
Profhilo สารฟื้นฟูผิวใหม่แห่งปี
Profhilo คือ นวัตกรรม BioRemodeling ตัวใหม่จากอิตาลี ที่เพิ่งนำเข้าไทยเมื่อช่วงก่อนต้นปี 2025 ไม่นานนี้เองครับ จุดเด่นที่ทางแบรนด์ชูโรงมาเลยคือ ตัวยาจะใช้สารที่ไม่เหมือนโปรแกรม Skin booster หรือ Biostimulator ตัวไหนเลยในท้องตลาด นั่นก็คือ Hybrid Cooperative Complex หรือ HCC ที่จะเข้ามาช่วย Remodeling ผิวโดยที่โครงหน้าไม่เปลี่ยนไปจากเดิม
Profhilo คืออะไร ? ได้รับความนิยมเพราะมีจุดเด่นด้านใด ? ให้ผลลัพธ์ต่างจาก Sculptra หรือ Radiesse ไหม ? ฉีด Profhilo อย่างไรให้เห็นผล ? กี่ครั้งเห็นผล อยู่ได้นานไหม ? ดูแลตัวเองหลังฉีดอย่างไร ? Profhilo ราคาเท่าไร ?
หมอจะตอบทุกข้อสงสัย พร้อมแชร์ข้อมูลแบบละเอียด เพื่อให้คนไข้รู้จักโปรแกรม Profhilo ฟื้นฟูสภาพผิวให้มากขึ้นกันครับ
สารบัญ Profhilo
Profhilo หัตถการฟื้นฟูสภาพผิวยอดนิยมล่าสุดต้อนรับปี 2025

Profhilo (โปรฟิโล) คือ สารที่ช่วยฟื้นฟูผิว และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนด้วยการปรับเปลี่ยนรูปร่าง หรือปรับโครงสร้างใหม่ของเซลล์บริเวณรอบ ๆ ผิวหนังทุกระดับชั้นโดยไม่เพิ่มปริมาตรหรือทำให้รูปหน้าเปลี่ยนไปจากเดิมมาก
ผลลัพธ์ที่ได้ คือ ผิวดูอิ่มฟู กระชับ ชุ่มชื้น และสุขภาพดีขึ้นในระยะยาว อีกทั้งยังช่วยลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ เหมาะกับคนที่ต้องการฟื้นฟูผิวแบบองค์รวมครับ
หลักการทำงานของ Profhilo
เมื่อฉีด Profhilo เข้าสู่ผิว ตัวยาจะกระจายตัวไปตามชั้นผิวหนัง และเข้าไปกระตุ้นการทำงานของเซลล์ 4 องค์ประกอบด้วยกันครับ คือ
- Keratinocytes (เซลล์หนังกำพร้า) ช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว ทำให้ผิวดูสดใสและกระจ่างใสมากยิ่งขึ้น
- Fibroblast (เซลล์คอลลาเจน) ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวลึก
- Adipocyte (เซลล์ไขมัน) ช่วยเพิ่มปริมาณเซลล์ไขมันในผิว ทำให้ผิวดูเต็มอิ่ม มี Baby Fat
- Myocyte (เซลล์กล้ามเนื้อ) ช่วยสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อใต้ผิว ลดความหย่อนคล้อย คืนความกระชับ
สรุป หลักการทำงานของ Profhilo ไม่เพียงแค่ช่วยฟื้นฟูผิวในระดับผิวเผินเท่านั้น แต่ยังเข้าไปซ่อมแซมและกระตุ้นการทำงานของเซลล์ในชั้นโครงสร้างผิว ผลลัพธ์ที่ได้คือผิวมีความยืดหยุ่น แข็งแรง และสุขภาพดี ทำให้ Profhilo เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากมีผิวเด็กครับ
Profhilo มีส่วนประกอบสำคัญอะไรบ้าง ?
Profhilo มี Hyaluronic Acid (HA) เป็นส่วนประกอบหลักครับ
โดย HA มีความเข้มข้นสูงถึง 32 mg/ml ซึ่งมากสุดในปัจจุบันเมื่อเทียบกับ HA ในโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 20-28 mg/ml เป็นการผสมผสานระหว่าง HA โมเลกุลเล็กและใหญ่ที่ทำงานร่วมกันในโครงสร้าง Hybrid Cooperative Complex (HCC) ทำให้สารมีความเสถียร กระจายตัวได้ดี และออกฤทธิ์ได้นานครับ
Profhilo มี Hyaluronic Acid แต่ทำไมไม่ใช่โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ ?

แม้ Profhilo จะมีส่วนประกอบหลักเป็น Hyaluronic Acid (HA) แต่ถ้าให้จัดอยู่ในกลุ่มสารเติมเต็มโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ไปเลยก็พูดได้ไม่เต็มปากครับ เพราะฉีดเพื่อเติมเต็มใบหน้าก็ไม่ใช่ ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวทันทีแบบ HA Filler ก็ไม่เชิง
ถ้าจะให้หมออธิบายจริง ๆ หมอขอจัด Profhilo ไปอยู่ในกลุ่มพิเศษจะเข้าใจง่ายกว่าครับ เพราะ HA ใน Profhilo ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อเติมเต็ม แต่เน้นฟื้นฟูผิวในเชิงโครงสร้าง (Bio-Remodeling) ด้วยการกระตุ้น การสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน
คุณสมบัตินี้เกิดจากเทคโนโลยี NAHYCO® ที่ช่วยผสาน HA โมเลกุลเล็กและใหญ่เข้าด้วยกันในรูปแบบ Hybrid Cooperative Complex (HCC) ทำให้ HA สามารถกระจายตัวได้ดี ไม่เป็นก้อน บวมช้ำน้อย ผลลัพธ์ที่ได้ คือ ผิวอิ่มฟู ชุ่มชื้น เรียบเนียน แน่นกระชับ
ด้วยเหตุผลนี้ Profhilo จึงถูกจัดให้เป็น Bio-remodeling Agent รูปแบบใหม่ที่เน้นการฟื้นฟูผิวมากกว่าโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ที่เน้นการเติมเต็มเพียงอย่างเดียวครับ

ข้อควรรู้ : โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ HA ถูกออกแบบมาเพื่อเติมเต็มร่องลึกเฉพาะจุด เช่น ร่องแก้ม ร่องใต้ตา หรือฉีดปรับรูปหน้า โดยใช้ HA ที่ผ่านกระบวนการ Crosslinking มีเชื่อมโยงโมเลกุลด้วยสารเคมี BDDE ทำให้อยู่ในรูปเจล มีความคงตัวสูง ฉีดจุดไหนอยู่จุดนั้น ช่วยแก้ปัญหาร่องลึก หน้าตอบ แก้มตอบ ใต้ตาลึก ขมับยุบได้ดี แก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุมากกว่า Profhilo ครับ
ฉีด Prohilo แล้วยังจำเป็นต้องทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ไหม ?

ขึ้นอยู่กับปัญหาผิวและความต้องการของแต่ละคนเลยครับ ถ้าต้องการฟื้นฟูผิวโดยรวม ฉีด Profhilo ตัวเดียวก็เพียงพอแล้ว
แต่สำหรับใครที่มีปัญหาร่องลึกจากกระดูกทรุด ชั้นไขมันลดลง ผิวเสื่อมตามวัย เช่น ร่องแก้ม ร่องใต้ตา หรือต้องการปรับรูปหน้าอย่าง ปาก คาง ขมับ หมอมองว่าโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ยังคงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม ช่วยแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดมากกว่าครับ
หรือใครที่อยากฉีด Profhilo และโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ร่วมกัน ก็สามารถฉีดได้ครับ ตัวอย่างเช่น
- ฉีด Profhilo เพื่อฟื้นฟูผิว เพิ่มความชุ่มชื้น และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในระยะยาว
- โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ เพื่อเติมเต็มในบริเวณที่ต้องการ เช่น ร่องลึก หรือปรับโครงหน้าให้ได้รูป
ดังนั้น คำแนะนำที่เหมาะสมที่สุด ควรมาจากการปรึกษาแพทย์ที่สามารถประเมินสภาพผิวและความต้องการของแต่ละคน เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุด
เทคโนโลยีและกระบวนการผลิตที่ทำให้ Profhilo แตกต่าง

Profhilo ใช้เทคโนโลยี NAHYCO® มาเชื่อม HA โมเลกุลเล็กและใหญ่เข้าด้วยกัน โดยใช้เทคนิคควบคุมอุณหภูมิความเย็นและความร้อน ทำให้ตัว High และ Low Molecular Weight ของ HA มาผสานรวมกัน แล้วเกิดเป็น HA ตัวใหม่ที่ชื่อว่า Hybrid Cooperative Complex (HCC) ทำให้มีคุณสมบัติพิเศษในการฟื้นฟูโครงสร้างผิวทุกชั้น
- การกระจายตัวที่ดีเยี่ยมในชั้นผิว : HCC ทำให้สารออกฤทธิ์สามารถกระจายตัวได้อย่างสม่ำเสมอในทุกชั้นผิว ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน
- การกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน : เทคโนโลยี NAHYCO ช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ Fibroblast ในการผลิตคอลลาเจนและอีลาสติน ส่งผลให้ผิวแข็งแรงและยืดหยุ่นมากขึ้น
- ปราศจากการใช้สารเคมี Cross-Linker : ต่างจากโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ทั่วไปที่มักใช้สาร BDDE ในการเชื่อมโมเลกุล Hyaluronic Acid แต่เทคโนโลยี NAHYCO จะใช้กระบวนการทางความร้อนแทน จึงลดความเสี่ยงในการระคายเคืองหรือผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น
Profhilo มีส่วนช่วยโดดเด่นในด้านไหน ?

- ฟื้นฟูโครงสร้างผิวระดับลึก
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ได้มากกว่า HA ทั่วไปถึง 12 เท่า
- เพิ่มการทำงานของเซลล์ Fibroblast ด้วยการเร่งการฟื้นฟูเซลล์ผิว
- มอบความชุ่มชื้นด้วย HA ความเข้มข้นสูง
- ช่วยให้ผิวเต่งตึง อิ่มน้ำ ลดการสูญเสียน้ำจากผิว
- ปรับสภาพผิวให้แข็งแรงและมีสุขภาพดี
- ลดความหย่อนคล้อยของผิว เพิ่มความกระชับให้ผิวหน้า
- ไม่ทำให้หน้าบวมหรือผิดรูป
Profhilo เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาแบบไหนบ้าง ?
- ผู้ที่ผิวขาดน้ำ ผิวดูหมองคล้ำ หรือมีลักษณะผิวแห้งจนไม่สามารถเก็บความชุ่มชื้นได้
- ผู้ที่เริ่มมีริ้วรอยเล็ก ๆ ปรับปรุงโครงสร้างผิวให้แน่นกระชับ
- ผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยในระดับเบื้องต้นถึงปานกลาง ผิวหลวม
- ผู้ที่มีปัญหาผิวที่มีรูขุมขนกว้าง หลุมสิว รอยสิว รอยแผลเป็น
- ผู้ที่ไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงลักษณะใบหน้า แต่เน้นการฟื้นฟูสุขภาพผิวให้ดูดีขึ้นโดยรวม
- ผู้ที่เคยทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์หรือ Sculptra เพื่อเติมเต็มใบหน้า และต้องการเสริมความเรียบเนียนของผิวชั้นตื้น
- ผู้ที่ต้องการดูแลผิวตั้งแต่อายุ 25 ปีขึ้นไป เพื่อชะลอการเสื่อมสภาพของผิว
เปรียบเทียบ Profhilo กับ Sculptra และ Radiesse และ Biostimulator ตัวอื่น ๆ
เมื่อพูดถึงการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว มีอีกหลายตัวเลยครับที่น่าสนใจ แต่ที่นิยมแบบตีคู่กันมาติด ๆ คือ Sculptra และ Radiesse
ไปดูกันครับว่าแต่ละชนิดมีความโดดเด่นต่างกันอย่างไร พร้อมเทียบ Biostimulator ตัวอื่น ๆ ในท้องตลาด ให้คนไข้ได้ตัดสินใจกันด้วยครับ
Sculptra
Sculptra คืออะไร ? ช่วยแก้ปัญหาอะไรบ้าง ? เหมาะกับใคร ฉีดตำแหน่งไหนใช้กี่ CC ?
Sculptra คือ สารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่เป็นอนุภาคของสาร Poly-L-Lactic acid หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า PLLA เน้นเพิ่มความหนาของผิวจากการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน Type I ได้ถึง 66.5% ช่วยให้ผิวกระชับ แน่นเฟิร์ม อิ่มฟู ยืดหยุ่นโครงสร้างผิวแข็งแรงจากภายใน ผลลัพธ์อยู่ได้ 2 ปี
Radiesse
เจาะลึก Radiesse คืออะไร ช่วยอะไรบ้าง เหมาะกับปัญหาแบบไหน ?
Radiesse คือ สารกระตุ้นคอลลาเจน ที่มีส่วนประกอบสำคัญคือ CaHA microsphere เด่นในการฟื้นฟู Fibroblast ทำให้เกิดการกระตุ้นสารสำคัญในร่างกาย ได้แก่ Collagen Type 1 และ Type 3, Elastin, Angiogenesis และ Proteoglycans ช่วยให้ผิวแน่นขึ้น เฟิร์มกระชับ ลดริ้วรอยเล็ก ๆ ให้ผลลัพธ์ทันทีในการเติมเต็ม ผลลัพธ์อยู่ได้ 2 ปี
เมื่อเทียบกันแล้วจะเห็นว่า Sculptra กับ Radiesse จะเด่นในด้านกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวชั้นลึกมากกว่า ซึ่งต่างจาก Profhilo ที่สามารถฉีดผิวชั้นตื้นได้ด้วย
แต่ถ้าใครที่ต้องการงานผิวชั้นลึกและโครงสร้างผิว อย่างการยกกระชับ เพิ่มความหนาแน่น และต้องการให้ผิวดูเด็กลง Sculptra กับ Radiesse จะตอบโจทย์ แก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุกว่าครับ
Biostimulator ตัวอื่น ๆ
- Juvelook เป็น Hybrid Biostimulator มี PDLLA และ Hyaluronic เป็นส่วนประกอบหลัก เน้นกระตุ้นคอลลาเจน ช่วยกระจายให้ริ้วรอยตื้นขึ้น ลดรอยแผลเป็น
- Neauvia เป็นโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์แบบ Non Cross-Linked HA + 1% CaHA เน้นปรับคุณภาพผิว เพิ่มความยืดหยุ่น ผิวอิ่มฟู
- Ultracol 200 เป็น Biostimulator ที่ใช้สาร PDO (Polydioxanone) เป็นส่วนประกอบหลัก เน้นเพิ่มคอลลาเจน ทำให้ผิวดูแน่นกระชับ กระจ่างใส
- Gouri มีส่วนประกอบหลัก คือ PCL (Polycaprolactone) เน้นกระตุ้นคอลลาเจนและฟื้นฟูผิวแบบ Glass Skin
Collagen Biostimulator หรือ โปรแกรม Skin booster แต่ละยี่ห้อมีจุดเด่นและคุณสมบัติที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ปัญหาผิวที่แตกต่างกัน ดังนั้นการเลือกใช้แต่ละยี่ห้อ ควรพิจารณาจากสภาพผิว ปัญหาที่ต้องการแก้ไข ระยะเวลาที่ต้องการเห็นผลลัพธ์ และการปรึกษาแพทย์ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีครับ
ฉีด Profhilo อย่างไร ให้เห็นผล ?
การฉีด Profhilo ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี จำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์ของแพทย์และการวางแผนที่เหมาะสม ด้วยเทคนิคการฉีดที่เรียกว่า BAP (Bio Aesthetic Points) โดยฉีด 5 จุด/ใบหน้า 1 ข้าง และ 15 จุด ทั่วลำคอ เพื่อให้สารกระจายตัวอย่างเหมาะสม ซึ่งเป็นเทคนิคมาตรฐานที่ได้รับการพัฒนาเฉพาะสำหรับ Profhilo ครับ
ฉีด Profhilo กี่ CC เพื่อให้เห็นผล ?
Profhilo 1 หลอดจะมี 2 cc ซึ่งคำแนะนำในการฉีดทั้งหมดจะใช้เพียง 2-4 CC ก็เพียงพอแล้วครับ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของคนไข้แต่ละคนด้วย
ฉีด Profhilo กี่ครั้งเห็นผล ?
แนะนำให้ฉีดติดกัน 2 ครั้ง โดยเว้นระยะห่าง 1 เดือน (รวม 2 หลอด) แต่ถ้าในเคสที่มีปัญหาเยอะ ๆ มีหลุมสิว สามารถฉีด 3 ครั้ง เพื่อให้เกิดการกระตุ้นคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง เห็นผลที่ชัดเจนขึ้นครับ
ฉีด Profhilo กี่วันเห็นผล ? อยู่ได้นานไหม ? ฉีดซ้ำได้ไหม ?
- เริ่มเห็นผลใน 7-14 วันแรก : ผิวจะเริ่มชุ่มชื้นและดูสดใสขึ้น
- เห็นผลชัดใน 1-2 เดือน : ผิวได้รับการฟื้นฟูอย่างเต็มที่ ทั้งความยืดหยุ่น ความชุ่มชื้น และความเรียบเนียน ริ้วรอยเล็ก ๆ จะค่อย ๆ ลดลง
- ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 6-12 เดือน : ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลรักษาของแต่ละคน
- ฉีดซ้ำได้ทุก 6 เดือน : เพื่อคงผลลัพธ์และกระตุ้นการฟื้นฟูผิวอย่างต่อเนื่อง
Profhilo ฉีดแล้วมีโอกาสไม่เห็นผลไหม ?
โอกาสที่จะฉีด Profhilo แล้วไม่เห็นผลนั้นมีน้อย หากเลือกฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์และใช้ Profhilo แท้ครับ ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อผลลัพธ์ ได้แก่
- สภาพผิว : หากผิวเสื่อมสภาพมากหรือขาดการดูแลในระยะยาว อาจต้องใช้เวลามากขึ้นในการฟื้นฟู
- อายุ : อายุที่มากขึ้น การสร้างคอลลาเจนอาจช้าลง
- การตอบสนองของร่างกาย : บางคนอาจมีการตอบสนองต่อการกระตุ้นคอลลาเจนที่แตกต่างกัน
- พฤติกรรมการใช้ชีวิต : การสูบบุหรี่, ดื่มแอลกอฮอล์ หรือ นอนดึก พักผ่อนไม่เพียงพอ
- การดูแลผิวหลังทำ : ขาดการบำรุงผิวที่เหมาะสม ไม่ทาครีมกันแดด ไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์
สรุปแล้ว การฉีด Profhilo มีโอกาสประสบความสำเร็จสูง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างคนไข้และแพทย์ รวมถึงการดูแลตัวเองที่เหมาะสมร่วมด้วย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีครับ
หลังฉีด Profhilo ดูแลตัวเองอย่างไร ให้เห็นผลลัพธ์ชัดเจน และอยู่ได้นาน ?
เพื่อให้ผลลัพธ์จากการฉีด Profhilo ชัดเจนและอยู่ได้นาน ควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณที่ฉีดใน 24 ชั่วโมงแรก เพื่อป้องกันการติดเชื้อและลดการระคายเคือง
- หลีกเลี่ยงความร้อนสูงในช่วง 1 สัปดาห์แรก เช่น ซาวน่า การอาบน้ำอุ่น หรือการออกกำลังกายหนัก ที่อาจทำให้การกระจายตัวของสารลดลง
- งดการใช้สกินแคร์ที่มีสารระคายเคือง เช่น กรด AHA/BHA หรือเรตินอลในช่วงสัปดาห์แรก
- เน้นการให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวโดยใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่เหมาะสม และดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของ Hyaluronic Acid
- ทาครีมกันแดดทุกวัน เพื่อป้องกันรังสี UV ที่อาจทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินในผิว
- ปรึกษาแพทย์ตามนัด เพื่อประเมินผลลัพธ์และวางแผนการฉีดซ้ำในอนาคต
Profhilo ราคาเท่าไร ?
Profhilo ราคาเริ่มต้นที่ 25,xxx.- / กล่องครับ จะต่างกันไปตามโปรโมชั่นแต่ละคลินิก จำนวน CC ที่ใช้ และการประเมินสภาพผิวของแต่ละคน
สรุป Profhilo ควรค่าแก่การฉีดไหม ?
Profhilo ถือว่าเป็นตัวกระตุ้นคอลลาเจนอีกหนึ่งยี่ห้อที่น่าสนใจสำหรับใครที่ต้องการฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายในโดยไม่เพิ่มวอลลุ่ม ไม่อยากให้โครงหน้าเปลี่ยนไปจากเดิมมาก และสามารถคงผลลัพธ์ได้นานครับ หากใครที่มีปัญหาผิวหน้าที่ต้องการแก้ไข หรือบำรุงเพิ่มเติม สามารถเข้ามาปรึกษาหมอได้ทุกสาขา หรือจะส่งรูป แจ้งปัญหาให้หมอช่วยวิเคราะห์ได้ทางออนไลน์ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายครับ