
ปากกาลดน้ำหนัก ยี่ห้อไหนดี เห็นผลเร็ว
ปากกาลดน้ำหนักกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกยอดนิยมสำหรับคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนักอย่างมีประสิทธิภาพ แล้วจะเลือกใช้ปากกาลดน้ำหนักยี่ห้อไหนดี ? ที่ปลอดภัย ให้ผลลัพธ์ดี หมอมีแนวทางเลือกเปรียบเทียบข้อดี ข้อเสีย วิธีการใช้ ราคา และข้อควรรู้ก่อนใช้มาแนะนำครับ
สารบัญ ปากกาลดน้ำหนักยี่ห้อไหนดี ?
ปากกาลดน้ำหนักยี่ห้อไหนดี ? ยี่ห้อที่ได้รับความนิยม

ปากกาลดน้ำหนัก เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ที่ช่วยลดความอยากอาหารและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ทำให้ผู้ใช้สามารถลดน้ำหนักได้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น
บทความแนะนำ
แต่ในตลาดปัจจุบันมีปากกาลดน้ำหนักมีหลายยี่ห้อให้เลือก แต่ละยี่ห้อมีข้อดี ข้อจำกัดที่แตกต่างกันครับ การเลือกยี่ห้อที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายการลดน้ำหนักได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ สำหรับปากกาลดน้ำหนักในประเทศไทยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลักตามสารออกฤทธิ์ ได้แก่
ปากกาลดน้ำหนัก กลุ่ม Liraglutide
สารออกฤทธิ์ Liraglutide เป็น GLP-1 receptor agonist ที่ช่วยกระตุ้นการหลั่งอินซูลินและลดความอยากอาหาร
ยี่ห้อปากกาลดน้ำหนักในกลุ่มนี้ได้แก่
- Saxenda (แซกเซนด้า) : ยี่ห้อดั้งเดิมจากบริษัท Novo Nordisk ประเทศเดนมาร์ก ต้องฉีดวันละครั้ง เวลาใดก็ได้ในระหว่างวัน มีขนาดปริมาณยา 6 มก. ต่อปากกา มีผลทำให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น หิวน้อยลง และทานอาหารได้น้อยลง
- Victoza (วิคโตซ่า) : เดิมออกแบบมาสำหรับเบาหวาน ใช้สำหรับลดระดับน้ำตาลในกระแสเลือดควบคู่ไปกับการควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย รวมถึงยารักษาเบาหวานอื่น ๆ ทางการแพทย์ไม่แนะนำให้ใช้ Victoza เป็นยาเริ่มต้นในการรักษาผู้ป่วยเบาหวานที่ยังไม่สามารถควบคุมอาหารหรือการออกกำลังกายได้อย่างเหมาะสม

ปากกาลดน้ำหนัก กลุ่ม Semaglutide
Semaglutide เป็น GLP-1 receptor agonist รุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า Liraglutide และฉีดได้สัปดาห์ละครั้ง
ยี่ห้อปากกาลดน้ำหนักในกลุ่มนี้ได้แก่
- Ozempic (โอเซมปิก) : พัฒนาโดย Novo Nordisk เดิมใช้รักษาเบาหวาน แต่ก็ได้รับความนิยมในการลดน้ำหนัก ฉีดสัปดาห์ละครั้ง
- Wegovy (วีโกวี่) : เป็น Semaglutide เข้มข้นกว่า Ozempic ออกแบบมาเฉพาะสำหรับลดน้ำหนัก ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (FDA) ว่าช่วยลดน้ำหนักได้จริง และสามารถใช้กับผู้ป่วยโรคอ้วน และเบาหวานชนิดที่ 2 ได้
เหมาะกับผู้ที่อ้วน (BMI ≥ 30) หรือน้ำหนักเกิน (BMI ≥ 27) และ ผู้ที่มีโรคร่วมที่เกี่ยวข้องกับน้ำหนัก เช่น เบาหวาน ความดันสูง หรือไขมันในเลือดสูง - Rybelsus (ไรเบลซัส) : Semaglutide แบบรับประทาน ไม่ต้องฉีด เหมาะสำหรับคนกลัวเข็ม

ปากกาลดน้ำหนัก กลุ่ม Tirzepatide
Tirzepatide เป็นสารออกฤทธิ์รุ่นใหม่ล่าสุดที่กระตุ้นทั้ง GLP-1 และ GIP receptors ทำให้มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในปัจจุบัน
ยี่ห้อปากกาลดน้ำหนักในกลุ่มนี้ได้แก่
- Mounjaro (เมาน์จาโร) : ผลิตโดย Eli Lilly ประเทศสหรัฐอเมริกา นำเข้าในไทยโดย Zuellig Pharma เดิมใช้รักษาเบาหวานชนิดที่ 2 แต่แสดงผลลัพธ์การลดน้ำหนักได้ดีเยี่ยม ช่วยลดความอยากอาหาร และทำให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น ฉีดสัปดาห์ละครั้ง
สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเปลี่ยนเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ถึง 94% ในระยะเกือบ 3 ปี ในกลุ่มผู้มีภาวะ prediabetes + อ้วน/น้ำหนักเกิน

ตารางเปรียบเทียบปากกาลดน้ำหนักยอดนิยม
| คุณสมบัติ | Saxenda (Liraglutide) | Ozempic/Wegovy (Semaglutide) | Mounjaro(Tirzepatide) |
|---|---|---|---|
| กลไกการออกฤทธิ์ | GLP-1 Receptor Agonist | GLP-1 Receptor Agonist | GLP-1 และ GIP Receptor Agonist |
| ความถี่ในการฉีด | วันละครั้ง | สัปดาห์ละครั้ง | สัปดาห์ละครั้ง |
| ประสิทธิภาพการลดน้ำหนัก | ลดได้ประมาณ 5-10%ของน้ำหนักตัว | ลดได้ประมาณ 15%ของน้ำหนักตัว | ลดได้ประมาณ 15-22%ของน้ำหนักตัว |
| ผลข้างเคียง | คลื่นไส้ ท้องเสียปานกลาง | คลื่นไส้ ท้องเสียปานกลาง | คลื่นไส้ ท้องเสียค่อนข้างรุนแรง |
| ความสะดวกในการใช้ | ต้องฉีดทุกวันอาจลำบาก | สะดวก ฉีดครั้งเดียวต่อสัปดาห์ | สะดวก ฉีดครั้งเดียวต่อสัปดาห์ |

GLP-1 และ GIP receptor agonist คือกลุ่มยาที่เลียนแบบการทำงานของฮอร์โมนตามธรรมชาติในร่างกาย (GLP-1 และ GIP) เพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและลดน้ำหนัก โดยยาในกลุ่มนี้จะกระตุ้นให้ร่างกายตอบสนองต่อสัญญาณ “อิ่ม” และลดความอยากอาหาร ทำให้รับประทานอาหารน้อยลง รวมถึงช่วยให้การใช้พลังงานของร่างกายมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ปากกาลดน้ำหนักยี่ห้อต่างกัน ผลลัพธ์ต่างกันไหม ?
คำตอบคือ ต่างกัน ครับ แต่ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ดังนี้
- ประสิทธิภาพในการลดน้ำหนัก – จากข้อมูลว่าสารออกฤทธ์ Tirzepatide ในปากกาลดน้ำหนักยี่ห้อ Mounjaro แสดงผลการลดน้ำหนักดีที่สุด โดยผู้ใช้สามารถลดน้ำหนักได้เฉลี่ย 15-22% ของน้ำหนักตัว
รองลงมาคือสารออกฤทธ์ Semaglutide ในปากกาลดน้ำหนักยี่ห้อ Ozempic และ Wegovy ที่ลดได้ 10-15% และ สารออกฤทธ์ Liraglutideในปากากลดน้ำหนักยี่ห้อ Saxenda ลดได้ประมาณ 5-10% - กลไกการทำงาน แม้ว่าทั้งสามกลุ่มจะทำงานผ่านระบบ GLP-1 แต่ Tirzepatide มีข้อได้เปรียบคือกระตุ้นทั้ง GLP-1 และ GIP receptors ทำให้ควบคุมความอยากอาหารและเผาผลาญพลังงานได้ดีกว่า
- ระยะเวลาในการออกฤทธิ์ สารออกฤทธ์ Liraglutide จะมีระยะเวลาออกฤทธิ์สั้นกว่า (ประมาณ 24 ชั่วโมง) จึงต้องฉีดทุกวัน ในขณะที่สารออกฤทธ์ Semaglutide และ Tirzepatide มีระยะออกฤทธิ์ยาวนานถึง 7 วัน จึงฉีดสัปดาห์ละครั้งครับ
แล้วควรเลือกปากกาลดน้ำหนักยี่ห้อไหนดี ?
สิ่งสำคัญคือการเลือกยี่ห้อที่เหมาะสมควรปรึกษาแพทย์ครับ เพื่อประเมินสภาวะสุขภาพและหาตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดกับตัวคนไข้
ยกตัวอย่าง จากข้อมูลคุณสมบัติของปากกาแต่ละยี่ห้อจะเห็นปากกาลดน้ำหนักยี่ห้อที่มีส่วนประกอบเป็นสารออกฤทธิ์ อย่างTirzepatide จะมีประสิทธิภาพสูงสุด แต่อาจไม่เหมาะกับทุกคน เนื่องจากบางคนร่างกายทนต่อผลข้างเคียงได้ยากเกินไป อาจจะต้องปรับมาใช้ ปากกาลดน้ำหนักยี่ห้อที่มีส่วนประกอบเป็นสารออกฤทธิ์ อย่าง Semaglutideได้ดีกว่า
ดังนั้นการใช้ปากกาลดน้ำหนักจึงจำเป็นต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์ เพื่อปรับโดส ปรับสูตรตัวยาให้ในแต่ละบุคคลครับ

วิธีการใช้ปากกาลดน้ำหนักแต่ละยี่ห้อ
การใช้ปากกาลดน้ำหนักจะมีวิธีการใช้หลัก ๆ คล้ายกัน คือฉีดใต้ผิวหนังบริเวณต้นแขน ต้นขา หรือหน้าท้อง แต่ก็มีรายละเอียดการใช้ขั้นตอนและข้อแนะนำที่แตกต่างกันเล็กน้อยครับ

ขั้นตอนการใช้
- Liraglutide (Saxenda) : ต้องฉีดทุกวัน
- Semaglutide (Wegovy) : ฉีดสัปดาห์ละครั้ง เริ่มต้นขนาดโดสที่ใช้ 0.25 mg ต่อสัปดาห์เป็นเวลา 4 สัปดาห์
- Tirzepatide (Mounjaro) : เป็นปากกาลดน้ำหนักฉีดสัปดาห์ละครั้ง ทำให้สะดวกและง่ายต่อการใช้งานมากขึ้น เริ่มต้นขนาดโดสที่ใช้ 2.5 mg ต่อสัปดาห์ เป็นเวลา 4 สัปดาห์
บทความแนะนำ
รีวิวระยะเวลาการเห็นผลลัพธ์ปากกาลดน้ำหนักแต่ละยี่ห้อ
การเห็นผลของปากกาลดน้ำหนักขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย รวมถึงชนิดของยา ขนาดยา สภาพร่างกาย และความสม่ำเสมอในการใช้
โดยทั่วไปปากกาลดน้ำหนัก จะเริ่มเห็นผลภายใน 2–4 สัปดาห์แรก บางคนอาจรู้สึกได้ตั้งแต่ช่วงต้นว่าน้ำหนักหรือความอยากอาหารลดลง และเมื่อใช้ยาอย่างต่อเนื่องประมาณ 3–6 เดือน จะเห็นผลชัดเจนที่สุดครับ

ข้อแนะนำและข้อควรระวังก่อนใช้ปากกาลดน้ำหนัก
ก่อนเริ่มใช้ปากกาลดน้ำหนักต้องปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสม ตรวจสุขภาพโดยรวม และคัดกรองโรคประจำตัวที่อาจเป็นข้อห้าม
ข้อห้ามในการใช้ปากกาลดน้ำหนัก (ใช้ได้กับทุกยี่ห้อ)
- มะเร็งไทรอยด์ หรือคนที่มีประวัติครอบครัวใกล้ชิดเป็นมะเร็งไทรอยด์ Medullary Thyroid Cancer
- Multiple Endocrine Neoplasia Syndrome Type 2 (MEN 2)
- แพ้ยา semaglutide หรือส่วนประกอบของยา (Hypersensitivity)
- โรคเบาหวานชนิดที่ 1 (Type 1 Diabetes) หรือภาวะ Diabetic Ketoacidosis (DKA)
- ตั้งครรภ์ หรือวางแผนตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร (ตัวยาผ่านทางน้ำนม)
- โรคตับอ่อนอักเสบ (Pancreatitis) หรือมีประวัติ เคยเป็นมาก่อน
- โรคไต หรือมีภาวะไตเสื่อม
- ภาวะ diabetic retinopathy (โรคจอประสาทตาจากเบาหวาน)
- มีแผนจะเข้ารับการดมยาสลบ หรือผ่าตัด เพราะปากกาลดน้ำหนัก จะช่วยชะลอการย่อยอาหาร อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการสำลัก (aspiration)
- กำลังมีอาการ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ต่อเนื่องอาจเสี่ยงต่อการขาดน้ำ และทำให้ไตเสื่อมตามมา
- ไม่ควรอายุต่ำกว่า 12 ปี
เตรียมรับมือกับผลข้างเคียง จากปากกาลดน้ำหนักทุกยี่ห้อ
- อาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องผูก หรือท้องเสีย (มักเกิดช่วงแรก ๆ และจะดีขึ้นเมื่อร่างกายปรับตัวได้)
- ความเสี่ยงต่อภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ แนะนำให้ดื่มน้ำเพียงพอเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
- หากเพิ่มขนาดยาเร็วเกินไป จะทำให้เกิดผลรุนแรง เช่น คลื่นไส้ อาเจียนรุนแรง
ทั้งนี่การเริ่มยาด้วยขนาดต่ำและเพิ่มทีละน้อยจะ และอยู่ในการดูแลของแพทย์จะช่วยลดอาการเหล่านี้ได้ครับ
ทั้งนี้การใช้ปากกาลดน้ำหนักให้ปลอดภัยและได้ผลดีต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เสมอ และควรตรวจติดตามสุขภาพเป็นระยะตามที่แพทย์แนะนำ ไม่แนะนำให้ซื้อปากกาลดน้ำหนักมาฉีดเองครับ

แนวทางเลือกใช้ ปากกาลดน้ำหนัก ที่ไหนดี ?
การเลือกใช้ปากกาลดน้ำหนัก ไม่ว่าจะยี่ห้อใดก็ตาาม ควรทำที่คลินิกหรือโรงพยาบาลที่มีแพทย์ดูแลครับ ไม่ควรซื้อเองหรือสั่งทางออนไลน์ เนื่องจากมีความเสี่ยงได้รับยาปลอม และอาจเกิดอันตรายได้
สิ่งที่ควรพิจารณาเมื่อเลือกสถานพยาบาล ได้แก่
- เลือกคลินิกหรือโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐาน
- มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำ ดูแลและติดตามผลอย่างใกล้ชิด
- ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
- มีการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มใช้ยา
- มีการให้คำแนะนำเรื่องโภชนาการและการออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย
FAQ คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับปากกาลดน้ำหนัก ยี่ห้อต่าง ๆ
ปากกาลดน้ำหนักลืมฉีดเป็นอะไรไหม ยี่ห้อไหนใช้สะดวก ?
การลืมฉีดปากกาลดน้ำหนักอาจทำให้ผลการลดน้ำหนักไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ควรจะเป็น การเลือกใช้ยี่ห้อที่ฉีดสัปดาห์ละครั้ง อาจจะสะดวกมากขึ้น เช่น Wegovy (เซมากลูไทด์) Mounjar (Tirzepatide)
กรณีลืมฉีดแนะนำ
- หากลืมฉีด ให้ฉีดเมื่อจำได้ภายใน 4 วัน (96 ชั่วโมง)
- หากเลยเวลามากกว่า ให้ข้ามและฉีดในวันนัดหมายถัดไป
- ห้ามฉีดเกินสองขนาดภายใน 72 ชั่วโมง
ช่วงที่ใช่ปากกาลดน้ำหนัก ห้ามกินยาอะไรหรือไม่ ?
การใช้ยา หรือคนไข้มีโรคประจำตัวในเบื้องต้นต้องแจ้งให้ทราบก่อนครับ ถึงจะประเมินและวางแผนการใช้ปากกาลดน้ำหนักในแต่ละเคสได้อย่างเหมาะสม
ในกรณีการทานยาคุมกำเนิด ปาการลดน้ำหนักที่มีสารออกฤทธิ์ Tirzepatide อาจมีผลกระทบต่อประสิทธิภาพของ ยาคุมกำเนิดแบบรับประทาน (กิน) โดยเฉพาะ ในช่วงเริ่มต้นการใช้ยา หรือ ช่วงที่เพิ่มขนาดยาครับ
ปากกาลดน้ำหนัก ยี่ห้อไหนหยุดใช้แล้วโยโย่ ?
ปากกาลดน้ำหนัก ไม่ว่ายี่ห้อไหน หากหยุดใช้แล้วไม่ปรับพฤติกรรมการกินและออกกำลังกาย มีโอกาสที่น้ำหนักจะกลับมาขึ้นได้ครับ
ปากกาลดน้ำหนัก ยี่ห้อไหนดี เลือกแบบไหน ปลอดภัยที่สุด
การเลือกปากกาลดน้ำหนักยี่ห้อไหนดี หมอแนะนำให้คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก โดยปรึกษาแพทย์ และอยู่ในการดูแลของแพทย์ และเลือกใช้ปากกาลดน้ำหนักยี่ห้อที่ได้มาตรฐาน ผ่านอย.ไทย ได้แก่ Wegovy (สารออกฤทธิ์: GLP-1) และ Mounjaro (สารออกฤทธิ์: GLP-1 + GIP) ซึ่งมีประสิทธิภาพสูง โดย Mounjaro อาจมีประสิทธิภาพมากกว่าในการลดน้ำหนักและช่วยคุมเบาหวานได้ดีกว่า เนื่องจากมีสารออกฤทธิ์สองชนิด
การเลือกยี่ห้อที่ดีที่สุดขึ้นอยู่กับความต้องการและงบประมาณของแต่ละบุคคล สิ่งสำคัญที่สุดควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำในการเลือกขนาดและวิธีการใช้ที่เหมาะสมกับสุขภาพของแต่ละบุคคลครับ











