุภัทรกุล เลข ว.47870)
ปัจจุบัน Ulthera ได้มีการอัปเกรดรุ่นใหม่จาก Ulthera SPT เป็น Ulthera Prime ที่มีจุดเด่นมากขึ้นกว่าเดิมคือ
- เจ็บน้อยลง ยิงไวขึ้นกว่าเดิม 20%
- ดีไซน์รูปลักษณ์ดูทันสมัย ปรับรูปทรงตามหลักสรีรศาสตร์ ทำให้สะดวกต่อการใช้งานของแพทย์
- หน้าจอ Full HD ใหญ่ขึ้นจากเดิม 35% แพทย์มองเห็นภาพชั้นผิวได้ชัด ให้การรักษาที่แม่นยำ
Emface กับ Ulthera ดีจริงไหม ?
Emface กับ Ulthera เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ผ่านการรับรองจาก FDA สหรัฐอเมริกา และ อย.ไทย ได้รับความนิยมทั่วโลก เนื่องจากให้ผลลัพธ์ที่เห็นได้จริงครับ
- Emface เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกระชับกล้ามเนื้อบนใบหน้า โดยใช้พลังงาน HIFES + RF ซึ่งช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น ลดริ้วรอย และทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นโดยไม่ต้องเจ็บตัว
- Ulthera เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับใบหน้าอย่างลึกถึงชั้น SMAS เทคโนโลยี Micro-Focused Ultrasound สามารถกระตุ้นคอลลาเจนและช่วยให้โครงสร้างผิวกระชับขึ้น ลดความหย่อนคล้อยของใบหน้าและลำคอ
จากการใช้งานจริงของผู้ที่เคยทำ Emface กับ Ulthera พบว่า ทั้งสองเทคโนโลยีให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน และสามารถเลือกทำตัวใดตัวนึงหรือทำร่วมกันได้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุด อย่างไรก็ตามควรเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละคนครับ
เปรียบเทียบเครื่อง Emface กับ Ulthera แตกต่างกันอย่างไร ?
เมื่อเปรียบเทียบ Emface กับ Ulthera ทั้งสองเทคโนโลยีนี้ เราจะพบความแตกต่างหลายอย่าง ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพของผลลัพธ์และความเหมาะสมกับแต่ละบุคคล
คุณสมบัติ | Emface | Ulthera |
---|---|---|
พลังงานที่ใช้ | RF + HIFES (คลื่นความถี่วิทยุ + การกระตุ้นกล้ามเนื้อด้วยไฟฟ้า) | Micro-Focused Ultrasound (อัลตร้าซาวด์แบบโฟกัส) |
กลไกการทำงาน | กระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้าโดยตรง และให้ความร้อนแก่ผิวชั้นกลาง | ส่งความร้อนไปยังผิวชั้นลึก เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน |
ระดับความลึก | กล้ามเนื้อ + ผิวชั้นบน (ลึก 2-3 mm) | ชั้นบน, ชั้นไขมัน และชั้น SMAS (ลึก 4.5 mm) |
จุดเด่นของเทคโนโลยี | ทำงานทั้งชั้นกล้ามเนื้อและผิวชั้นบนพร้อมกัน | มีหน้าจอแสดงภาพชั้นผิวแบบเรียลไทม์ |
เหมาะกับใคร | คนที่ต้องการกระชับผิวแบบเจ็บไม่มาก | คนที่ต้องการผลลัพธ์ชัดเจนระยะยาว |
ความรู้สึกขณะทำ | อุ่น ๆ เจ็บเล็กน้อย | รู้สึกจี๊ด ๆ ถึงผิวชั้นลึก |
ระยะเวลาการเห็นผล | 1 เดือน | 2-3 เดือน |
อยู่ได้นาน | 6-12 เดือน | 1 ปี |
การพักฟื้น | ไม่ต้องพักฟื้น | ไม่ต้องพักฟื้น |
ราคาต่อครั้ง | เริ่มต้น 15,000.-/ครั้ง | เริ่มต้น 26,000.-/200 Line |
เปรียบเทียบ Ulthera กับเครื่องยกกระชับอื่น ๆ
ปัจจุบันมีเทคโนโลยียกกระชับหน้าให้เลือกเยอะขึ้น ซึ่ง Ulthera, HIFU, Thermage และ Oligio ต่างเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ได้รับความนิยมครับ โดยแต่ละเครื่องจะมีหลักการทำงานและจุดเด่นที่แตกต่างกันไป
Ulthera กับ HIFU
Ulthera กับ Hifu ใช้คลื่นอัลตราซาวด์ในการยกกระชับผิวเหมือนกัน แต่ Ulthera จะใช้ Micro-Focused Ultrasound (MFU) ที่สามารถโฟกัสพลังงานได้ลึกกว่าและแม่นยำกว่าครับ
- ระดับความลึก : Ulthera ลงลึก 4.5 mm ส่วน HIFU ลงลึก 3.0 – 4.5 mm
- ผลลัพธ์หลังทำทันที : Ulthera เห็นผลหลังทำทันทีประมาณ 30% ส่วน Hifu จะเห็นผลหลังทำทันทีประมาณ 20%
- ผลลัพธ์อยู่ได้นาน : Ulthera อยู่ได้นาน 1 ปี ส่วน Hifu อยู่ได้นาน 5-6 เดือน
- ความถี่ในการทำ : Ulthera 1 ครั้ง/ปี ส่วน Hifu 2-3 ครั้ง/ปี
Ulthera กับ Thermage
Ulthera กับ Thermage จะใช้พลังงานและกลไกการทำงานที่แตกต่างกันครับ Thermage จะใช้คลื่นวิทยุความถี่สูง (RF: Radio Frequency) ในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ ทำให้ผิวแน่นขึ้น แต่ไม่ได้เน้นการยกกระชับลึกถึงชั้น SMAS แบบ Ulthera
- พลังงานที่ใช้ : Ulthera ใช้อัลตร้าซาวด์ ขณะที่ Thermage ใช้คลื่นความถี่วิทยุ (RF)
- ชั้นผิวที่ทำงาน : Ulthera ลงลึกถึงชั้น SMAS ส่วน Thermage ลงลึกถึงชั้นผิวหนังแท้และชั้นไขมัน
- พลังงานที่ปล่อย : Ulthera ปล่อยแบบจุดไข่ปลาเล็ก ๆ เรียงกันเป็นเส้นตรงใต้ผิว ส่วน Thermage ปล่อยความร้อนออกมาแบบ Column ลักษณะเป็นวงกว้าง
- เหมาะกับปัญหา : Ulthera เหมาะกับใบหน้าหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด ส่วน Thermage เหมาะกับผิวหย่อนคล้อย มีไขมันใต้ผิว มีเหนียง
Ulthera กับ Oligio
Ulthera กับ Oligio (รอลิงก์) เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเรื่องยกกระชับผิวเหมือนกัน แต่ใช้พลังงานไม่เหมือนกันครับ
- พลังงานที่ใช้ : Ulthera ใช้อัลตร้าซาวด์ ส่วน Oligio ใช้คลื่นความถี่วิทยุ (RF) แบบ Monopolar
- เหมาะกับปัญหา : Ulthera เน้นการยกกระชับลึกถึงชั้น SMAS ในขณะที่ Oligio นอกจากกระชับแล้วยังช่วยในเรื่องรูขุมขน ผิวหมองคล้ำ และความยืดหยุ่นของผิว
- ความเจ็บ : Oligio เจ็บน้อยกว่า Ulthera
- ระยะเวลาทำ : Oligio ใช้เวลาทำเพียง 20-30 นาที ในขณะที่ Ulthera ใช้เวลา 60-90 นาที
- ความถี่ในการทำ : Oligio แนะนำให้ทำ 3-4 ครั้ง ห่างกัน 2-4 สัปดาห์ ส่วน Ulthera ทำเพียง 1ครั้ง/ปี
เครื่อง Emface กับ Ulthera เหมาะกับใคร ?
Emface กับ Ulthera เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวแตกต่างกัน โดยสามารถเลือกได้ตามลักษณะปัญหาผิวของแต่ละบุคคลครับ
Emface เหมาะกับ
- ผู้ที่ต้องการกระชับกล้ามเนื้อใบหน้าให้แข็งแรงขึ้น
- ผู้ที่อยู่ระหว่างการพักหน้าจากการฉีด Toxin หรือมีอาการดื้อโบท็อก
- ผู้ที่มีใบหน้าหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง
- ผู้ที่ต้องการลดริ้วรอยโดยไม่ใช้เข็ม หรือไม่ต้องการฉีดสารเติมเต็ม
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวหน้าให้ดูอ่อนเยาว์แบบไม่เจ็บ
- ผู้ที่ต้องการให้กรอบหน้าชัดขึ้นโดยไม่ต้องพักฟื้น
Ulthera เหมาะกับ
- ผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อยระดับปานกลางถึงมาก
- ผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวลึกถึงชั้น SMAS
- ผู้ที่ต้องการลดริ้วรอยร่องลึก เช่น ร่องแก้ม หนังตาตก
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ระยะยาวโดยไม่ต้องทำซ้ำบ่อย
- ผู้ที่อายุ 25 ปีขึ้นไป เริ่มมีปัญหาความหย่อนคล้อยของผิว
- ผู้ที่ต้องการยกกระชับใบหน้าแบบไม่ใช้เข็มหรือศัลยกรรม
- ผู้ที่อยากให้กรอบหน้าชัดขึ้น แต่ไม่อยากพักฟื้น
Emface กับ Ulthera ทำตำแหน่งใดได้บ้าง ?
ทั้ง Emface และ Ulthera สามารถทำได้หลายตำแหน่งครับ เช่น
Emface นิยมทำตำแหน่ง
- ใบหน้า
- กรอบหน้า
- หน้าผาก
- แก้ม
- มุมปาก
*Emface มีข้อจำกัดในการทำบริเวณลำคอ และไม่สามารถเข้าถึงชั้นผิวได้ลึกมากเท่า Ulthera
Ulthera นิยมทำตำแหน่ง
- ใบหน้า
- กรอบหน้า
- ลำคอ
- ใต้คาง
- รอบดวงตา
- หางคิ้ว
- หน้าอก
- ท้องแขน และ หน้าท้อง
*Ulthera มีความหลากหลายในการปรับพลังงาน ทำให้สามารถทำได้หลากหลายตำแหน่งและปรับให้เหมาะกับแต่ละตำแหน่งได้
คลิกอ่านเพิ่มเติม : ยกกระชับ Ulthera ทั่วหน้า ใช้กี่ช็อต (shot) / ไลน์ (line) ถึงเห็นผล ?
ทำ Emface กับ Ulthera ราคาเท่าไหร่ ?
Emface ราคาเริ่มต้น 15,000.-/ครั้ง ส่วน Ulthera ราคาเริ่มต้น 26,000.-/200 Line ครับ
ทั้ง Emface กับ Ulthera ราคาจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ตำแหน่งที่ทำ, จำนวนช็อตที่ใช้, โปรโมชันของแต่ละคลินิก และประสบการณ์ของแพทย์ครับ
โปรโมชัน Ulthera ราคาพิเศษ จาก V Square Clinic

เลือกคลินิกทำ Emface กับ Ulthera ต้องพิจารณาอะไรบ้าง ?

การเลือกคลินิกทำ Emface กับ Ulthera ที่ไหนดี ที่ได้มาตรฐานมีความสำคัญมากครับ เพราะเป็นหัตถการที่ต้องใช้เครื่องแท้และแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด
ปัจจัยที่ต้องพิจารณาในการเลือกคลินิก
- ควรเลือกคลินิกที่ใช้เครื่อง Emface กับ Ulthera แท้ ที่ได้รับการรับรองจาก FDA และผ่านมาตรฐานสากล
- ควรเลือกคลินิกที่มีแพทย์ที่ผ่านการฝึกอบรมเฉพาะทาง และมีประสบการณ์ในการทำหัตถการนี้โดยตรง
- ดูผลลัพธ์ก่อนและหลังทำจากผู้ที่เคยใช้บริการจริง เพื่อประเมินความพึงพอใจ
- คลินิกควรได้รับอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข มีบรรยากาศสะอาด อุปกรณ์ครบครัน
- คลินิกที่ดีควรมีบริการติดตามผล และให้คำแนะนำในการดูแลผิวหลังทำหัตถการ เพื่อให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น
รีวิวก่อน – หลังทำ Ulthera ที่ V Square Clinic
หากคนไข้สนใจทำ Ulthera การดูรีวิวจากผู้ที่เคยใช้บริการจริงเป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการตัดสินใจ โดยเฉพาะการรับบริการจาก V Square Clinic ซึ่งมีรีวิวจากผู้ใช้บริการจริงที่สามารถแสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ที่ชัดเจนและน่าพึงพอใจครับ

วันที่ทำ 10/01/68 / หลังทำ 09/02/68
(พญ.ธนิสา สุภัทรกุล เลขว.47870)

วันที่ทำ 18/12/67 / หลังทำ 17/01/68
(นพ.ธนภัทร จิตร์ไทย เลข ว.49640)
*ผลจากการเข้ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย
(นพ.สิทธินันท์ มะโนปีน เลข ว.40440)
Emface กับ Ulthera เครื่องไหนเห็นผลกว่ากัน ?
Emface กับ Ulthera ทั้งสองตัวให้ผลลัพธ์ที่ดีในการช่วยยกกระชับผิว แต่ก็ดีกันคนละแบบครับ
อย่าง Emface ให้ผลลัพธ์ที่เร็วกว่า โดยจะเห็นผลใน 1 เดือน เพราะเป็นการกระตุ้นกล้ามเนื้อโดยตรง ทำให้เห็นผลเรื่องยกกระชับเร็ว โดยทั่วไปแนะนำให้ทำ 3-4 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 1 สัปดาห์ เพื่อผลลัพธ์ที่ดี
ส่วน Ulthera มีข้อได้เปรียบในแง่ค่าพลังงานที่สูง สามารถส่งไปถึงผิวชั้น SMAS ทำให้ได้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกับการผ่าตัดดึงหน้ามากกว่า ช่วยยกกระชับหน้า ลดความหย่อนคล้อยได้ตรงจุด แต่อาจใช้เวลา 2-3 เดือน กว่าจะเห็นผลชัดเจนครับ
สรุปการเลือกใช้
- เลือก Emface หากต้องการกระชับกล้ามเนื้อ และลดริ้วรอยแบบไม่เจ็บ
- เลือก Ulthera หากต้องการยกกระชับลึกถึงชั้น SMAS และผลลัพธ์ที่อยู่ได้นานกว่า
สามารถทำ Emface กับ Ulthera ร่วมกันได้ไหม ?
Emface กับ Ulthera สามารถทำร่วมกันได้ครับ โดยทั้งสองเทคโนโลยีทำงานเสริมกันได้อย่างลงตัว
- Emface เน้นกระชับกล้ามเนื้อและช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้น
- Ulthera เน้นยกกระชับลึกถึงชั้น SMAS ช่วยแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยอย่างเห็นได้ชัด
ข้อดีของการทำ Emface และ Ulthera ร่วมกัน
- ได้ทั้ง การกระชับกล้ามเนื้อ และ ยกกระชับโครงสร้างผิว
- ลดริ้วรอยและปรับรูปหน้าให้ดูเด็กลงโดยไม่ต้องศัลยกรรม
- ช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้นและเห็นผลเร็วขึ้น

ข้อควรรู้ : ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อกำหนดแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
Emface กับ Ulthera ทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ไหม ?
Emface กับ Ulthera สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่น ๆ ได้ เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการยกกระชับครับ เช่น
- โบท็อก เพื่อลดริ้วรอยเล็ก ๆ เช่น หน้าผาก หางตา ตีนกา หรือลดขนาดกล้ามเนื้อกราม ปรับหน้าเรียว
- ฟิลเลอร์ เพื่อเติมเต็มร่องลึก ปรับรูปหน้าให้สมดุล ช่วยเสริมผลลัพธ์ให้ผิวดูอิ่มฟูขึ้น
- เมโสหน้าใส เพื่อบำรุงผิวและฟื้นฟูความชุ่มชื้น ลดเลือนริ้วรอย ให้ผิวดูเปล่งปลั่งสุขภาพดี
- ร้อยไหม เพื่อยกกระชับ ยกแก้มหย่อน แก้ปัญหาแก้มตก ช่วยให้หน้าเรียวขึ้น
การทำ Emface กับ Ulthera ร่วมกับหัตถการอื่น ๆ อย่างเหมาะสม สามารถให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการทำเพียงหัตถการเดียว แต่ต้องมีการวางแผนอย่างรอบคอบและอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทั้งนี้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและลดความเสี่ยงจากผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นครับ
Emface กับ Ulthera ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน ?
- Emface ให้ผลลัพธ์ที่อยู่ได้นาน 6-12 เดือน หลังทำคอลลาเจนและกล้ามเนื้อจะค่อย ๆ ฟื้นตัวและทำให้ใบหน้าดูกระชับขึ้น แต่ควรเข้ารับการดูแลต่อเนื่อง เพื่อรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานขึ้น
- Ulthera ให้ผลลัพธ์ที่อยู่ได้นาน 1 ปี เพราะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นผิวเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการดึงหน้า การดูแลผิวที่ดีหลังทำ เช่น การใช้ครีมบำรุงและการปกป้องผิวจากแสงแดด จะช่วยยืดอายุของผลลัพธ์ให้ยาวนานขึ้น
Q&A Emface กับ Ulthera
การทำ Emface กับ Ulthera เจ็บไหม ?
- Emface ไม่เจ็บ รู้สึกอุ่น ๆ เท่านั้น ขณะทำอาจรู้สึกเหมือนมีแรงดึงเบา ๆ บริเวณกล้ามเนื้อ
- Ulthera อาจรู้สึกจี๊ด ๆ ลึกถึงชั้นผิว เพราะพลังงานอัลตราซาวด์โฟกัสไปยังชั้น SMAS แต่สามารถทายาชาหรือปรับระดับพลังงาน เพื่อลดความเจ็บได้
Emface กับ Ulthera ยกกระชับถึงผิวชั้นไหน ?
- Emface เน้นกระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้าและผิวชั้นบน ช่วยให้ผิวแน่นขึ้น
- Ulthera ยิงพลังงานลึกถึง ชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ใช้ในศัลยกรรมดึงหน้า ทำให้สามารถยกกระชับผิวได้ในระดับโครงสร้างลึก
ผลข้างเคียงเมื่อทำ Emface กับ Ulthera มีอะไรบ้าง ?
- ผิวอาจมีรอย แดงเล็กน้อย แต่จะหายไปเองภายในไม่กี่ชั่วโมง
- อาจรู้สึกตึง ๆ บริเวณที่ทำ เป็นอาการปกติของการกระตุ้นคอลลาเจนและกล้ามเนื้อ
- Ulthera อาจทำให้รู้สึก ปวดหน่วง ๆ เล็กน้อยหลังทำ แต่ไม่รุนแรงและสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
- ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น
Emface กับ Ulthera ทำกี่ครั้งเห็นผลลัพธ์ ?
- Emface ควรทำ 4 ครั้ง ห่างกัน 1 สัปดาห์ เพื่อให้กล้ามเนื้อใบหน้าแข็งแรงขึ้นและผิวดูกระชับ
- Ulthera ทำเพียง 1 ครั้ง และผลลัพธ์จะค่อย ๆ ดีขึ้นในช่วง 2-3 เดือน
สรุป Emface กับ Ulthera แบบไหนเหมาะกับใคร ?
Emface กับ Ulthera เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยยกกระชับผิวโดยไม่ต้องศัลยกรรม แต่มีหลักการทำงานและผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน ดังนั้นความเหมาะสมในการเลือกใช้ จึงขึ้นอยู่กับปัญหาผิวและความต้องการของแต่ละบุคคลครับ
- เลือก Emface หากต้องการกระชับกล้ามเนื้อใบหน้าให้แข็งแรงขึ้น ลดริ้วรอย และปรับโครงสร้างผิวหน้าให้เต่งตึงอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่รู้สึกเจ็บและไม่ต้องพักฟื้น
- เลือก Ulthera หากต้องการยกกระชับผิวลึกถึงชั้น SMAS แก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยที่ชัดเจน และต้องการผลลัพธ์ที่อยู่ได้นาน
อย่างไรก็ตาม ทั้ง Emface กับ Ulthera สามารถทำร่วมกันได้เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น โดยควรปรึกษาแพทย์ เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับสภาพผิว และความต้องการของแต่ละบุคคลครับ