HPV 4 สายพันธุ์ กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ลดเสี่ยงมะเร็งปากมดลูก

Categories
health checkup
HPV 4 สายพันธุ์

รู้จักวัคซีน HPV 4 สายพันธุ์

วัคซีน HPV 4 สายพันธุ์ เป็นหนึ่งในวัคซีนที่สามารถช่วยลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากมะเร็งปากมดลูกเป็นหนึ่งในมะเร็งที่พบบ่อยในผู้หญิงทั่วโลก และสาเหตุหลักกว่า 99% มาจากเชื้อไวรัส HPV (Human Papillomavirus) ที่ติดต่อผ่านการสัมผัสทางเพศสัมพันธ์

วัคซีน HPV 4 สายพันธุ์ ฉีดอย่างไร ? ฉีดตอนไหน ? ช่วยป้องกันโรคอะไรได้บ้าง ? เหมาะกับใคร ? สามารถศึกษาข้อมูลเหล่านี้ ก่อนตัดสินใจฉีดได้ครับ

สารบัญ HPV 4 สายพันธุ์


HPV 4 สายพันธุ์ คืออะไร ?

วัคซีน HPV 4 สายพันธุ์ หรือที่รู้จักในชื่อทางการค้าว่า Gardasil® คือวัคซีนป้องกันเชื้อ Human Papillomavirus (HPV) ที่ครอบคลุม 4 สายพันธุ์หลัก ได้แก่

  • สายพันธุ์ 6 ก่อให้เกิดหูดหงอนไก่บริเวณอวัยวะเพศ (Genital Warts)
  • สายพันธุ์ 11 ก่อให้เกิดหูดหงอนไก่และภาวะ Respiratory Papillomatosis
  • สายพันธุ์ 16 เป็นสายพันธุ์ความเสี่ยงสูง เชื่อมโยงกับมะเร็งปากมดลูก มะเร็งช่องคลอด และมะเร็งทวารหนัก
  • สายพันธุ์ 18 เป็นสายพันธุ์ความเสี่ยงสูง พบบ่อยในมะเร็งปากมดลูกชนิด Adenocarcinoma

เชื้อ HPV ทั้ง 4 สายพันธุ์นี้สามารถช่วยลดความเสี่ยงการโรคที่เกิดจาก HPV ได้ถึงประมาณ 70–90%


HPV 4 สายพันธุ์ ป้องกันโรคอะไรบ้าง ?

HPV 4 สายพันธุ์ ช่วยเรื่องอะไร

วัคซีน HPV 4 สายพันธุ์สามารถป้องกันโรคได้หลากหลาย และเป็นวัคซีนที่แนะนำให้ฉีดได้ทั้งเพศชายและเพศหญิง เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อ

HPV 4 สายพันธุ์ในผู้หญิง ช่วยป้องกันโรคอะไรได้บ้าง ?

วัคซีน HPV 4 สายพันธุ์ (สายพันธุ์ 6, 11, 16, 18) สามารถช่วยป้องกันมะเร็งปากมดลูก (Cervical Cancer) ซึ่งเป็นโรคมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในผู้หญิงทั่วโลก ได้สูงสุดถึง 70-90% รวมถึงมะเร็งชนิดอื่น ๆ เช่น

  • มะเร็งช่องคลอด (Vaginal Cancer) และมะเร็งปากช่องคลอด (Vulvar Cancer)
  • หูดหงอนไก่บริเวณอวัยวะเพศ (Condylomata Acuminata)
  • รอยโรคก่อนมะเร็งปากมดลูก (CIN Grade 2/3) ที่อาจนำไปสู่มะเร็งหากไม่รักษา

HPV 4 สายพันธุ์ ในผู้ชายช่วยป้องกันโรคอะไรได้บ้าง ?

การฉีดวัคซีน HPV 4 สายพันธุ์ ไม่ได้เหมาะกับเพียงผู้หญิงเท่านั้นครับ ผู้ชายก็สามารถฉีดได้ และเป็นผลดีด้วย เช่น

  • ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหูดหงอนไก่บริเวณอวัยวะเพศและรอบทวารหนัก
  • มะเร็งทวารหนัก (Anal Cancer) ที่สัมพันธ์กับ HPV สายพันธุ์ 16 และ 18
  • มะเร็งอวัยวะเพศชาย (Penile Cancer) แม้พบน้อยแต่มีความรุนแรง
  • ลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อ HPV ไปสู่คู่นอน ช่วยป้องกันโรคในระดับชุมชน (Herd Immunity)
ฉีดวัคซีน HPV 4 สายพันธุ์ ในผู้ชาย

การฉีดวัคซีน HPV ในผู้ชายจึงไม่เพียงแต่ป้องกันตนเอง แต่ยังช่วยปกป้องคู่รักและลดการแพร่กระจายของเชื้อในสังคมด้วย


ทำไมควรฉีด HPV 4 สายพันธุ์ ?

  1. ประสิทธิภาพสูง : งานวิจัยทางคลินิกพิสูจน์ว่าวัคซีนมีประสิทธิภาพมากถึง 70-90% ในการป้องกันรอยโรคที่เกิดจาก HPV สายพันธุ์ 6, 11, 16, 18 ในผู้ที่ยังไม่เคยติดเชื้อ
  2. ป้องกันก่อนสัมผัสเชื้อ : วัคซีนให้ผลดีที่สุดเมื่อฉีดก่อนเริ่มมีเพศสัมพันธ์ แต่ยังคงมีประโยชน์แม้เคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว เนื่องจากโอกาสสัมผัสครบทั้ง 4 สายพันธุ์พร้อมกันนั้นต่ำมาก
  3. ลดค่าใช้จ่ายระยะยาว : การรักษามะเร็งปากมดลูกมีค่าใช้จ่ายสูงมากครับ และไม่อาจคาดการณ์หรือสรุปฟันธงได้ว่าจะรักษาได้ วัคซีนจึงเป็นการลงทุนด้านสุขภาพที่คุ้มค่าในระยะยาว
  4. มีความปลอดภัย : ได้รับการรับรองจากองค์กรสาธารณสุขโลก WHO, FDA, และ อย. ไทย รับรองความปลอดภัยและประสิทธิภาพของวัคซีน HPV 4 สายพันธุ์
  5. ฉีดทั้งชาย-หญิง : ฉีดได้ทั้งในเพศชายและเพศหญิง เพื่อประสิทธิผลสูงสุดในการป้องกันโรค
จองคิวปรึกษาแพทย์ฉีดวัคซีน HPV

HPV 4 สายพันธุ์ ต่างจาก 2 สายพันธุ์ อย่างไร ?

ในกลุ่มของวัคซีนป้องกันการติดเชื้อ HPV ปัจจุบันมีอยู่ 3 ชนิด คือ ชนิด 2 สายพันธุ์ (ชื่อทางการค้า CERVARIX) ,ชนิด 4 สายพันธุ์ (ชื่อทางการค้า GARDASIL) และ ชนิดใหม่ 9 สายพันธุ์ (ชื่อทางการค้า GARDASIL 9)

วัคซีน HPV 2 สายพันธุ์ (Cervarix)

  • ป้องกันเฉพาะ HPV สายพันธุ์ 16, 18
  • เน้นป้องกันมะเร็งปากมดลูกเป็นหลัก
  • ไม่ป้องกันหูดหงอนไก่ (สายพันธุ์ 6, 11)
  • แนะนำเฉพาะในเพศหญิงเป็นหลัก

วัคซีน HPV 4 สายพันธุ์ (Gardasil)

  • ป้องกัน HPV สายพันธุ์ 6, 11, 16, 18
  • ป้องกันทั้งรอยโรคก่อนมะเร็งและหูดหงอนไก่
  • เหมาะสำหรับทั้งเพศชายและเพศหญิง

วัคซีน HPV 9 สายพันธุ์ (Gardasil 9)

  • ป้องกัน HPV ชนิด 6, 11, 16, 18, 31, 33, 45, 52 และ 58
  • ช่วยป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้สูงสุด 90%
  • ป้องกันหูดหงอนไก่ไมะเร็งทวารหนัก และมะเร็งช่องปาก
  • ฉีดได้ทั้งหญิงและชายอายุ 9-45 ปี
  • เหมาะสำหรับทั้งเพศชายและเพศหญิง

หากเปรียบเทียบความต่าง HPV 4 สายพันธุ์ กับ 2 สายพันธุ์ วัคซีนHPV 4 สายพันธุ์จะมีประสิทธิภาพสูงกว่าครับ ปัจจุบันหากต้องการ การป้องกันที่ครอบคลุม หมอมักแนะนำให้ฉีดวัคซีน HPV 4 สายพันธุ์ หรือ HPV 9 สายพันธุ์ครับ


HPV 4 สายพันธุ์ เหมาะกับใคร ?

วัคซีน HPV 4 สายพันธุ์ เหมาะกับบุคคลต่อไปนี้

  • เด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชาย อายุ 9–14 ปี ซึ่งเป็นช่วงอายุที่ให้ผลดีที่สุด เนื่องจากฉีดก่อนเริ่มมีเพศสัมพันธ์
  • ผู้ใหญ่หญิงอายุ 15–45 ปี ที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อน
  • ผู้ใหญ่ชายอายุ 15–45 ปี เพื่อป้องกันหูดหงอนไก่และมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับ HPV
  • ผู้ที่ยังไม่มีเชื้อหรือไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งโอกาสได้รับเชื้อทั้ง 4 สายพันธุ์พร้อมกันยังน้อย
  • ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HPV สูง เช่น มีคู่นอนหลายคน หรืออยู่ในกลุ่ม MSM (Men who have Sex with Men)
  • บุคคลที่ต้องการลดความเสี่ยงของการเกิดโรค

HPV 4 สายพันธุ์ ไม่เหมาะกับใคร ?

ในการฉีดวัคซีน HPV 4 สายพันธ์ จะมีบางกลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยง เช่น

  • ผู้ที่แพ้ส่วนประกอบของวัคซีน เช่น ยีสต์ (Saccharomyces Cerevisiae) หรือสารเสริม Aluminum Hydroxyphosphate Sulfate
  • หญิงตั้งครรภ์หรืออยู่ในระหว่างให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีไข้สูงในขณะที่จะฉีด ควรเลื่อนการฉีดออกไปก่อน
  • ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเพื่อประเมินความเหมาะสม
  • ผู้ที่เคยมีปฏิกิริยารุนแรง (Anaphylaxis) ต่อวัคซีน HPV ในเข็มก่อนหน้า

HPV 4 สายพันธุ์ ควรฉีดกี่เข็ม ?

จำนวนเข็มขึ้นอยู่กับอายุที่เริ่มต้นฉีดครับ โดยมีรายละเอียดดังนี้

HPV 4 สายพันธุ์ ฉีดกี่เข็ม
  • อายุ 9–14 ปี แนะนำ ฉีด 2 เข็ม โดยเข็มที่สองห่างจากเข็มแรก 6 เดือน
  • อายุ 15 ปีขึ้นไป แนะน ฉีด 3 เข็ม ตามกำหนดการ เดือนที่ 0, 2, และ 6
  • ผู้ที่ภูมิคุ้มกันบกพร่องแนะนำให้ฉีด 3 เข็ม ทุกช่วงอายุ

ในกรณีที่กลับมาฉีดเข็มที่สองหรือสามล่าช้า ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมดครับ สามารถฉีดเข็มถัดไปต่อเนื่องได้


เตรียมตัวก่อนฉีด HPV 4 สายพันธุ์

การเตรียมตัวที่ดีช่วยให้การฉีดวัคซีนปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

  • แจ้งประวัติการแพ้ยา วัคซีน หรืออาหาร โดยเฉพาะการแพ้ยีสต์
  • แจ้งว่าตั้งครรภ์อยู่หรือไม่ หรือวางแผนตั้งครรภ์ในเร็ว ๆ นี้
  • แจ้งยาหรืออาหารเสริมที่รับประทานอยู่ทั้งหมด
  • ไม่ควรฉีดในช่วงที่มีไข้สูงหรือป่วยเฉียบพลัน ควรเลื่อนให้หายดีก่อน
  • พักผ่อนให้เพียงพอในคืนก่อนฉีด
  • รับประทานอาหารให้เรียบร้อยก่อนไปฉีด เพื่อลดความเสี่ยงของการเวียนหัวหรือเป็นลม
  • ควรนั่งพักในคลินิกอย่างน้อย 15–30 นาทีหลังฉีด เพื่อเฝ้าระวังอาการแพ้

หลังฉีดวัคซีน HPV 4 สายพันธุ์ ดูแลตัวเองอย่างไร ?

การดูแลหลังการฉีดวัคซีนมีความสำคัญต่อผลลัพธ์ที่ดีและความปลอดภัย

  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักในวันที่ฉีด
  • หากมีอาการปวดบวมหรือแดงบริเวณที่ฉีด สามารถประคบเย็นเพื่อบรรเทาอาการได้
  • งดแอลกอฮอล์ในช่วง 24–48 ชั่วโมงหลังฉีด เพื่อไม่ให้รบกวนการสร้างภูมิคุ้มกัน
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอและพักผ่อนให้มาก
  • หากมีอาการผิดปกติ เช่น ลมพิษ หายใจลำบาก หน้าบวม ให้รีบพบแพทย์ทันที
  • จดวันนัดฉีดเข็มถัดไปให้แม่นยำ เพื่อให้การฉีดครบชุดตามกำหนด

ผลข้างเคียง HPV 4 สายพันธุ์ มีไหม ?

วัคซีน HPV 4 สายพันธุ์ มีความปลอดภัยสูงและผ่านการทดสอบทางคลินิกอย่างเข้มงวด ผลข้างเคียงส่วนใหญ่ที่พบจะอยู่ในระดับเล็กน้อยเท่านั้น

ผลข้างเคียงที่พบบ่อย (มักหายเองใน 1–3 วัน)

  • ปวด บวม แดง หรือคันบริเวณที่ฉีด (พบในผู้ฉีดประมาณ 80%)
  • มีไข้ต่ำ อ่อนเพลีย
  • ปวดหัวหรือวิงเวียนศีรษะ
  • คลื่นไส้เล็กน้อย

ผลข้างเคียงที่พบน้อย

  • เป็นลมหลังฉีด (Syncope) แนะนำให้นั่งหรือนอนหลังฉีด 15 นาที
  • ปวดกล้ามเนื้อหรือข้อต่อ

ผลข้างเคียงรุนแรง (พบน้อยมาก)

  • อาการแพ้รุนแรง (Anaphylaxis) พบน้อยกว่า 1 ใน 1,000,000 ราย
VSQ Tips

วัคซีน HPV ไม่ได้ทำให้เกิดโรค HPV เนื่องจากไม่ได้ใช้เชื้อไวรัสจริง แต่ใช้โปรตีนเปลือกไวรัส (VLP) ที่สังเคราะห์ขึ้น


วิธีป้องกัน ผลข้างเคียง HPV 4 สายพันธุ์

เพื่อลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงและเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกัน ควรปฏิบัติดังนี้

  • แจ้งประวัติสุขภาพให้ครบถ้วนก่อนฉีดทุกครั้ง
  • อย่าลุกเดินหรือขับรถทันทีหลังฉีด ควรนั่งพักในคลินิกก่อน
  • หากเกิดอาการปวดบวมที่แขน สามารถประคบเย็นและรับประทานยาแก้ปวดที่ไม่ใช่ Aspirin เช่น Paracetamol ได้

เช็กลิสต์ ฉีดวัคซีน HPV 4 สายพันธุ์ อย่างปลอดภัย

ก่อนและหลังฉีดวัคซีน HPV 4 สายพันธุ์ ตรวจสอบรายการต่อไปนี้

ก่อนฉีด

  • แจ้งประวัติการแพ้ยาหรืออาหารให้แพทย์ทราบ
  • ไม่ได้ตั้งครรภ์หรือวางแผนจะตั้งครรภ์ใน 1 เดือนข้างหน้า
  • ไม่มีไข้หรือป่วยเฉียบพลันในวันนั้น
  • รับประทานอาหารมาแล้วก่อนมา
  • มีเวลาพักหลังฉีดอย่างน้อย 30 นาที

หลังฉีด

  • นั่งพักในสถานพยาบาลอย่างน้อย 15–30 นาที
  • จดนัดฉีดเข็มถัดไป
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักวันนี้
  • สังเกตอาการผิดปกติและพบแพทย์หากมีอาการแพ้รุนแรง
  • ยังคงตรวจ Pap Smear ตามนัดหมายประจำปี

FAQ ตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับ HPV 4 สายพันธุ์

คนท้อง ฉีดวัคซีน HPV 4 สายพันธุ์ ได้ไหม ?

ไม่แนะนำให้ฉีดวัคซีน HPV ในช่วงตั้งครรภ์ แม้ว่าการศึกษาที่มีอยู่ไม่ได้พบหลักฐานว่าวัคซีนเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ แนะนำให้รอจนหลังคลอดและหยุดให้นมบุตรแล้วจึงฉีด หากฉีดไปโดยไม่รู้ว่าตั้งครรภ์ ควรแจ้งแพทย์ผู้ดูแลครรภ์ทันทีครับ

HPV 4 สายพันธุ์ ต่างจาก 9 สายพันธุ์ เยอะไหม ?

วัคซีน HPV 9 สายพันธุ์ (Gardasil 9®) ครอบคลุมสายพันธุ์ 6, 11, 16, 18 (เช่นเดียวกับ 4 สายพันธุ์) บวกกับสายพันธุ์ความเสี่ยงสูงเพิ่มเติมอีก 5 สายพันธุ์ ได้แก่ 31, 33, 45, 52 และ 58 ซึ่งรวมกันรับผิดชอบต่อมะเร็งปากมดลูกอีกราว 15–20% ของกรณีทั้งหมด

ดังนั้นวัคซีน HPV 9 สายพันธุ์จึงให้การป้องกันที่ครอบคลุมกว่า แต่มีราคาสูงกว่าด้วย การเลือกชนิดวัคซีนควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินตามความเสี่ยงและปัจจัยส่วนบุคคลได้ครับ

ประสิทธิภาพของ HPV 4 สายพันธุ์ ป้องกันดีไหม อยู่ได้กี่ปี ?

วัคซีน HPV 4 สายพันธุ์มีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันการติดเชื้อจากสายพันธุ์ที่ครอบคลุม โดยมีข้อมูลภูมิคุ้มกันที่เกิดจากวัคซีนสามารถคงอยู่ได้อย่างน้อย 10–14 ปีขึ้นไป โดยไม่ต้องจำเป็นต้องฉีดกระตุ้นซ้ำ

วัคซีน HPV 4 สายพันธุ์ ซื้อออนไลน์คืออะไร ?

การซื้อวัคซีน HPV ออนไลน์อาจหมายถึงการจองหรือชำระเงินล่วงหน้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของโรงพยาบาลหรือคลินิก อย่างไรก็ตาม วัคซีนทุกชนิดต้องได้รับการฉีดโดยบุคลากรทางการแพทย์ในสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น


สรุป HPV 4 สายพันธุ์ เพิ่มภูมิคุ้มกัน ป้องกันโรค

วัคซีน HPV 4 สายพันธุ์ เป็นวัคซีนที่ผ่านการรับรองความปลอดภัยและประสิทธิภาพจากองค์กรสาธารณสุขระดับโลก สามารถป้องกันได้ทั้งมะเร็งปากมดลูก มะเร็งทวารหนัก มะเร็งอวัยวะเพศ รวมถึงหูดหงอนไก่ โดยครอบคลุมทั้งเพศชายและเพศหญิง

ประเด็นสำคัญ

  • ยิ่งฉีดเร็ว ยิ่งได้ผลดี โดยเฉพาะในกลุ่มอายุ 9–14 ปี
  • แม้เคยมีเพศสัมพันธ์มาแล้ว ก็ยังคงได้ประโยชน์จากการฉีดวัคซีน
  • วัคซีนให้การป้องกันระยะยาวอย่างน้อย 10 ปีขึ้นไป
  • ผลข้างเคียงส่วนใหญ่เล็กน้อยและหายเองได้ภายในไม่กี่วัน
  • ยังคงต้องตรวจ Pap Smear สม่ำเสมอแม้ได้รับวัคซีนแล้ว

หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์เพื่อรับข้อมูลก่อนฉีดได้ครับ


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ

ปรึกษาหมอ