
ข้อดี – ข้อเสีย การทำ Ulthera
ข้อดี – ข้อเสีย การทำ Ulthera มีอะไรบ้าง ? ทำ Ulthera อันตรายไหม ?
ก่อนก้าวเข้าสู่คลินิก เราควรทำความเข้าใจถึงข้อดีและข้อเสียของการทำอัลเทอร่า เพื่อให้ได้การตัดสินใจที่ถูกต้องและเหมาะสมกับตัวเอง บทความนี้หมอจะพาไปสำรวจข้อดี-ข้อเสียของการทำ Ulthera พร้อมทั้งข้อควรรู้ก่อนทำครับ
สารบัญ ข้อดี – ข้อเสีย การทำ Ulthera
จุดเด่น ข้อดีของการทำ Ulthera มีอะไรบ้าง ?
- ทำ Ulthera ครั้งเดียว ผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่า 1 ปี ยิ่งทำยิ่งเห็นผล ช่วยชะลอและป้องกันความหย่อนคล้อยของผิวในอนาคตได้
- ทำ Ulthera ผิวยกกระชับชัดเจน เพราะมีความแม่นยำสูง เป็นเทคโนโลยีอัลตราซาวด์แบบมุ่งเป้าช่วยให้แพทย์สามารถควบคุมระดับความลึกและปริมาณพลังงานที่ส่งไปยังชั้นผิวได้อย่างตรงจุด และยิงได้ลงลึกถึงใต้ผิวหนังชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับการผ่าตัดศัลยกรรมดึงหน้า
- ทำ Ulthera ใช้เวลาไม่นาน ใช้เวลาทำเพียง 45-60 นาทีเท่านั้น ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติหลังการรักษา ไม่มีรอยแผลเป็น หรือต้องเผชิญกับความเจ็บปวดจากการผ่าตัด
- ทำ Ulthera เห็นผลได้ตั้งแต่ครั้งแรก ประมาณ 30% คนไข้รู้สึกได้ว่าผิวยกกระชับผิวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ทำให้ใบหน้าดูตึงเกินไป เหมือนกับการผ่าตัดยกกระชับใบหน้าบางวิธี
- ทำ Ulthera ได้หลายตำแหน่ง สามารถยกกระชับ ลดสัดส่วนได้ทั้งใบหน้าและคอ ไม่จำกัดเฉพาะบริเวณใดบริเวณหนึ่ง ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาผิวได้อย่างครอบคลุม
- ทำ Ulthera มีความปลอดภัยสูง เพราะมีการันตีเรื่องความปลอดภัย ได้มาตรฐาน ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา ประเทศสหรัฐอเมริกา หรือ U.S. FDA

ข้อเสียการทำ Ulthera มีอะไรบ้าง ?
ข้อเสียของการทำ Ulthera มีเล็กน้อยเท่านั้นครับ หลัก ๆ จะเป็นเรื่องความรู้สึกขณะทำ และอาการหลังทำ ดังนี้
- ระหว่างยิงพลังงานจะรู้สึกเจ็บ โดยเฉพาะในบริเวณที่มีความบอบบาง เช่น ใต้คาง หรือรอบดวงตา แต่ละคนระดับความเจ็บไม่เท่ากันครับ แต่เป็นความเจ็บที่ทนได้ มักจะเป็นชั่วคราวและหายไปได้เอง
- หลังจากทำ Ulthera อาจมีรอยแดง หายได้เอง ภายใน 1 ชั่วโมง
- อาจมีอาการบวม แล้วแต่สภาพผิวของแต่ละคน หายได้เองใน 2-3 วัน
ทำ Ulthera มีข้อดีที่มากกว่าไหม ?
โดยรวมแล้วการทำ Ulthera มีข้อดีมากกว่าข้อเสียที่กล่าวไปในหลาย ๆ ด้านครับ
ซึ่งทำให้เครื่องอัลเทอร่าเป็นตัวเลือกหนึ่งที่ได้รับความนิยมสำหรับการยกกระชับผิวและลดริ้วรอย สามารถแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปัญหาอะไรที่ควรเลือกแก้ไขด้วย Ulthera ?
การทำ Ulthera เหมาะสำหรับแก้ไขปัญหาผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอย และต้องการยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด ในผู้ที่เริ่มมีปัญหาริ้วรอยและความหย่อนคล้อย หรืออายุ 25 ปีขึ้นไป

- ปัญหาผิวหย่อนคล้อย : บริเวณแก้ม, ร่องแก้ม, เหนียง, ใต้คาง และลำคอ
- ปัญหาริ้วรอย : บริเวณรอบดวงตา, ร่องแก้ม, มุมปาก, รอยย่นหน้าผากหรือเนินอก
- ปัญหาหนังตาตก-หางตาตก : ช่วยยกคิ้วและยกหางตา
- ปัญหาถุงใต้ตา : ช่วยลดความหย่อนคล้อยของถุงใต้ตา
- ปัญหากรอบหน้าไม่ชัด : ช่วยปรับรูปหน้าให้เรียวและกระชับขึ้น
- ปัญหาผิวไม่เรียบเนียน : ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน กระชับรูขุมขน
- ปัญหาผิวขาดความยืดหยุ่น : ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน ทำให้ผิวดูเต่งตึงขึ้น
เปรียบเทียบรีวิวการทำ Ultheraที่ V Square Clinic
รีวิว Ulthera ยกกระชับหน้า ที่ V Square Clinic








ทำ Ulthera อันตรายไหม ? มีผลข้างเคียงไหม ?
การ Ulthera อย่างเหมาะสม จะไม่อันตรายเลยครับ เนื่องจากตัวเครื่อง Ulthera เป็นการใช้คลื่นพลังงานความร้อนส่งตรงไปยังเนื้อเยื่อบริเวณที่ต้องการแก้ปัญหาตรงจุด มีหน้าจอแสดงผลแบบเรียลไทม์ ทำให้แพทย์เห็นชั้นผิวทุกครั้งก่อนยิง จึงไม่ก่อให้เกิดผลกระทบกับเนื้อเยื่อบริเวณใกล้เคียง
กรณีผลข้างเคียงหลังทำ Ulthera จะเป็นอาการข้างเคียงปกติ ที่เกิดขึ้นได้และสามารถหายได้เอง เช่น
- บวม แดง : อาการบวม แดงบริเวณที่ทำ Ulthera เป็นปฏิกิริยาตอบสนองของผิวหนังต่อพลังงานความร้อนที่ใช้ในการรักษา
- รอยแดง : เกิดขึ้นหลังทำ Ulthera สามารถหายได้เองภายใน 1 ชั่วโมง
ส่วนผลข้างเคียงรุนแรง ที่หลายคนกังวล อย่างอาการหน้าไหม้ แสบร้อน ใบหน้าบิดเบี้ยวและผิดรูปได้ เกิดจากการใช้เครื่อง Ulthera ปลอม ซึ่งเป็นเครื่องเลียนแบบ เกรดต่ำ พลังงานไม่คงที่

Ulthera เป็นเครื่องยกกระชับที่ได้มาตรฐานสากลทั้งจากประเทศสหรัฐอเมริกา หรือ U.S. FDA รวมถึง อย.ไทย มีความปลอดภัยและได้รับการยอมรับจากหลายประเทศทั่วโลก ปัจจุบันเครื่องอัลเทอราปี (Ultherapy) นำเข้าโดย เมิร์ซ เอสเธติกส์ ลิขสิทธิ์แท้เจ้าเดียวในไทย คนไข้สามารถตรวจเช็กได้ว่าเครื่องแท้มีใช้ในคลินิกไหนบ้าง ได้ที่ https://www.merzclubthailand.com
เปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียเครื่อง Ulthera แต่ละรุ่น
ปัจจุบันเครื่อง Ulthera มี 2 รุ่นครับ คือ Ulthera SPT และ Ulthera Prime ซึ่งเป็นเครื่องรุ่นใหม่ล่าสุด ที่มีการเพิ่มเติมในส่วนของฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่พัฒนามาให้ใช้งานได้อย่างสะดวกสบายขึ้น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น หมอมีข้อมูลเปรียบเทียบให้ดูดังนี้
| Ulthera SPT | Ulthera Prime |
|---|---|
| ใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ความถี่สูงยิงลงผิวลึกถึงชั้น SMAS | ใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ความถี่สูงยิงลงผิวลึกถึงชั้น SMAS |
| ใช้เทคโนโลยี MFU-V ทำให้แพทย์มองเห็นชั้นผิวผ่านหน้าจอแบบ Real time สามารถวางแผนการแก้ไขปัญหาได้อย่างแม่นยำ | หน้าจอแสดงผลมีขนาดใหญ่กว่า คมชัด และมีระบบประมวลผลเร็วขึ้น ทำให้แพทย์มองเห็นชั้นผิวชัดขึ้น ใช้เวลาทำน้อยลง ช่วยลดความรู้สึกไม่สบายของผู้รับบริการในระหว่างทำได้ |
| เป็นการรักษาแบบ Customize ออกแบบมาเฉพาะบุคคล สามารถจัดการปัญหาผิวที่แตกต่างกันได้ตรงจุด | มีความยืดหยุ่นในการรักษา สามารถปรับการรักษาให้เหมาะสมกับปัญหาผิวเฉพาะบุคคลได้ดีขึ้น |
เมื่อพิจารณาข้อดี – ข้อเสีย Ulthera คุ้มค่าที่จะทำไหม ?
การทำ Ulthera ให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าครับ เพราะช่วยแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยได้อย่างตรงจุด ด้วยเหตุผลดังนี้

ใครที่ต้องการยกกระชับผิวหน้า แบบไม่อยากผ่าตัด การทำ Ulthera ถือเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า คุ้มราคาเมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้ครับ
ถ้าไม่เลือกทำ Ulthera เลือกอะไรได้อีกบ้าง ?
นอกจาก Ulthera แล้ว ยังมีตัวเลือกอื่น ๆ ที่สามารถช่วยยกกระชับผิวและลดเลือนริ้วรอย โดยแต่ละเครื่องมีหลักการทำงาน จุดเด่น และผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน เหมาะกับการแก้ไขปัญหาที่ต่างกันครับ
- ทำ Hifu Ultraformer III แทน Ulthera
Hifu Macrofocus หรือที่รู้จักกันในชื่อ Ultraformer III เป็นการใช้พลังงานคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ความถี่สูง ส่งพลังงานลงไปในผิวลึกถึงชั้น SMAS ช่วยให้ผิวเกิดการยกกระชับและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ได้เช่นกันครับ
หลังทำจะเห็นการเปลี่ยนแปลงทันที ประมาณ 20% และเห็นผลชัดเจนเต็มที่ใน 2-3 เดือน ส่วนผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 6 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองหลังทำของแต่ละคน
คลิกอ่านเพิ่มเติม : Hifu (ไฮฟู) คืออะไร ช่วยแก้ปัญหาใดได้บ้าง หลังทำต้องพักฟื้นหรือไม่ ?
- ทำ Thermage FLX แทน Ulthera
Thermage FLX จะใช้เทคโนโลยีคลื่นวิทยุความถี่สูงแบบขั้วเดียว สามารถยิงพลังงานลงลึกถึงชั้นผิวหนังแท้ รวมถึงชั้นไขมัน จึงช่วยสลายไขมันส่วนเกินบนใบหน้า และยกกระชับได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หลังทำจะเห็นได้ทันทีเลยว่าผิวแน่นขึ้น ยกกระชับขึ้น ประมาณ 20% และจะเห็นผลชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ประมาณ 2-3 เดือน ส่วนผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองหลังทำของแต่ละคนครับ
- ทำ Morpheus 8 แทน Ulthera
Morpheus 8 คือ เทคโนโลยีการยกกระชับและปรับผิว โดยไม่ต้องผ่าตัด ใช้เทคโนโลยี Fractional Microneedle RF ประกอบด้วยหัวเข็มขนาดเล็ก 20 เข็มสำหรับใบหน้า และ 40 เข็มสำหรับลำตัว เจาะลงไปใต้ชั้นผิว เพื่อกระตุ้นการผลิตคอลลาเจน
ซึ่งเป็นโปรตีนที่สำคัญต่อความยืดหยุ่น และความกระชับของผิว ช่วยลดริ้วรอย สร้างกรอบหน้าชัด แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความเจ็บ และจ่ายราคาสูงกว่าเครื่องยกกระชับอื่น ๆ
คลิกอ่านเพิ่มเติม : คลื่นวิทยุ RF (Radio-Frequency) คืออะไร ช่วยยกกระชับใบหน้าได้อย่างไร เห็นผลแค่ไหน ?
- ทำ Oligio แทน Ulthera

Oligio เครื่องยกกระชับสัญชาติเกาหลี เป็นนวัตกรรมที่ใช้เทคโนโลยีคลื่นความถี่สูง (Monopolar RF) ความถี่ 6.78 MHz เข้าไปกระตุ้นการสร้างและจัดเรียงคอลลาเจนใหม่
ช่วยยกกระชับผิว แก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย กระชับรูขุมขน ผิวเรียบเนียนขึ้น และปรับรูปหน้า ลดไขมันส่วนเกินใต้ผิวหนัง หลังทำจะเห็นเต็มที่ใน 3-6 เดือน
สรุป การทำ Ulthera มีข้อดี – ข้อเสียอย่างไร ? ควรทำหรือไม่ ?
การทำ Ulthera มีข้อดีที่มากกว่าข้อเสียครับ เป็นหัตถการที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ที่อยากมีใบหน้าที่เข้ารูป ดูอ่อนเยาว์ ผิวแน่นกระชับ หมดปัญหาความหย่อนคล้อย โดยที่ไม่ต้องผ่าตัดดึงหน้าให้เจ็บตัว ที่สำคัญสามารถคงผลลัพธ์ได้นาน 1 ปี ต่อการทำ 1 ครั้ง และสามารถกลับมาทำซ้ำได้เรื่อย ๆ
หากใครสนใจทำ ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ เลือกใช้บริการกับคลินิกที่ได้มาตรฐาน ใช้เครื่องแท้ ดูแลโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัยครับ














