CaHA คืออะไร ? เหมาะกับใคร ? ต่างจาก HA Filler อย่างไร ? ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ?

Categories
Skin Booster
CaHA

CaHA

CaHA หรือ Calcium Hydroxylapatite (แคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์) เป็นสารเติมเต็มที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในวงการแพทย์ความงาม เพราะนอกจากช่วยเติมเต็มในทันที ยังมีคุณสมบัติกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวอย่างเป็นธรรมชาติ

ในบทความนี้หมอได้รวมข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับ CaHA คืออะไร ? กลไกการทำงาน ข้อดี-ข้อควรระวัง ความปลอดภัย รวมถึงหัตถการยอดนิยมที่มี CaHA เป็นส่วนประกอบ เพื่อเป็นแนวทางให้คนไข้สามารถตัดสินใจเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะกับสภาพผิวและความต้องการของตัวเองได้อย่างมั่นใจครับ

คลิกอ่านหัวข้อ CaHA


CaHA คืออะไร ?

CaHA หรือชื่อเต็มว่า Calcium Hydroxylapatite คือสารเติมเต็มชนิดหนึ่งที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในการฟื้นฟูสภาพผิว เติมเต็มร่องลึก และยกกระชับผิวหน้า มีคุณสมบัติเด่นคือช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวตามธรรมชาติ

โดย CaHA ประกอบด้วยอนุภาคแคลเซียมที่มีลักษณะคล้ายโครงสร้างกระดูกของมนุษย์ ทำให้สามารถเข้ากันได้ดีกับร่างกาย และสลายตัวไปเองตามธรรมชาติ โดยไม่ทิ้งสารตกค้าง


CaHA ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนได้อย่างไร ?

CaHA หรือ Calcium Hydroxylapatite ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนได้ด้วย “กระบวนการกระตุ้นการซ่อมแซมผิวตามธรรมชาติของร่างกาย” ครับ

เมื่อฉีด CaHA เข้าไปในชั้นผิว สารนี้จะอยู่ในรูปของ ไมโครสเฟียร์ (Microspheres) ขนาดเล็กกระจายอยู่ในเจล ทำหน้าที่เติมเต็มริ้วรอย ช่วยเพิ่มวอลลุ่มในบริเวณที่ฉีดทันที หลังจากนั้นร่างกายจะค่อย ๆ สลายเจลออก และเหลือเม็ด CaHA เล็ก ๆ กระจายอยู่ในผิว

เม็ด CaHA เหล่านี้จะทำหน้าที่คล้าย “โครงร่าง” ให้เซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblasts) เข้ามายึดเกาะ และกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นใหม่อย่างต่อเนื่อง ผลที่ได้คือผิวมีความหนาแน่น แข็งแรง และยกกระชับขึ้นตามเวลา

กลไกการทำงานของ CaHA
อนุภาค CaHA กระจายตัวใต้ผิว ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ตามธรรมชาติ

CaHA ใช้แก้ปัญหาอะไรได้บ้าง ?

CaHA เป็นสารที่มีคุณสมบัติเด่นเรื่องการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนครับ จึงไม่ได้ช่วยแค่เติมให้ผิวดูเต็มทันที แต่ยังทำให้ผิวค่อย ๆ แน่น กระชับขึ้น เหมาะกับการแก้ปัญหาหลายอย่าง เช่น

  • เติมเต็มร่องลึก เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก หรือร่องใต้ตาลึกบางประเภท
  • ปรับรูปหน้า ให้กรอบหน้าคมขึ้น เติมขมับ คาง หรือ jaw line ให้สมส่วน
  • ยกกระชับผิวหย่อนคล้อย โดยเฉพาะผิวที่เริ่มขาดความยืดหยุ่น
  • แก้ปัญหาผิวบาง ผิวเหี่ยวย่น บริเวณใบหน้า คอ มือ ให้ดูเต่งตึงขึ้น
  • ปรับคุณภาพผิว ให้ดูเรียบเนียน แน่น และสุขภาพดี เพราะมีการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่อง

คลิกอ่านเพิ่มเติม : ปัญหาริ้วรอยร่องแก้ม เกิดจากอะไร ? รักษาให้หายถาวรได้ไหม ?


CaHA เหมาะกับใคร ?

CaHA เหมาะกับคนที่ต้องการทั้งการเติมเต็มและการกระตุ้นคอลลาเจนในคราวเดียวครับ โดยกลุ่มที่มักเหมาะกับการฉีดมีดังนี้

CaHA เหมาะกับใคร
  • ผู้ที่มีอายุ 25-30 ปีขึ้นไป ต้องการให้ผิวดูอ่อนเยาว์ขึ้นด้วยการกระตุ้นคอลลาเจนตามธรรมชาติ
  • ผู้ที่มีริ้วรอยร่องลึก เช่น ร่องแก้ม ร่องมุมปาก ร่องใต้ตา ต้องการฟื้นฟูสภาพผิวให้อิ่มฟู ดูแน่นและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น
  • ผู้ที่ใบหน้าหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด ต้องการเสริมมิติบนใบหน้าให้ดูสมดุล สัดส่วนสมมาตร
  • ผู้ที่มีปัญหาผิวเหี่ยว ผิวแห้งกร้าน รูขุมขนกว้าง ผิวหมองคล้ำ หน้าโทรม
  • ผู้ที่มองหาทางเลือกที่ช่วยทั้งเสริมโครงสร้างผิวและปรับคุณภาพผิวในเวลาเดียวกัน

CaHA ฉีดบริเวณไหนได้บ้าง ?

CaHA สามารถฉีดได้หลายตำแหน่ง ขึ้นอยู่กับจุดที่ต้องการปรับหรือเสริม เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก กรอบหน้า บริเวณหน้าแก้มหรือแก้มตอบ รวมถึงหลังมือเพื่อให้ผิวดูอิ่มฟูและกระชับขึ้น

คลิกดูข้อมูลตำแหน่งฉีด CaHA เพิ่มเติม

CaHA ฉีดจุดไหนได้บ้าง

ทั้งนี้ไม่แนะนำให้ฉีด CaHA ในบริเวณผิวที่บอบบางมาก เช่น รอบดวงตาและริมฝีปาก หากต้องการเติมเต็มร่องลึกใต้ตา หรือปรับรูปทรงริมฝีปากให้สวยได้รูป ควรเลือกใช้ฟิลเลอร์ประเภท Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งจะเหมาะกับบริเวณเหล่านี้มากกว่าครับ


ข้อดี-ข้อเสียของการฉีด CaHA ที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

ก่อนตัดสินใจฉีด CaHA ควรทำความเข้าใจทั้งข้อดีและข้อจำกัดของหัตถการอย่างรอบด้าน แม้ CaHA จะมีจุดเด่นในการปรับรูปหน้าและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้อย่างชัดเจน แต่ก็มีข้อควรระวังที่ควรทราบ เพื่อให้สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย

ข้อดีของการฉีด CaHA

  • CaHA ช่วยฟื้นฟูผิวถึงโครงสร้างชั้นใต้ผิว กระตุ้นคอลลาเจนในระยะยาว
  • ช่วยปรับคุณภาพผิว นอกจากเพิ่มวอลลุ่มแล้ว ยังทำให้ผิวเรียบเนียนและกระชับขึ้นเรื่อย ๆ หลังฉีด
  • ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ เมื่อฉีดโดยแพทย์ที่ชำนาญ เนื้อ CaHA จะกลืนไปกับผิวได้ดี ไม่เป็นก้อน
  • CaHA เป็นสารที่ร่างกายสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ มีความปลอดภัยสูง ได้รับการรับรองและใช้อย่างแพร่หลายทั้งในยุโรปและสหรัฐอเมริกา
  • ไม่ต้องพักฟื้นนาน หลังทำสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

ข้อเสียของการฉีด CaHA

  • ไม่สามารถสลายด้วยเอนไซม์ ต่างจากฟิลเลอร์ Hyaluronic Acid ที่สามารถใช้ Hyaluronidase เพื่อฉีดสลายฟิลเลอร์ได้ หากต้องการแก้ไข CaHA ต้องรอให้ร่างกายสลายเอง
  • หากฉีดตื้นเกินไปหรือเทคนิคไม่ถูกต้อง อาจเกิดผิวเป็นคลื่นหรือเป็นก้อนได้ จำเป็นต้องอาศัยเทคนิคและความชำนาญของแพทย์

คลิกอ่านเพิ่มเติม : ไฮยาลูรอน (Hyaluronic Acid) คืออะไร ? นำไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง ?


CaHA อันตรายไหม ?

CaHA (Calcium Hydroxylapatite) เป็นสารเติมเต็มที่มีความปลอดภัยสูง มีโครงสร้างคล้ายแคลเซียมในร่างกาย จึงเข้ากับเนื้อเยื่อได้ดี (Biocompatibility) มีโอกาสแพ้ต่ำ และไม่กระตุ้นให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง อีกทั้งยังสามารถสลายไปได้เองตามธรรมชาติ ได้รับการรับรองจากทั้ง อย. ไทย, US.FDA และ CE มีการใช้งานในวงการแพทย์ความงามทั่วโลกมาอย่างยาวนาน

จากงานวิจัยใน Journal of Drugs in Dermatology พบว่าอาการไม่พึงประสงค์ที่เกิดจากการฉีด CaHA เช่น บวม ช้ำ หรือคลำได้เป็นก้อนนั้น พบได้น้อย และส่วนใหญ่จะหายได้เองโดยไม่ต้องรักษาเพิ่มเติม และมีอัตราการเกิดผลข้างเคียงรุนแรงต่ำมาก (น้อยกว่า 0.3%)

ทั้งนี้ CaHA จำเป็นต้องฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ ใช้เทคนิคและผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน เพื่อความปลอดภัยสูงสุดและให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติครับ


การเตรียมตัวก่อนฉีด CaHA

  1. งดใช้ยาหรืออาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน, วิตามินอี, น้ำมันปลา, โสม, กระเทียมสกัด ควรงดอย่างน้อย 3-7 วันก่อนฉีด เพื่อช่วยลดรอยช้ำและเลือดออกง่าย
  2. หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ งดอย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนฉีด เพื่อช่วยให้แผลหายเร็วและลดโอกาสเกิดรอยช้ำ
  3. พักผ่อนให้เพียงพอ นอนหลับให้เต็มที่ ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดี
  4. เลี่ยงการทำหัตถการอื่นในบริเวณที่จะฉีด เช่น เลเซอร์, สครับผิว หรือทรีตเมนต์รุนแรง ภายใน 1 สัปดาห์ก่อนฉีด
  5. แจ้งประวัติสุขภาพและการแพ้ยาให้แพทย์ทราบ รวมถึงโรคประจำตัว การตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือเคยมีปัญหาจากการฉีดสารเติมเต็มมาก่อน

การดูแลหลังฉีด CaHA

  1. งดนวดหรือกดบริเวณที่ฉีด อย่างน้อย 6-12 ชั่วโมงแรก เพื่อป้องกันการเคลื่อนตัวของสารและให้ CaHA เซ็ตตัวได้ดี
  2. หลีกเลี่ยงความร้อนจัด เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ ออกกำลังกายหนัก หรือโดนแดด ภายใน 48 ชั่วโมงหลังฉีด เพื่อลดบวมและช้ำ
  3. งดดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ อย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพื่อลดการอักเสบและช่วยให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น
  4. ประคบเย็นใน 24 ชั่วโมงแรก ช่วยลดอาการบวม แดง หรือปวดเล็กน้อยหลังฉีด
  5. เลี่ยงการทำหัตถการหรือทรีตเมนต์อื่นบนใบหน้า เช่น เลเซอร์, Hifu, Ulthera หรือการนวดหน้า อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์หลังฉีด
  6. ดื่มน้ำให้เพียงพอและพักผ่อนให้เต็มที่ ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและฟื้นฟูผิว
  7. หากมีอาการผิดปกติ เช่น บวมแดงมาก ปวดรุนแรง หรือผิวซีดคล้ำ ควรรีบพบแพทย์ทันที

CaHA VS HA Filler ต่างกันอย่างไร ? แบบไหนดีกว่ากัน ?

การเลือกฉีด CaHA (Calcium Hydroxylapatite) หรือ HA Filler (Hyaluronic Acid) ควรพิจารณาจากคุณสมบัติ จุดประสงค์ และผลลัพธ์ที่ต้องการ เนื่องจากทั้งสองชนิดมีข้อดีต่างกัน ดังนี้ครับ

1.ส่วนประกอบหลัก

  • CaHA : ทำจากสาร Calcium Hydroxylapatite มีลักษณะเป็นไมโครสเฟียร์ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิว เหมาะกับการฟื้นฟูผิวและเพิ่มความกระชับในระยะยาว
  • HA Filler : ทำจากสาร Hyaluronic Acid ที่มีอยู่ตามธรรมชาติในผิว ช่วยเติมเต็มร่องลึกและเพิ่มวอลลุ่มทันที

2.กลไกการทำงาน

  • CaHA : ทำงานโดยการปล่อยอนุภาค CaHA เข้าไปในชั้นผิว ซึ่งอนุภาคเหล่านี้ทำหน้าที่เสมือน “โครงสร้าง” ให้เซลล์ผิวและไฟโบรบลาสต์มายึดเกาะ ส่งผลให้ร่างกายมีการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ตามธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง ผิวจึงยกกระชับและแน่นขึ้นในระยะยาว
  • HA Filler : ทำหน้าที่เติมเต็มทันทีหลังฉีด ด้วยคุณสมบัติในการกักเก็บน้ำได้ดีมาก จึงช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและทำให้บริเวณที่ฉีดดูอิ่มฟูขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

3.การใช้งาน

  • CaHA : เหมาะกับการยกกระชับ ฟื้นฟูโครงสร้างผิว ปรับผิวให้ตึงกระชับ เช่น กรอบหน้า แก้ม และมือ
  • HA Filler : เหมาะกับการเติมเต็มจุดที่ต้องการความแม่นยำสูง เช่น ร่องแก้ม ใต้ตา คาง หน้าผาก ขมับ หรือริมฝีปาก

4.ผลลัพธ์หลังฉีด

  • CaHA : เห็นผลค่อยเป็นค่อยไป เพราะต้องรอร่างกายสร้างคอลลาเจนเพิ่ม ผลลัพธ์จะคงอยู่ได้นาน 12-18 เดือน
  • HA Filler : เห็นผลทันทีหลังฉีด เหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าอย่างรวดเร็ว อยู่ได้ประมาณ 6-24 เดือน ขึ้นกับยี่ห้อฟิลเลอร์และตำแหน่งที่ฉีด

5.การสลาย

  • CaHA : ไม่สามารถสลายด้วยเอนไซม์ ต้องรอให้ร่างกายสลายตามธรรมชาติ
  • HA Filler : สามารถสลายด้วยเอนไซม์ Hyaluronidase ได้ หากเกิดปัญหา

สรุป CaHA VS HA Filler แบบไหนดีกว่ากัน ? สารทั้งสองชนิดมีข้อดีเฉพาะตัวและเหมาะกับความต้องการที่แตกต่างกัน ควรเลือกให้เหมาะกับปัญหาเฉพาะของแต่ละคนครับ

  • หากต้องการ ฟื้นฟูผิว กระตุ้นคอลลาเจน และยกกระชับผิวในระยะยาว → เหมาะกับ CaHA
  • หากต้องการ เติมเต็มร่องลึก ปรับรูปหน้า เห็นผลทันที และสามารถแก้ไขได้ → เหมาะกับ HA Filler

ในบางเคส แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ เทคนิคการรักษาร่วมกัน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ทั้งความกระชับและความอิ่มฟู ดูเรียบเนียน เห็นผลเป็นธรรมชาติและอยู่ได้นาน


รวม 3 หัตถการที่มี CaHA เป็นส่วนประกอบ

ปัจจุบัน CaHA (Calcium Hydroxylapatite) ได้รับความนิยมอย่างมากในวงการเสริมความงาม โดยถูกนำมาพัฒนาเป็นส่วนประกอบหลักในหัตถการหลายชนิด เพื่อให้คนไข้สามารถเลือกทำได้เหมาะกับปัญหาผิวและผลลัพธ์ที่ต้องการ หมอขอแนะนำ 3 หัตถการที่มีส่วนประกอบของ CaHA ดังนี้ครับ

Radiesse

Radiesse เป็นสารฉีดในกลุ่ม Regenerative Biostimulator ที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นการสร้างเส้นใยผิวใหม่ มีส่วนประกอบหลักคือ CaHA microspheres ซึ่งมีคุณสมบัติใกล้เคียงกับสารธรรมชาติในร่างกาย

เจาะลึก Radiesse คืออะไร ? ช่วยอะไรบ้าง ?

เมื่อฉีด Radiesse เข้าไปในชั้นผิว จะช่วยกระตุ้นการทำงานของ Fibroblast ให้สร้างสารสำคัญในร่างกาย 5 ชนิด ได้แก่ Collagen Type I และ Type III, Elastin, Angiogenesis และ Proteoglycans ส่งผลให้ผิวมีความยืดหยุ่นมากขึ้น แน่นขึ้น เฟิร์มกระชับ ลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ และช่วยฟื้นฟูให้ผิวดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ สามารถฉีดบริเวณช่วงหน้าแก้ม ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก และกรอบหน้า

Radiesse

หลังฉีด Radiesse จะเข้าไปกระชับผิวทันที ช่วยให้ริ้วรอยตื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยจะเริ่มเห็นผลตั้งแต่ 1 เดือน และเห็นผลได้อย่างชัดเจนใน 3-6 เดือน ว่า Collagen มีความหนาแน่นขึ้น ผิวแน่น กระชับและมีวอลลุ่มเพิ่มขึ้น ส่วนผลลัพธ์จะคงอยู่ได้นานถึง 24 เดือนครับ

โปรแกรมฉีด Radiesse

HarmonyCa

HArmonyCa คือฟิลเลอร์แบบไฮบริด (Hybrid Filler) ที่ผสานคุณสมบัติของ Hyaluronic Acid (HA) และ Calcium Hydroxyapatite (CaHA) ไว้ในหนึ่งเดียว ให้ผลลัพธ์แบบ 2 in 1 ทั้งเติมเต็มทันทีและฟื้นฟูคุณภาพผิวจากภายในได้ในคราวเดียวกัน

HArmonyCa คืออะไร ? มีจุดเด่นอะไรบ้าง ?

โดย HA จะช่วยเติมเต็มและยกกระชับผิวทันทีหลังฉีด ส่วน CaHA จะค่อย ๆ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผิวแน่นกระชับขึ้นในระยะยาว

ช่วยแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ฟื้นฟูสภาพผิวให้กลับมาอ่อนเยาว์ และปรับรูปหน้าให้ดูมีมิติ กรอบหน้าคมชัดขึ้น เหมาะสำหรับฉีดเติมหน้าแก้ม ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก กราม และคาง

HarmonyCa

หลังฉีด HArmonyCa ทันทีจะรู้สึกได้ว่าใบหน้าเต็มขึ้นจาก HA หลังจากนั้นประมาณ 4-6 สัปดาห์ จะเริ่มเห็นผลชัดเจนของ CaHA ที่เริ่มกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ผิวจะค่อย ๆ แน่น ยกกระชับขึ้น ดูอ่อนเยาว์แบบเป็นธรรมชาติครับ ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 12-18 เดือน

โปรแกรมฉีด HarmonyCa

Neauvia

Neauvia Hydro Deluxe เป็นฟิลเลอร์ในกลุ่ม Collagen Biostimulator ที่มีจุดเด่นคือให้ทั้งความชุ่มชื้นและกระตุ้นคอลลาเจนไปพร้อมกัน ด้วยส่วนผสมหลักอย่าง Non-Cross-Linked HA ผสมกับ CaHA 1% จึงช่วยให้ผิวอิ่มฟู ฉ่ำวาว พร้อมฟื้นฟูโครงสร้างผิวในระยะยาว

Neauvia

ฟิลเลอร์ Neauvia Hydro Deluxe โดดเด่นด้านงานผิว ช่วยฟื้นฟูและปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน สามารถฉีดได้หลายจุดทั้งบริเวณใบหน้าและลำคอ ที่ได้รับความนิยม ได้แก่ หน้าผาก แก้ม ลำคอ และบริเวณหลังมือ หลังฉีดอย่างต่อเนื่องจะคงผลลัพธ์ได้นานประมาณ 6-9 เดือน

โปรแกรมฉีด Neauvia

ฉีด CaHA ราคาเท่าไหร่ ?

ที่ V Square Clinic มีโปรแกรมฉีดกระตุ้นคอลลาเจนด้วย CaHA คุณภาพสูงอย่าง Radiesse, HarmonyCa และ Neauvia พร้อมโปรโมชันราคาพิเศษ ที่คุ้มค่าคุ้มราคา เหมาะกับผู้ที่มองหาการเติมเต็มและยกกระชับผิวอย่างปลอดภัยและได้ผลยาวนานครับ

โปร Radiesse ราคา
โปรโมชัน Radiesse
Pro_HArmonyCa_เบเบ้
โปรโมชัน HarmonyCa
โปร Neauvia ราคา
โปรโมชัน Neauvia

สรุป CaHA ทางเลือกใหม่เพื่อผิวกระชับอย่างเป็นธรรมชาติ

CaHA ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่เติมเต็มผิว แต่ยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและฟื้นฟูคุณภาพผิวจากภายใน ให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและยาวนาน

ปัจจุบันมีหัตถการหลากหลายรูปแบบให้เลือก เช่น Radiesse, HarmonyCa หรือ Neauvia ซึ่งมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป หากใครยังไม่แน่ใจว่าเหมาะกับแบบใด สามารถเข้ามาปรึกษาให้หมอประเมินและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด


อ้างอิง


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ

ปรึกษาหมอ