
ปากกาลดน้ำหนัก (Weight-Loss Injection Pen)
ปากกาลดน้ำหนัก ได้รับความนิยมมากขึ้นครับ เพราะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการช่วยควบคุมน้ำหนักและลดความอ้วน โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะอ้วนหรือดื้อต่อการลดน้ำหนักด้วยวิธีทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย หรือรับประทานอาหารเสริมลดน้ำหนัก แต่ไม่เห็นผลชัดเจน ลดน้ำหนักได้เพียงระยะสั้น ๆ แล้วน้ำหนักก็กลับมาเพิ่มอีก
ฉีดปากกาลดน้ำหนักใช้ได้ผลจริงหรือเป็นเพียงแค่กระแส ? มีผลข้างเคียงที่ควรระวังหรือไม่ ? และยี่ห้อไหนที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในตอนนี้ ? บทความนี้หมอรวบรวมทุกเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับปากกาลดน้ำหนัก คืออะไร ? วิธีใช้ ราคา ความปลอดภัย ไปจนถึงข้อมูลเปรียบเทียบแต่ละยี่ห้อ ผลลัพธ์ที่ได้ ลดน้ำหนักได้กี่กิโลกรัม ?
คลิกอ่านหัวข้อ ปากกาลดน้ำหนัก
ปากกาลดน้ำหนัก คืออะไร ?
ปากกาลดน้ำหนัก หรือยาฉีดลดความอ้วน คือ อุปกรณ์ทางการแพทย์ชนิดหนึ่งที่ออกแบบมาในรูปทรงคล้ายปากกา ภายในบรรจุตัวยาสำหรับฉีดเข้าใต้ผิวหนัง เพื่อช่วยลดน้ำหนักและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
ตัวยาที่ใช้จะเป็นกลุ่ม GLP-1 Receptor Agonist (เช่น Liraglutide, Semaglutide) หรือบางสูตรผสม GIP Agonist (เช่น Tirzepatide) ซึ่งออกฤทธิ์ช่วยลดน้ำหนักได้ ช่วยให้อิ่มนานขึ้น กินน้อยลง ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และช่วยให้เผาผลาญไขมันได้มากขึ้น

หลักการทำงานของปากกาลดน้ำหนัก
ก่อนจะรู้จักหลักการทำงานของปากกาลดน้ำหนัก หมออธิบายถึง GLP-1 และ GIP ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการควบคุมน้ำตาลและเผาผลาญพลังงานให้ได้เข้าใจกันก่อนครับ
GLP-1 คือ ฮอร์โมนในกลุ่ม Incretin ที่มีบทบาทสำคัญต่อการควบคุมน้ำตาลและการเผาผลาญพลังงานหลั่งจาก L-Cells ในลำไส้เล็กส่วนปลาย (Ileum) และลำไส้ใหญ่หลังรับประทานอาหาร โดยเฉพาะที่มีคาร์โบไฮเดรตและไขมัน
GIP คือ ฮอร์โมนในกลุ่ม Incretin ที่มีบทบาทสำคัญต่อการควบคุมน้ำตาลและการเผาผลาญพลังงาน ผลิตจาก K-Cells ในลำไส้เล็กส่วนต้น (Duodenum และ Jejunum) ช่วยควบคุมการเผาผลาญพลังงานและไขมัน แต่ไม่เด่นเรื่องลดความอยากอาหารเท่า GLP-1

สรุปหลักการทำงานของปากกาลดน้ำหนัก
- GLP-1 (Glucagon-like peptide-1) : เน้นลดน้ำตาล + ลดความอยากอาหาร + ชะลอการย่อย
- GIP (Glucose-dependent Insulinotropic Polypeptide) : เน้นเสริมการหลั่งอินซูลิน + เผาผลาญไขมัน
ปากกาลดน้ำหนักบางยี่ห้อ จะมี GLP-1 ครับ แต่ก็มีบางยี่ห้อครับที่มีทั้ง GLP-1 และ GIP ที่จะหลั่งอินซูลิน เฉพาะเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูง (Glucose-Dependent) ทำให้ลดโอกาสเกิดน้ำตาลต่ำเกิน (Hypoglycemia) ในผู้ป่วยที่ทานยาเบาหวาน
อ้วนแบบไหน ? ถึงควรใช้ปากกาลดน้ำหนัก
การพิจารณาว่าควรใช้ปากกาควบคุมน้ำหนักหรือไม่นั้น ไม่ได้ดูแค่รูปร่างภายนอกเพียงอย่างเดียวครับ แต่ต้องพิจารณาจากค่าดัชนีมวลกาย (Body Mass Index : BMI) และปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องด้วย
เช็กดัชนีมวลกาย บอกได้อ้วน-ไม่อ้วน
ดัชนีมวลกาย หรือ BMI เป็นค่าที่ใช้ประเมินภาวะอ้วนหรือผอมในผู้ใหญ่ โดยคำนวณจากน้ำหนักและส่วนสูง โดยมีเกณฑ์ดังนี้
สูตร : BMI = น้ำหนัก (กก.) ÷ ส่วนสูง² (เมตร)
| ค่า BMI | ภาวะสุขภาพ |
|---|---|
| น้อยกว่า 18.5 | น้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ |
| 18.5 – 22.9 | น้ำหนักปกติ |
| 23.0 – 24.9 | น้ำหนักเกิน |
| 25.0 – 29.9 | โรคอ้วนระดับ 1 |
| มากกว่า 30.0 | โรคอ้วนระดับ 2 |
อ้วนเกินไป มีความเสี่ยงอย่างไร ?
ภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน เป็นโรคเรื้อรังที่มีผลกระทบต่อหลายระบบในร่างกาย และมีความเชื่อมโยงกับภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น
- ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น
- โรคไขมันเกาะตับที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของระบบเผาผลาญ
- โรคเบาหวานชนิดที่ 2
- โรคความดันโลหิตสูง
- โรคหลอดเลือดหัวใจ
- โรคไตเรื้อรัง
- โรคข้อกระดูกเสื่อม
การใช้ปากกาฉีดลดน้ำหนัก จึงควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ครับ เพื่อควบคุมน้ำหนัก จัดการกับภาวะน้ำหนักเกิน และดูแลสุขภาพโดยรวมควบคู่กัน
ปากกาลดน้ำหนัก เหมาะกับใคร ?
ปากกาฉีดลดน้ำหนัก เหมาะสำหรับผู้ที่เข้าเกณฑ์ดังต่อไปนี้
- ผู้ที่มีดัชนีมวลกาย (BMI) 30 ขึ้นไป (โรคอ้วนระดับ 2)
- ผู้ที่มีดัชนีมวลกาย (BMI) 27 ขึ้นไป (โรคอ้วนระดับ 1) และมีปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับน้ำหนักตัว เช่น เบาหวานชนิดที่ 2 ความดันโลหิตสูง หรือไขมันในเลือดสูง
- ผู้ที่พยายามลดน้ำหนักด้วยวิธีอื่น ๆ เช่น การควบคุมอาหารและออกกำลังกายแล้วไม่ได้ผล
- ผู้ที่มีข้อจำกัดทางกายภาพในการออกกำลังกาย

ข้อดี-ข้อเสีย ปากกาลดน้ำหนัก
ปากกาลดน้ำหนัก ข้อดี
- ลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ : ช่วยลดความอยากอาหาร ทำให้อิ่มเร็วและนานขึ้น
- ปลอดภัยสูง : เป็นยาที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.)
- ใช้งานง่าย : มีลักษณะคล้ายปากกา ใช้งานได้สะดวก
- ช่วยควบคุมระดับน้ำตาล : เหมาะกับผู้ที่มีภาวะเบาหวานร่วมด้วย
ปากกาลดน้ำหนัก ข้อเสีย
- อาจเกิดผลข้างเคียง : คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย หรือท้องผูกในช่วงแรก (เป็นช่วงที่ร่างกายปรับตัว อาการจะดีขึ้นเมื่อร่างกายปรับตัวได้)
- ราคาค่อนข้างสูง : เมื่อเทียบกับวิธีลดน้ำหนักอื่น ๆ
ข้อห้าม-ข้อควรระวัง ปากกาลดน้ำหนัก
ปากกาลดน้ำหนัก ข้อห้าม
ปากกาควบคุมน้ำหนัก ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะดังต่อไปนี้
- มะเร็งไทรอยด์ หรือคนที่มีประวัติครอบครัวใกล้ชิดเป็นมะเร็งไทรอยด์ Medullary Thyroid Cancer
- Multiple Endocrine Neoplasia Syndrome Type 2 (MEN 2)
- แพ้ยา Semaglutide หรือส่วนประกอบของยา (Hypersensitivity)
- โรคเบาหวานชนิดที่ 1 (Type 1 Diabetes) หรือภาวะ Diabetic Ketoacidosis (DKA)
- ตั้งครรภ์ หรือวางแผนตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร (ตัวยาผ่านทางน้ำนม)
- โรคตับอ่อนอักเสบ (Pancreatitis) หรือมีประวัติ เคยเป็นมาก่อน
- โรคไต หรือมีภาวะไตเสื่อม
- ภาวะ Diabetic Retinopathy (โรคจอประสาทตาจากเบาหวาน)
- มีแผนจะเข้ารับการดมยาสลบ หรือผ่าตัด เพราะปากกาลดน้ำหนัก จะช่วยชะลอการย่อยอาหาร อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการสำลัก (Aspiration)
- กำลังมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสียต่อเนื่อง เสี่ยงต่อการขาดน้ำ และทำให้ไตเสื่อมตามมา
- มีอายุต่ำกว่า 12 ปี
ปากกาลดน้ำหนัก ข้อควรระวัง
- ควรใช้ยาภายใต้คำแนะนำของแพทย์ กรณีซื้อมาฉีดเอง หากเพิ่มขนาดยาเร็วเกินไป อาจทำให้เกิดผลรุนแรง เช่น คลื่นไส้ อาเจียนรุนแรง
ปากกาลดน้ำหนักมีกี่แบบ ?
ปัจจุบันปากกาฉีดลดน้ำหนักที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย แบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ
- กลุ่ม Liraglutide (Saxenda) เป็นยาในกลุ่ม GLP-1 Receptor Agonist ที่ใช้กันมานานแล้ว
- กลุ่ม Semaglutide (Ozempic, Wegovy) เป็นยาในกลุ่ม GLP-1 Receptor Agonist รุ่นใหม่ ออกฤทธิ์ได้ยาวนานกว่าและมีความถี่ในการฉีดน้อยกว่า
- กลุ่ม Tirzepatide (Mounjaro) เป็นยาในกลุ่ม GLP-1 + GIP ออกฤทธิ์เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูง ทำให้ลดโอกาสเกิดน้ำตาลต่ำเกิน ในผู้ป่วยที่ทานยาเบาหวาน
ยี่ห้อปากกาลดน้ำหนักยอดนิยม

Wegovy (เวโกวี่)
Wegovy (เดนมาร์ก) อยู่ในกลุ่ม Semaglutide ทำหน้าที่เลียนแบบฮอร์โมน GLP‑1 ช่วยควบคุมความอยากอาหาร ลดปริมาณการกิน ลดระดับน้ำตาลหลังอาหาร
- ได้รับการอนุมัติให้ใช้สำหรับการลดน้ำหนักระยะยาว
- เหมาะกับผู้ที่อ้วน (BMI ≥ 30) หรือน้ำหนักเกิน (BMI ≥ 27)
- เหมาะกับผู้ที่มีโรคร่วมที่เกี่ยวข้องกับน้ำหนัก เช่น เบาหวาน ความดันสูง หรือไขมันในเลือดสูง
จุดเด่นของปากกาลดน้ำหนัก Wegovy ไม่ได้แค่ช่วยให้ลดน้ำหนัก แต่ยังผ่านการวิจัยขนาดใหญ่ที่พิสูจน์ว่า สามารถลดความเสี่ยงของเหตุการณ์หัวใจและหลอดเลือดใหญ่ (Major Adverse Cardiovascular Events-MACE) ได้ด้วย ในกลุ่มคนที่มีโรคหัวใจอยู่แล้ว และมีภาวะอ้วนหรือเกินน้ำหนัก
Mounjaro (มอนจาโร)
Mounjaro (สหรัฐอเมริกา) จัดอยู่ในกลุ่ม Tirzepatide โดยเป็น Dual Agonist เนื่องจากใช้สารออกฤทธิ์ 2 ตัว คือ GIP และ GLP‑1
- ลดความเสี่ยงในการเปลี่ยนเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ถึง 94% ในระยะเกือบ 3 ปี ในกลุ่มผู้มีภาวะ prediabetes + อ้วน/น้ำหนักเกิน
- ลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนหัวใจ – หลอดเลือดและภาวะหัวใจล้มเหลวในบางกลุ่มผู้ป่วยได้
ปากกาลดน้ำหนัก Mounjaro มีจุดเด่นที่ต่างจากยี่ห้ออื่นตรงที่มี GIP ที่จะหลั่งอินซูลินเฉพาะเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูง (Glucose-Dependent) ทำให้ลดโอกาสเกิดน้ำตาลต่ำเกิน (Hypoglycemia) ในผู้ป่วยที่รับประทานยาเบาหวาน
Saxenda (แซคเซ็นดา)
Saxenda (เดนมาร์ก) เป็นปากกาคุมหิวที่มีตัวยาหลักคือ Liraglutide ซึ่งเป็น GLP-1 Receptor Agonist รุ่นแรก ๆ ที่นำมาใช้สำหรับควบคุมน้ำหนัก
- ทำให้รู้สึกอิ่มง่าย ควบคุมความอยากอาหาร ลดการหลั่งกลูคากอน
- กระตุ้นอินซูลินเมื่อระดับน้ำตาลสูง ส่งผลให้ทั้งน้ำหนักและระดับน้ำตาลในเลือดลดลง
ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda มีจุดเด่นอยู่ที่เป็นยาที่ใช้มานานครับ ได้รับการอนุมัติจาก อย. ไทย และ FDA สหรัฐฯ สำหรับการรักษาภาวะอ้วนโดยตรง แต่ด้วยความที่ต้องฉีดทุกวัน ในแง่ความสะดวกในการใช้จึงน้อยกว่า Wegovy และ Mounjaro
Ozempic (โอเซมปิก)
Ozempic (เดนมาร์ก) จะคล้ายกับ Wegovy โดยอยู่ในกลุ่ม Semaglutide เหมือนกัน ใช้มานานและได้รับความนิยมมากในช่วงแรก ผ่านการรับรองความปลอดภัยในการใช้เพื่อรักษาโรคเบาหวานประเภทที่ 2 แต่เนื่องจากราคาที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับปากกาลดน้ำหนักยี่ห้ออื่น
ตารางสรุปยี่ห้อปากกาลดน้ำหนักยอดฮิต
| ยี่ห้อ | ตัวยา | กลไกการออกฤทธิ์ | ความถี่ในการฉีด |
|---|---|---|---|
| Wegovy | Semaglutide | GLP-1 Receptor Agonist | ฉีดสัปดาห์ละครั้ง |
| Mounjaro | Tirzepatide | GLP-1 และ GIP Receptor Agonist | ฉีดสัปดาห์ละครั้ง |
| Saxenda | Liraglutide | GLP-1 Receptor Agonist | ฉีดทุกวัน |
| Ozempic | Semaglutide | GLP-1 Receptor Agonist | ฉีดสัปดาห์ละครั้ง |
อ่านต่อเพิ่มเติม: ปากกาลดน้ำหนัก ยี่ห้อไหนดี ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี
เปรียบเทียบความแตกต่าง Wegovy กับ Mounjaro
| ยี่ห้อปากกาลดน้ำหนัก | ช่วยอะไร | ลดได้กี่ % |
|---|---|---|
| Wegovy |
| ลดได้ประมาณ 15% |
| Mounjaro |
| ลดได้ประมาณ 20–22% |
ขนาดปากกาลดน้ำหนักที่ควรใช้ (โดส)
ขนาดหรือปริมาณตัวยาปากกาฉีดลดน้ำหนักจะขึ้นอยู่กับยี่ห้อที่ใช้ครับ เช่น Wegovy เริ่มต้น 0.25mg Mounjaro เริ่มต้น 2.5 mg
ตำแหน่งฉีดปากกาลดน้ำหนัก
- หน้าท้อง ใต้ชายโครง
- ต้นขา
- ต้นแขนด้านหลัง
ทั้งนี้ ควรเปลี่ยนจุดฉีดทุกสัปดาห์เพื่อลดอาการระคายเคือง
วิธีใช้ปากกาลดน้ำหนัก
- ฉีดใต้ผิวหนังบริเวณต้นแขน ต้นขา หรือหน้าท้อง
- ฉีดสัปดาห์ละครั้งในวันเดียวกันของทุกสัปดาห์
- สามารถปรับโดสได้ตามคำแนะนำของแพทย์

ปากกาลดน้ำหนัก ฉีดเอง หรือให้หมอฉีดให้ดีกว่ากัน
ฉีดปากกาฉีดลดน้ำหนัก แม้จะสะดวกเพราะทำได้เองที่บ้าน แต่ก็มีโอกาสสูงที่คนไข้จะลืมฉีด ทำให้ได้ผลลัพธ์ไม่ดีเท่าที่ควร ต้องเริ่มกระบวนการใช้ปากกาลดน้ำหนักใหม่ หากต้องการความแม่นยำและได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน แนะนำให้ฉีดที่คลินิกครับ หมอจะช่วยประเมินโดสที่ใช้ ตำแหน่งฉีด และดูแลตามกระบวนการได้อย่างครบทุกขั้นตอน
การฉีดปากกาลดน้ำหนักกับหมอที่คลินิกจะไม่ได้แค่ฉีดปากกาลดน้ำหนักให้เท่านั้นครับ แต่จะเป็นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม โดยก่อนฉีดจะมีการซักประวัติของคนไข้ และตรวจสุขภาพในเบื้องต้น ดังนี้
- ซักประวัติ เช่น
- โรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดัน ไขมัน (ฉีดได้ แต่อยู่ในความดูแลของแพทย์)
- แพ้ยา แพ้อาหาร
- อยู่ระหว่างตั้งครรภ์หรือไม่ (ถ้าตั้งครรภ์ห้ามฉีด)
- เคยรับประทานทานยาลดน้ำหนักมาไหม (ถามเพื่อเป็นข้อมูล ไม่ส่งผลต่อการใช้ปากกาลดน้ำหนัก)
- ตรวจสุขภาพเบื้องต้น วัดความดันโลหิต เช็กระบบย่อยอาหาร เช่น มีอาการท้องผูกไหม เนื่องจากปากกาลดน้ำหนักอาจส่งผลให้ท้องผูก หรือท้องเสียได้ อาจต้องรับประทานไฟเบอร์เสริม
- วัดน้ำหนัก/ส่วนสูง รวมถึงสัดส่วน เอว อก สะโพก (บางรายน้ำหนักไม่ลง เเต่สัดส่วนลง มวลไขมันน้อยลง กระชับขึ้น)
ฉีดปากกาลดน้ำหนัก ต้องฉีดบ่อยแค่ไหน ?
ความถี่ในการฉีดปากกาลดน้ำหนัก ขึ้นอยู่กับชนิดของตัวยา
- Liraglutide (Saxenda) : ต้องฉีดทุกวัน
- Semaglutide (Ozempic/Wegovy) และ Tirzepatide (Mounjaro) : เป็นปากกาลดน้ำหนักฉีดอาทิตย์ละครั้ง ทำให้สะดวกและง่ายต่อการใช้งานมากขึ้น
ฉีดปากกาลดน้ำหนัก กี่ครั้งเห็นผล ?
ผลลัพธ์จากการฉีดปากกาลดน้ำหนัก จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงภายใน 1 เดือนแรก โดยน้ำหนักจะค่อย ๆ ลดลงอย่างต่อเนื่อง และจะเห็นผลชัดเจนที่สุดเมื่อใช้ยาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 3-6 เดือน
ประสิทธิภาพการลดน้ำหนัก
- ฉีดสัปดาห์ละครั้ง ลดได้ 3-5 kg ใน 1 เดือน
- ลด Visceral fat (ไขมันในช่องท้อง) ได้ประมาณ 15%
- ช่วยให้กระเพาะอาหารปรับขนาดได้ถาวร
- หากหยุดยาโดยไม่คุมอาหาร หรือ ออกกำลังกาย จะกลับมาอ้วนอีกได้
ฉีดปากกาลดน้ำหนัก มีผลข้างเคียงไหม ?
การใช้ปากกาลดน้ำหนัก อาจมีผลข้างเคียงได้เป็นปกติ โดยผลข้างเคียงที่พบบ่อยในช่วงแรกของการใช้ยา ได้แก่
- คลื่นไส้
- อาเจียน
- ท้องเสีย หรือท้องผูก
- ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (แนะนำให้ดื่มน้ำเพียงพอเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ)
อาการเหล่านี้ความรุนแรงไม่มาก จะค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อร่างกายปรับตัวได้
ผลข้างเคียงกรณีฉีดปากกาลดน้ำหนักเองและเพิ่มขนาดยาเร็วเกินไป อาจทำให้เกิดผลรุนแรง เช่น คลื่นไส้ อาเจียนรุนแรงได้ การฉีดปากกาลดน้ำหนักจึงควรฉีดกับแพทย์ โดยจะมีการแบ่งฉีดเป็นโดส เช่น Wegovy 0.25 mg ต่อสัปดาห์ และเพิ่มขนาดขึ้นเป็น 0.5, 1, 1.7, 2.4 mg
ปากกาลดน้ำหนัก VS ยาลดน้ำหนัก แบบไหนดีกว่ากัน ?
สำหรับปากกาลดน้ำหนัก กับ ยาลดน้ำหนัก 2 วิธีนี้ทำงานต่างกันสิ้นเชิงครับ ถ้ามองในด้านความปลอดภัย ปากกาลดน้ำหนักมีความปลอดภัยมากกว่า เนื่องจากทำงานเลียนแบบฮอร์โมน GLP-1 ตามธรรมชาติ ในการช่วยลดความอยากอาหาร ทำให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น และชะลอการบีบตัวของกระเพาะอาหาร แต่ยาลดน้ำหนัก ขณะที่ยาลดน้ำหนัก ทำงานแบบฝืนธรรมชาติ ออกฤทธิ์ที่สมองโดยตรง เพื่อกดความอยากอาหาร

หมายเหตุ : ปากกาลดน้ำหนัก มีข้อดีด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยที่สูงกว่ายาลดน้ำหนักแบบเก่า แต่ต้องอยู่ใช้ภายใต้คำแนะนำและการติดตามของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อผลลัพธ์ที่ดี
ข้อปฏิบัติหลังใช้ปากกาลดน้ำหนัก
- รับประทานมื้อเล็กลง แต่รับประทานบ่อยขึ้น
- หยุดรับประทานเมื่อรู้สึกอิ่ม
- หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง อาหารรสจัด แนะนำทานอาหารที่มีกากใยสูง
- ดื่มน้ำสม่ำเสมอ ดื่มให้เพียงพอ
- ลดการดื่มแอลกอฮอล์ (ดื่มได้แต่จะทำให้อาการคลื่นไส้แย่ลง)
ปากกาลดน้ำหนักราคาเท่าไหร่ ?
ราคาปากกาลดน้ำหนัก จะแตกต่างกันไปตามยี่ห้อ ตัวยา และคลินิกที่ให้บริการ โดยราคาฉีดปากกาลดน้ำหนัก จะเริ่มต้นตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่นต่อเดือน
โปรแกรมควบคุมน้ำหนักที่ V Square Clinic ราคาเริ่มต้นที่ ราคา 999.- บาท โดยจำนวนครั้งและปริมาณที่ใช้ แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาตามความเหมาะสม ประเมินเป็นรายเคสครับ

- โปรแกรม Mounja V : 1 Dose | 1,999 (2.5 mg)
- โปรแกรม Wego V : 1 Dose | 999 (0.25 mg)
ปากกาลดน้ำหนัก ที่ไหนดี ?
การเลือกใช้ปากกาลดน้ำหนักควรทำที่คลินิกหรือโรงพยาบาลที่มีแพทย์ดูแล ไม่ควรซื้อเองหรือสั่งทางออนไลน์ เนื่องจากมีความเสี่ยงได้รับยาปลอม และอาจเกิดอันตรายได้
สิ่งที่ควรพิจารณาเมื่อเลือกสถานพยาบาล ได้แก่
- เลือกคลินิกหรือโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐาน
- มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำ ดูแลและติดตามผลอย่างใกล้ชิด
- ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
- มีการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มใช้ยา
- มีการให้คำแนะนำเรื่องโภชนาการและการออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย

FAQ คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับปากกาลดน้ำหนัก
ปากกาลดน้ำหนัก ปลอดภัยแค่ไหน ?
ปากกาลดน้ำหนัก ถือเป็นยาที่ปลอดภัยสูงหากใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพราะเป็นยาที่ผ่านการวิจัยและได้รับการรับรองจาก อย. แล้ว
ปากกาลดน้ำหนัก ซื้อเองได้หรือไม่ ?
ปากกาลดความอ้วน เป็นยาควบคุมพิเศษที่ต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์เท่านั้น การซื้อยามาใช้เองโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ อาจทำให้เกิดอันตรายและผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้
ลดน้ำหนักด้วยปากกา 1 เดือน กี่กิโลกรัม ?
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล แต่โดยเฉลี่ยแล้วการใช้ปากกาลดน้ำหนักควบคู่กับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม จะช่วยให้น้ำหนักลดลงได้ 3-5 กิโลกรัม ใน 1 เดือน
ฉีดปากกาลดน้ำหนักโยโย่ไหม ?
การใช้ปากกาลดความอ้วน ไม่ทำให้โย่โย่ แต่ถ้าฉีดปากกาลดน้ำหนักอย่างเดียวโดยไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ก็อาจทำให้เกิดภาวะโยโย่ได้ ดังนั้น การใช้ปากกาลดน้ำหนักจึงควรทำควบคู่ไปกับการควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
สรุป ปากกาลดน้ำหนัก คุมหิว คุมน้ำหนัก ลดจริง
ปัญหาเรื่องน้ำหนักตัวเกินและโรคอ้วน ไม่ใช่แค่เรื่องของรูปร่างภายนอก แต่เป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญและส่งผลกระทบในระยะยาว การลดน้ำหนักจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่หลายคนให้ความสำคัญครับ ซึ่งหนึ่งในตัวช่วยก็คือการใช้ปากกาลดน้ำหนักหรือปากกาฉีดลดน้ำหนัก ซึ่งผ่านการรับรองทั้งในแง่ประสิทธิภาพและความปลอดภัย
เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ควรใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพื่อออกแบบโปรแกรมที่เหมาะสมกับคนไข้แต่ละคน และทำควบคู่ไปกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านการกินและออกกำลังกาย ถึงจะได้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนครับ
อ้างอิง
- https://www.wegovy.com
- https://www.novonordisk.com/content/dam/nncorp/global/en/investors/pdfs/financial-results/2021/conference-call-supply-update-20Dec2021.pdf
- Mounjaro. Prescribing Information. Eli Lilly Asia, Inc.












