
ลิฟกรอบหน้า กับ โบกราม ต่างกันยังไง
หลายคนสับสนว่าฉีดโบลิฟกรอบหน้า กับ ฉีดโบลดกราม คือหัตถการเดียวกัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว มีความแตกต่างกันครับ ในบทความนี้หมอจะมาเจาะลึกว่า ลิฟกรอบหน้า กับ โบกราม ต่างกันยังไง ? เหมาะกับใคร ? ควรเลือกทำแบบไหน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์และเห็นผลชัดเจน
คลิกอ่านหัวข้อ ลิฟกรอบหน้า กับ โบกราม ต่างกันยังไง
ทำความรู้จัก โบลิฟกรอบหน้า กับ โบกราม คืออะไร ?
ก่อนจะไปดูความแตกต่างระหว่าง ลิฟกรอบหน้า กับ โบกราม เรามาทำความเข้าใจกันก่อนครับว่าแต่ละหัตถการคืออะไร
โบลิฟกรอบหน้า
ลิฟกรอบหน้า หรือโบท็อกซ์ลิฟหน้า (Botox Lift) คือ การใช้โบทูลินั่ม ท็อกซิน (Botulinum Toxin Type A) หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า “โบท็อก” ฉีดเข้าไปที่ผิวหนังชั้นตื้น ๆ บริเวณแนวกรอบหน้าและลำคอ เทคนิคนี้จะเน้นการฉีดเพื่อยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย ทำให้กรอบหน้าดูคมชัดและมีมิติมากขึ้น
โดยในการฉีดโบท็อกซ์ลิฟหน้า จะใช้ 2 เทคนิค คือ

- Dermolift : เป็นการฉีดโบท็อกซ์เข้าไปในชั้นผิวหนังตื้น ๆ ตามแนวกรอบหน้าขึ้นไปด้านบน เพื่อกระตุ้นให้ผิวเกิดการหดตัวและสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวตึงกระชับ
- Nefertiti Lift : เทคนิคนี้จะฉีดโบท็อกซ์ไปที่กล้ามเนื้อบริเวณลำคอ (Platysma) ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อที่ดึงผิวหน้าให้หย่อนลง เมื่อกล้ามเนื้อนี้คลายตัว กล้ามเนื้อส่วนที่ดึงผิวขึ้นจะมีแรงมากกว่า ทำให้ใบหน้าดูกระชับขึ้น
อ่านบทความเพิ่มเติม : ฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้าชัด ปรับรูปหน้าเรียว กี่วันเห็นผล ?
โบกราม
โบกราม หรือ โบท็อกกราม (Masseter Botox) คือ การฉีดโบท็อกซ์เข้าไปที่กล้ามเนื้อกราม (Masseter Muscle) โดยตรง ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อที่ใช้ในการบดเคี้ยวอาหาร การฉีดโบท็อกซ์จะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนี้ทำงานลดลงชั่วคราว เมื่อกล้ามเนื้อไม่ได้ใช้งานนาน ๆ ก็จะมีขนาดเล็กลง ส่งผลให้บริเวณกรามที่เคยดูใหญ่และเป็นเหลี่ยม ดูเรียวเล็กลง ทำให้ใบหน้าโดยรวมเข้ารูป ดูเป็นทรงวีเชฟมากขึ้น
อ่านบทความเพิ่มเติม : รวมข้อควรรู้ ก่อนฉีดโบท็อกลดขนาดกล้ามเนื้อกราม
เปรียบเทียบชัด ๆ ลิฟกรอบหน้า กับ โบกราม ต่างกันอย่างไร ?
แม้ว่า ลิฟกรอบหน้า กับ โบกราม จะใช้โบท็อกซ์เป็นหลักเหมือนกัน แต่ทั้งสองหัตถการมีกลไกการทำงาน ตำแหน่งฉีด และผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนครับ เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น หมอสรุปเป็นตารางเปรียบเทียบด้านล่าง ดังนี้
| คุณสมบัติ | ลิฟกรอบหน้า | โบกราม |
|---|---|---|
| เป้าหมายหลัก | ยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย ทำให้กรอบหน้าคมชัดขึ้น | ลดขนาดของกล้ามเนื้อกรามที่ใหญ่ให้เล็กลง |
| หลักการทำงาน | ทำให้ผิวหนังหดตัวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน | คลายกล้ามเนื้อกราม ทำให้กล้ามเนื้อฝ่อและมีขนาดเล็กลง |
| บริเวณที่ฉีด | ผิวหนังชั้นตื้นตามแนวกรอบหน้า ลำคอ และใต้คาง | กล้ามเนื้อกราม (Masseter Muscle) โดยตรง |
| ผลลัพธ์ | กรอบหน้าคมชัดขึ้น ผิวดูกระชับ ใบหน้ามีมิติ | ใบหน้าดูเรียวเล็กลง กรามดูซอฟต์ลง หน้าเป็นทรงวีเชฟ |
| ระยะเวลาเห็นผล | เริ่มเห็นผลประมาณ 3-4 วัน และเห็นผลเต็มที่ใน 2 สัปดาห์ | กล้ามเนื้อเริ่มนิ่มลงใน 1-2 สัปดาห์ และเห็นผลเต็มที่ใน 2-3 เดือน |
| ระยะเวลาการคงผลลัพธ์ | ประมาณ 1-4 เดือน (ขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้) | ประมาณ 5-6 เดือน |
ลิฟกรอบหน้า กับ โบกราม เหมาะกับใคร ?
การเลือกทำโบท็อกลิฟกรอบหน้า หรือโบท็อกลดกราม ต้องดูจากสาเหตุของปัญหาเป็นหลักว่าเกิดจากผิวหย่อนคล้อย หรือกล้ามเนื้อกรามใหญ่ โดยแต่ละหัตถการจะเหมาะกับกลุ่มคนดังต่อไปนี้
โบลิฟกรอบหน้า เหมาะกับใคร ?
- ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยบริเวณกรอบหน้าและแก้ม
- ผู้ที่กรอบหน้าไม่ชัดเจน ต้องการให้ใบหน้าดูมีมิติและคมขึ้น
- ผู้ที่มีปัญหาเหนียงใต้คางที่เกิดจากความหย่อนคล้อย
- ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้นโดยไม่ได้มีปัญหากล้ามเนื้อกรามใหญ่
โบกราม เหมาะกับใคร ?
- ผู้ที่มีปัญหากรามใหญ่ หน้าเหลี่ยม หรือหน้าบานจากขนาดของกล้ามเนื้อกราม
- ผู้ที่มีกล้ามเนื้อกรามใหญ่จากพฤติกรรมการเคี้ยวอาหาร หรือการนอนกัดฟัน
- ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น แต่ไม่ต้องการผ่าตัด
โดยสรุป ลิฟกรอบหน้าจะเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อย ขณะที่โบกรามเหมาะกับผู้ที่มีกล้ามเนื้อกรามใหญ่ ก่อนเลือกทำหัตถการไหนดี ควรเข้ารับการประเมินจากหมอก่อนทุกครั้ง เพราะการฉีดแต่ละตำแหน่งต้องอิงกับโครงสร้างใบหน้าจริง ๆ ไม่ใช่ทุกคนที่เหมาะกับเทคนิคเดียวกันครับ

เพื่อแนะนำวิธีที่เหมาะสมที่สุดครับ
ลิฟกรอบหน้า กับ โบกราม ทำร่วมกันได้ไหม ?
ฉีดโบลิฟกรอบหน้า กับ โบลดกราม สามารถทำร่วมกันได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีทั้งปัญหากล้ามเนื้อกรามใหญ่และผิวหย่อนคล้อย การทำควบคู่กันจะช่วยให้หน้าเรียวเล็กลงและกรอบหน้าคมชัดมากขึ้น ทำให้เห็นผลลัพธ์โดยรวมที่ชัดเจนกว่าเดิมครับ
ฉีดลิฟกรอบหน้า กับ โบกราม กี่วันเห็นผล ?
ฉีดโบท็อก กี่วันเห็นผล ? ผลลัพธ์จากการฉีดโบท็อกซ์ลิฟกรอบหน้า กับ โบกราม จะแตกต่างกันตามลักษณะการทำงานของกล้ามเนื้อและผิวหนัง ดังนี้
- โบลิฟกรอบหน้า เป็นเทคนิค “ยกผิว” มากกว่าลดกล้ามเนื้อ ส่วนใหญ่เริ่มรู้สึกผิวกระชับขึ้นใน 3-4 วัน กรอบหน้าชัดขึ้น เห็นผลชัดเจนเต็มที่ ใน 2 สัปดาห์
- โบกราม ลดการทำงานของกล้ามเนื้อกราม หลังฉีด 7-14 วัน จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง กล้ามเนื้อกรามนิ่มลง เวลากัดฟันแล้วกล้ามเนื้อกรามจะไม่เด้ง กรามยุบลงเห็นผลเต็มที่ใน 2-3 เดือน

ข้อควรรู้ : เพื่อให้ผลลัพธ์การฉีด Botox ออกมาชัดเจนและปลอดภัย ควรติดตามผลกับแพทย์หลังฉีด และเว้นระยะห่างการฉีดแต่ละครั้งอย่างน้อย 4-6 เดือน เพื่อป้องกันการดื้อโบท็อกในระยะยาวครับ
หลังฉีดลิฟกรอบหน้า กับ โบกราม อยู่ได้นานไหม ?
ผลลัพธ์จากการฉีดลิฟกรอบหน้าและโบกราม ขึ้นอยู่กับ ยี่ห้อของโบท็อกซ์, จำนวนยูนิต, เทคนิคการฉีด, โครงสร้างใบหน้า รวมถึงการดูแลตัวเองหลังฉีดของแต่ละคน โดยทั่วไปมีระยะเวลาประมาณดังนี้
- ฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้า ด้วยเทคนิค Dermolift อยู่ได้นาน 1-2 เดือน
- ฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้า ด้วยเทคนิค Nefertiti lift อยู่ได้นาน 3-4 เดือน
- ฉีดโบท็อกลดกราม อยู่ได้นาน 5-6 เดือน
บทความแนะนำ
ลิฟกรอบหน้า กับ โบกราม ราคาเท่าไหร่ ?
ค่าใช้จ่ายสำหรับการลิฟกรอบหน้า กับโบกราม ฉีดโบท็อก ราคา แต่ละตำแหน่งจะไม่เท่ากันครับ ขึ้นอยู่กับปัญหา ยี่ห้อและปริมาณยูนิตที่ฉีด หมอจะต้องประเมินปัญหาและสภาพผิวของคนไข้ก่อน เพื่อแนะนำยี่ห้อโบท็อกซ์ที่เหมาะสม ตรงกับความต้องการและงบประมาณของคนไข้
คลิกดูโปรโมชัน!
ฉีดโบลิฟกรอบหน้า กับ โบกราม ที่ไหนดี ?
ก่อนตัดสินใจ ลิฟกรอบหน้า กับ โบกราม ฉีดโบท็อก ที่ไหนดี ควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดรอบคอบ เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดี ควรพิจารณาปัจจัยสำคัญดังนี้
- หมอมีประสบการณ์ด้านการฉีดโบท็อกซ์ เป็นแพทย์ประจำคลินิก (full-time) มีประสบการณ์สูง และมีเลขที่ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่สามารถตรวจสอบได้
- ใช้โบท็อกแท้เท่านั้น คนไข้ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับวิธีสังเกตโบท็อกของแท้ยี่ห้อต่าง ๆ และก่อนฉีดหมอจะต้องแกะกล่อง เปิดขวด ผสมยาให้ดูต่อหน้าทุกครั้ง
- ดูรีวิวของคลินิก ที่คนไข้เป็นคนโพสต์ หรือ Feedback ในช่องทางที่เป็นกลาง เช่น รีวิวติดดาวใน Facebook รีวิวติดดาวใน Google maps หรือตาม Website ต่าง ๆ
- คลินิกมีมาตรฐานความสะอาดและความปลอดภัยสูง มีการใช้เข็มและอุปกรณ์ที่ผ่านการฆ่าเชื้ออย่างถูกวิธี เพื่อป้องกันการติดเชื้อและผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์
- โบท็อก ราคาสมเหตุสมผล ไม่แพงหรือถูกเกินไป เพราะอาจเสี่ยงเจอของปลอม
ลิฟกรอบหน้า กับ โบกราม ที่ V Square Clinic ดีอย่างไร ?
โปรแกรม ฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้า และ โบท็อกกราม ที่ V Square Clinic มั่นใจได้ทั้งคุณภาพและความคุ้มค่า ดำเนินการโดยทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านการปรับรูปหน้ากว่า 15 ปี
- หมอตรวจประเมินใบหน้าอย่างละเอียดก่อนฉีดทุกเคส โดยไม่ผ่านเซลส์
- ฉีดด้วยเทคนิคเฉพาะของแพทย์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและเป็นธรรมชาติ
- ใช้โบท็อกแท้ นำเข้าอย่างถูกต้อง หมอแกะกล่อง-เปิดขวดผสมยาให้ดูต่อหน้า
- บริการติดตามผลหลังฉีด เพื่อความปลอดภัยและความพึงพอใจของผู้รับบริการ
- มีรีวิวที่น่าเชื่อถือทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ จากผู้ใช้บริการจริง ดารา และ Celebrity
รีวิว ลิฟกรอบหน้า กับ โบกราม
ตัวอย่างผลลัพธ์หลังฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้ากับโบท็อกกราม



คำถามที่พบบ่อย (FAQ) ลิฟกรอบหน้า กับ โบกราม
ฉีดโบลิฟกรอบหน้า กับ โบกราม เจ็บไหม ?
ความรู้สึกเจ็บขณะฉีดทั้งสองหัตถการจะคล้ายกัน คือรู้สึกเจ็บเล็กน้อยในระดับที่ทนได้ คล้ายมดกัดเฉพาะตอนจิ้มเข็มและตอนเดินยาเท่านั้นครับ โดยปกติก่อนทำการฉีด ทางคลินิจะมีการประคบน้ำแข็งเพื่อช่วยลดความรู้สึกเจ็บ หรือสำหรับผู้ที่กังวลเรื่องความเจ็บมาก สามารถขอแปะยาชาก่อนทำได้
ฉีดลิฟกรอบหน้า กับ โบกราม ใช้กี่ยูนิต ?
แต่ละเคสอาจใช้ปริมาณโบท็อกมากน้อยแตกต่างกันได้ครับ ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ตามปัญหาของคนไข้แต่ละคน โดยทั่วไปจะใช้ปริมาณดังนี้
- ลิฟกรอบหน้า : ใช้ประมาณ 30-50 ยูนิต ขึ้นกับขนาดกล้ามเนื้อและความหย่อนคล้อย
- โบกราม : ใช้ประมาณ 50-100 ยูนิต แบ่งฉีดข้างละ 25-50 ยูนิต ขึ้นอยู่กับขนาดของกล้ามเนื้อกรามแต่ละข้าง ในเคสที่มีกล้ามเนื้อกรามเยอะมาก ก็สามารถฉีดได้ถึง 200 ยูนิตครับ
ถ้าจะให้หน้าเรียวชัดที่สุด ลิฟกรอบหน้า กับ โบกราม ทำร่วมกับอะไรได้บ้าง ?
เพื่อให้กรอบหน้าคมชัดและหน้าเรียวที่สุด โบท็อกลิฟกรอบหน้า และ โบท็อกกราม สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่น ๆ ได้ เช่น
- เมโสแฟต : เหมาะสำหรับคนที่มีไขมันสะสมบริเวณแก้มหรือเหนียงร่วมด้วย จะช่วยสลายไขมันส่วนเกิน ทำให้ใบหน้าดูเพรียวขึ้น
- เครื่องยกกระชับ (Ulthera – Hifu – Thermage) : ช่วยยกกระชับผิวจากชั้นลึก กระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวแน่นและเก็บกรอบหน้าได้ดีขึ้น เหมาะกับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยค่อนข้างมาก
- ร้อยไหม : เป็นการดึงยกผิวโดยตรง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจนและทันทีในเรื่องการยกกระชับ
- ฟิลเลอร์คาง : สำหรับผู้ที่กรามลดลงแล้ว แต่ยังมีปัญหาคางสั้นหรือคางตัด การเติมฟิลเลอร์จะช่วยปรับสัดส่วนใบหน้าให้ดูเป็น V-Shape ที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
สรุป ลิฟกรอบหน้า กับ โบกราม ต่างกันยังไง ? ควรเลือกทำอะไรดี ?
ลิฟกรอบหน้า กับ โบกราม ต่างกันยังไง ? หมอสรุปง่าย ๆ คือ โบท็อกลิฟกรอบหน้า เหมาะกับคนที่มีผิวหย่อนคล้อย เหนียงใหญ่ กรอบหน้าไม่ชัด ต้องการยกกระชับให้กรอบหน้าคมขึ้น ส่วนโบท็อกกราม เหมาะกับคนที่มีกล้ามเนื้อกรามใหญ่ หน้าเหลี่ยมหรือบาน ต้องการปรับให้หน้าเรียว การเลือกทำหัตถการไหนดีนั้น ขึ้นอยู่กับปัญหาของใบหน้า โดยสามารถทำร่วมกันได้เพื่อให้เห็นผลชัดเจนและรวดเร็วครับ
อ้างอิง











