เปรียบเทียบดูดไขมัน VS Coolsculpting ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี ?

Categories
Coolsculpting
ดูดไขมัน vs Coolsculpting

ดูดไขมัน vs Coolsculpting

อยากปรับรูปร่าง ดูดไขมัน VS Coolsculpting ทำวิธีไหนดี ? เพราะทั้ง 2 วิธี มีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือการกำจัดไขมัน แต่กลไกการทำงาน ความเหมาะสม และผลลัพธ์ที่ได้นั้นแตกต่างกันอย่างชัดเจนครับ

ใครที่กำลังกังวลกับปัญหาไขมันส่วนเกิน ในบทความนี้หมอจะพาไปเจาะลึกกระบวนการทำงาน และประสิทธิภาพของทั้ง 2 วิธีอย่างละเอียด เปรียบเทียบทุกแง่มุม เพื่อช่วยให้คนไข้สามารถเลือกวิธีที่เหมาะสมกับตัวเองมากที่สุดครับ

คลิกอ่านหัวข้อ ดูดไขมัน vs coolsculpting


ดูดไขมัน vs Coolsculpting ทำงานต่างกันอย่างไร ?

การทำงานดูดไขมัน vs Coolsculpting

การดูดไขมัน (Liposuction)

การดูดไขมัน ถือเป็นขั้นตอนผ่าตัดเล็ก (Minimally Invasive) ครับ แพทย์จะใช้เครื่องมือพิเศษในการกำจัดเซลล์ไขมันออกจากร่างกายโดยตรง โดยมีกระบวนการทำงานมีดังนี้

  • ใช้ยาชาเฉพาะที่หรือการดมยาสลบ ขึ้นอยู่กับขนาดของพื้นที่ในการต้องการกำจัดไขมัน
  • เจาะรูเล็ก ๆ บริเวณผิวหนัง เพื่อสอดท่อ (Cannula) เข้าไปในชั้นไขมันใต้ผิวหนัง
  • ใช้เครื่องดูดสุญญากาศดึงเซลล์ไขมันออกมา
  • ใช้เวลาประมาณ 1-3 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมัน
  • ปิดแผลและใส่เสื้อกระชับเพื่อช่วยฟื้นตัว

เครื่องมือหรือเทคนิคการดูดไขมันที่นิยม : เช่น Vaser Liposuction, Tumescent Liposuction, Power-Assisted Liposuction เป็นต้น

สลายไขมันด้วยความเย็น (Coolsculpting)

Coolsculpting เป็นขั้นตอนที่ไม่ต้องผ่าตัดครับ ทำงานโดยใช้เทคโนโลยีการแช่แข็ง Cryolipolysis ทำให้เซลล์ไขมันตายแบบไม่รุกราน มีกระบวนการทำงานดังนี้

  • ติดแผ่นปกป้องผิวหนังบริเวณที่ต้องการรักษา
  • วางหัวเครื่อง (Applicator) ที่ออกแบบมาเฉพาะส่วน
  • เครื่องจะดูดและส่งความเย็นให้เซลล์ไขมันที่อุณหภูมิ -11 องศาเซลเซียส
  • เซลล์ไขมันที่ถูกแช่แข็งจะตกผลึกและตายจากความเย็น
  • ร่างกายจะกำจัดเซลล์ไขมันที่ตายไปเองตามธรรมชาติภายใน 3-4 สัปดาห์

หลักการทำงานของ Coolsculpting : เซลล์ไขมันจะไวต่อความเย็นมากกว่าเซลล์ผิวหนัง กล้ามเนื้อ หรือเส้นประสาท จึงสามารถทำลายเฉพาะเซลล์ไขมันได้โดยไม่กระทบเนื้อเยื่ออื่น ไม่มีแผล ไม่ต้องใช้ยาชา หลังทำไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น

ข้อดี Coolsculpting
Coolsculpting แช่แข็งไขมัน และกำจัดออก สะดวก ไม่มีแผล เห็นผลลัพธ์จริง

กำจัดไขมัน vs สลายไขมัน ต่างกันอย่างไร ?

เปรียบเทียบกำจัดไขมัน vs สลายไขมัน

การดูดไขมัน = การกำจัดไขมันแบบทันที

  • กำจัดเซลล์ไขมันออกจากร่างกายทันที
  • แพทย์สามารถควบคุมปริมาณไขมันที่ต้องการเอาออกได้อย่างแม่นยำ
  • เหมาะกับการกำจัดไขมันปริมาณมาก BMI มากกว่า 35 (ลดไขมันได้ถึง 2-10 ลิตรในครั้งเดียว)
  • เซลล์ไขมันที่ถูกดูดออกไปแล้วจะไม่กลับมาอีก
  • ผลลัพธ์เห็นได้ทันทีหลังการผ่าตัด (แต่ต้องรอบวมลดก่อน)

Coolsculpting = การสลายไขมันแบบค่อยเป็นค่อยไป

  • ทำลายเซลล์ไขมันด้วยความเย็น แล้วปล่อยให้ร่างกายกำจัดเอง
  • ร่างกายจะค่อย ๆ ขจัดเซลล์ไขมันที่ตายผ่านระบบน้ำเหลือง
  • กระบวนการเป็นไปตามธรรมชาติของร่างกาย ใช้เวลา 8-12 สัปดาห์
  • ลดไขมันได้ประมาณ 25-30% ต่อบริเวณในแต่ละครั้งรักษา
  • เหมาะกับการปรับแต่งสัดส่วนและกำจัดไขมันปริมาณน้อยถึงปานกลาง

อ่านบทความเพิ่มเติม : สลายไขมันด้วยความเย็น ลดและขจัดเซลล์ไขมันอย่างถาวร เห็นผล


ประสิทธิภาพในการเห็นผลลัพธ์ ดูดไขมัน vs Coolsculpting

ดูดไขมัน และ Coolsculpting สามารถช่วยลดจำนวนเซลล์ไขมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เห็นผลลัพธ์ได้จริง

  • การดูดไขมัน : ลดไขมันได้มากที่สุดในครั้งเดียว ถึง 2-10 ลิตร ผลลัพธ์ชัดเจนและคาดเดาได้แม่นยำ เหมาะกับคนที่ไขมันเยอะ ต้องการปรับรูปร่างครั้งใหญ่ หลังทำเห็นความเปลี่ยนแปลงทันทีหลังผ่าตัด แต่ต้องแลกมากับผลข้างเคียง เจ็บ บวมช้ำ เขียว บวมนาน ประมาณ 1-2 สัปดาห์ ดังนั้นคนไข้จะสามารถเห็นผลลัพธ์ที่สมบูรณ์หลังการพักฟื้นโดยทั่วไปอยู่ที่ 3-6 เดือน
  • CoolSculpting : ลดไขมันได้ 25-30%หรือประมาณ 60-70 cc ต่อบริเวณในแต่ละครั้ง เหมาะกับการปรับแต่งสัดส่วนและลดไขมันเฉพาะจุด ในเคสที่มีไขมันเยอะสามารถทำซ้ำเพื่อลดไขมันได้ตามต้องการ สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลง ในช่วง 3-4 สัปดาห์จะเริ่มเห็นผลว่าสัดส่วนเล็กลง เห็นผลเต็มที่ใช้เวลา 3 เดือน ซึ่งในช่วง 1-2 อาทิตย์แรกหลังทำอาจจะมีอาการบวม ปวด ๆ เมื่อย ๆ บริเวณที่ทำ
ผลลัพธ์ทำ CoolSculpting

ทั้งสองวิธีสามารถช่วยลดจำนวนเซลล์ไขมัน แต่ถ้าน้ำหนักเพิ่มขึ้นจากการไม่ดูแลตัวเอง กินของมันของทอด อาหารไขมันสูง เซลล์ไขมันที่เหลืออยู่ก็ยังสามารถพองตัวได้อีกครับ แนะนำให้ดูแลตัวเอง ควบคุมอาหาร ออกกำลังเพิ่มเพื่อคงผลลัพธ์ได้นานขึ้น

อ่านบทความเพิ่มเติม : Coolsculpting รีวิวจากเคสจริงและเซเลบ สลายไขมัน หุ่นสวยทันใจ เห็นผลชัด


จุดเด่นของ CoolSculpting ที่ดีต่อคนไข้

การกำจัดไขมันส่วนเกินด้วยการทำ Coolsculpting สลายไขมันด้วยความเย็น เป็นวิธีที่มีความปลอดภัยสูง และเป็นหัตถการที่แพทย์ทั่วโลกยอมรับในประสิทธิภาพ คิดค้นและพัฒนาโดยนายแพทย์ Dieter Manstein และนายแพทย์ R.Rox Anderson จากมหาวิทยาลัย Harvard สหรัฐอเมริกา ผ่านการันตีผลลัพธ์ ด้วยงานวิจัยทางการแพทย์กว่า 70 งานวิจัย ที่ยืนยันผลการรักษาว่า Coolsculpting สามารถลดจำนวนเซลล์ไขมันในชั้นผิวหนังบริเวณที่ทำได้จริง โดยไขมันลดลงได้ถึง 25-30% ต่อการทำ 1 ครั้ง

จุดเด่น CoolSculpting ต่างจากดูไขมัน
  1. กำจัดไขมันส่วนเกินได้หลายบริเวณ สามารถรักษาได้หลายส่วนในครั้งเดียวมีหัวเครื่องหลายขนาดเหมาะกับแต่ละบริเวณ เหมาะกับหน้าท้อง เอว สะโพก ต้นขา ต้นแขน เหนียง คางสองชั้น
  2. เห็นผลลัพธ์ได้จริง และเป็นดูธรรมชาติ สามารถลดไขมันได้ถึง 25% โดยไขมันลดลงแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่มีใครสังเกตเห็นว่าทำหัตถการ ผิวหนังไม่เป็นคลื่นหรือไม่เรียบเหมือนบางกรณีของการดูดไขมัน
  3. ปลอดภัยสูง ได้รับการรับรองจาก US.FDA สำหรับความปลอดภัย กำจัดไขมันได้ถาวรโดยไม่กระทบต่อเนื้อเยื่ออื่นนอกจากเซลล์ไขมัน
  4. อัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่ำมาก เพราะมีระบบ Freeze Detect เมื่อตรวจเจอความเย็นในผิวชั้นบนที่มากเกินไป เครื่องจะหยุดทำงานทันที ขณะที่การดูดไขมันมีการใช้ยาชาหรือการดมยาสลบที่มีความเสี่ยงสูงกว่า
  5. ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผลเป็น ไม่มีการเจาะหรือกรีดผิวหนัง เหมาะสำหรับคนที่กลัวการผ่าตัดหรือไม่ต้องการความเสี่ยงจากการผ่าตัด ไม่มีเวลาพักฟื้น ทำเสร็จแล้วสามารถกลับบ้านได้เลย คนไข้สามารถกลับไปทำงานหรือทำกิจกรรมได้ในวันเดียวกันไม่ต้องหยุดงานหรือวางแผนพักฟื้นตัว

ดูดไขมัน vs CoolSculpting เลือกวิธีไหน ?

การเลือกระหว่างการดูดไขมันและ CoolSculpting ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ซึ่งคนไข้ควรพิจารณาดังนี้

ข้อควรพิจารณาก่อนตัดสินใจเลือกดูดไขมัน

  • ต้องการกำจัดไขมันจำนวนมากในครั้งเดียว
  • ต้องการผลลัพธ์ชัดเจนและรวดเร็ว
  • มีเวลาและความพร้อมในการพักฟื้น
  • พร้อมรับความเสี่ยงและข้อจำกัดจากการผ่าตัด สุขภาพแข็งแรง
  • ไม่กลัวเจ็บ รับอาการบวมช้ำ ผิวระบมได้
  • มีงบประมาณเพียงพอ

ข้อควรพิจารณาก่อนตัดสินใจเลือก CoolSculpting

  • กำจัดไขมันส่วนเกินเฉพาะจุดปริมาณน้อย-ปานกลาง
  • ไม่ต้องการผ่าตัดหรือแผลเป็น
  • ไม่สามารถหยุดงานหรือพักฟื้นได้
  • ต้องการความปลอดภัยสูงสุด
  • ไม่รีบร้อน ยอมรับผลลัพธ์ที่ค่อยเป็นค่อยไป
  • ราคาขึ้นอยู่กับจำนวนหนีบที่ใช้ (1 หนีบมีขนาดประมาณ 1 ฝ่ามือ)
Coolsculpting ราคา

เปรียบเทียบตัวเลือกในการลดไขมันวิธีอื่น ๆ

นอกจากการดูดไขมันและ Coolsculpting แล้ว ยังมีเทคโนโลยีและวิธีการอื่น ๆ ที่ได้รับความนิยมในการกำจัดไขมันและกระชับสัดส่วน เช่น

  • Thermage (เทอร์มาจ) ใช้คลื่นความร้อน RF (Radiofrequency) ส่งความร้อนเข้าสู่ชั้นผิวหนังลึก กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ช่วยกระชับผิวหนัง ลดเซลลูไลท์ และปรับสัดส่วนได้เบา ๆ ข้อดีของThermage FLX คือไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล เหมาะกับผู้ที่ผิวหย่อนมากกว่าปัญหาไขมัน
  • Ulthera (อัลเทอร่า) ใช้คลื่นเสียงความถี่สูง (High-Intensity Focused Ultrasound-HIFU) ส่งความร้อนเข้าสู่ชั้น SMAS (ชั้นกล้ามเนื้อใต้ผิวหนัง) กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ช่วยยกกระชับผิดได้ดี เหมาะกับผู้ที่ต้องการเน้นยกกระชับเป็นหลัก ช่วยยกกระชับผิว ปัจจุบันมีให้เลือก 2 รุ่น คือ Ulthera SPT และ Ulthera Prime
  • เมโสแฟต (Mesotherapy / Meso Fat) ฉีดตัวยาสลายไขมันเข้าใต้ผิวหนังโดยตรง เหมาะกับการลดไขมันเฉพาะจุด
Thermage ราคา
Ulthera ราคา
เมโสแฟต ราคา

แนวทางการเลือกวิธีลดไขมัน หรือกำจัดไขมันที่เหมาะสม

  • ถ้าต้องการกำจัดไขมันจำนวนมาก ไม่กลัวการผ่าตัด > ดูดไขมัน
  • ถ้าต้องการลดไขมันส่วนเกิน ไม่ผ่าตัด > CoolSculpting
  • ถ้างบประมาณจำกัด ต้องการลดไขมันเฉพาะจุด > เมโสแฟต
  • ถ้าต้องการกระชับผิวหย่อนเป็นหลัก > Ulthera และ Thermage

ทำ Coolsculpting ที่ V Square Clinic ดีอย่างไร ?

ที่ V Square Clinic มีให้บริการดูแลรูปร่างด้วย CoolSculpting และหัตถการอื่น ๆ อาทิ เครื่องมือยกกระชับ เมโสแฟต ปากกาลดน้ำหนัก โดยจะดูแลและให้คำแนะนำโดยแพทย์ หรือ Specialist ที่มีประสบการณ์

สำหรับการทำ CoolSculpting จะมีแพทย์และ Specialist ให้คำปรึกษาและดูแลโดยเฉพาะ พร้อมด้วยสิ่งยังอำนวยความสะดวกอื่น ๆ ให้กับคนไข้

บริการ CoolSculpting V Square โดย พญ.อิษฎา ตระกูลสุข
ที่ V Square Clinic มีบริการประเมินรูปร่างก่อนทำหัตถการ
เพื่อแนะนำโปรแกรม CoolSculpting ที่เหมาะสมและตรงกับงบประมาณของคนไข้
(พญ.อิษฎา ตระกูลสุข เลข ว.55673)
  • ให้บริการสลายไขมันด้วยความเย็น CoolSculpting โดยทำในห้องที่มีขนาดเหมาะสม สะดวกสบาย ไม่อึดอัด ซึ่งเป็นห้องที่มีขนาดอย่างน้อยประมาณ 20 ตารางเมตร
  • ในช่วงเวลาหลายชั่วโมงที่ทำ CoolSculpting ทาง V Square Clinic เน้นมอบความสบายให้แก่ลูกค้าอย่างสูงสุด จึงเลือกใช้เก้าอี้ Lazboy รุ่นท็อป ที่มีความกว้างมากเป็นพิเศษ
  • เพิ่มเทคนิคพิเศษในขั้นตอนการทำ CoolSculpting ที่จะช่วยให้อาการบวมหลังทำหายไวกว่าปกติ
  • มีรีวิวจากดารา เซเลบริตี้ที่มีชื่อเสียง เข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง
ทำCoolSculpting ที่ V Square

FAQ รวมข้อสงสัยเกี่ยวกับดูดไขมัน vs Coolsculpting

ดูดไขมัน vs Coolsculpting ทำทั้ง 2 วิธีได้ไหม ?

ในเคสที่ไม่ข้อจัดกัด สามารถพิจารณาทำทั้งสองวิธีได้เพื่อให้ได้ผลดีที่สุด เช่น ดูดไขมันก่อนแล้วตามด้วย CoolSculpting เพื่อปรับแต่งในส่วนที่เหลือ

หลังดูดไขมัน ผิวเป็นคลื่นไม่เรียบจริงไหม ?

หลังดูดไขมัน นอกจากจะมีอาการเขียวช้ำค่อนข้างมากแล้ว มักจะทำให้เกิดชั้นผิวที่ไม่เรียบ ไม่สม่ำเสมอได้ ซึ่งเกิดจากแนวในการสอดท่อเพื่อขูดไขมันหลาย ๆ แนว ซึ่งถ้าเกิดขึ้นแก้ไขยากครับ

ลดไขมันสะสมเฉพาะจุด ดูดไขมัน vs Coolsculpting เลือกแบบไหนดี ?

กรณีที่ต้องการลดไขมันเฉพาะจุดเช่น ลดต้นแขน ลดต้นขา มีปัญหาขาใหญ่ สะโพกใหญ่ สามารถทำได้ทั้ง 2 หัตถการครับ แต่ถ้าใครไม่อยากให้มีอาการเขียวช้ำ ไม่อยากมีแผล รอผลลัพธ์ได้ หมอแนะนำ CoolSculpting ครับ เพราะเป็นวิธีการที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันสะสมเฉพาะจุด หลังทำคนไข้ยังใส่กางเกงขาสั้นได้ ไม่มีรอยช้ำ รอยแผลที่ต้องปกปิด

หลังดูดไขมัน vs Coolsculpting น้ำหนักลงไหม ?

หลังดูดไขมันน้ำหนักจะลดลง 2-10 kg ทันทีหลังทำเนื่องจากดูดไขมันออกไปในปริมาณมาก ส่วนการทำ Coolsculpting ไม่ใช่การลดน้ำหนัก แต่เป็นการเน้นลดสัดส่วนเฉพาะจุดครับ


สรุป ดูดไขมัน VS Coolsculpting ช่วยลดไขมันได้เห็นผล

การเลือกระหว่างดูดไขมัน VS CoolSculpting ไม่มีคำตอบที่ถูกหรือผิดสำหรับทุกคนครับ แต่ขึ้นอยู่กับเป้าหมาย สภาพร่างกาย และไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล

  • การดูดไขมัน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ชัดเจนและรวดเร็ว สามารถกำจัดไขมันปริมาณมากได้ในครั้งเดียว แต่ต้องแลกมาด้วยการผ่าตัด การพักฟื้น และความเสี่ยงที่สูงกว่า เหมาะกับผู้ที่มีไขมันสะสมจำนวนมากและพร้อมที่จะรับมือกับข้อจำกัดหลังการผ่าตัด
  • CoolSculpting เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและสะดวกสบายสำหรับผู้ที่มีไขมันปริมาณน้อยถึงปานกลาง ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น และสามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติได้ทันที แม้ผลลัพธ์จะค่อยเป็นค่อยไป แต่ก็เป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความเสี่ยงน้อยที่สุด

สิ่งสำคัญที่สุดคือการปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพร่างกายและรับคำแนะนำที่เหมาะสม ภายใต้คลินิกที่ได้มาตรฐานครับ


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ

ปรึกษาหมอ