
ปากกาลดน้ำหนัก ผลข้างเคียง และอาการ ที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจใช้
หลังฉีดปากกาลดน้ำหนัก ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อย คือ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องผูก และแน่นท้อง ซึ่งมักเกิดในช่วงแรก และอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้น เมื่อร่างกายปรับตัวได้ ไม่ก่อให้เกิดอันตรายครับ
ทั้งนี้หากใช้ปากกาควบคุมน้ำหนักผิดวิธี หรือใช้ปริมาณยาไม่เหมาะสม อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงที่รุนแรงขึ้นได้ บทความนี้จึงรวบรวมข้อมูลผลข้างเคียงปากกาลดน้ำหนัก พร้อมแนวทางป้องกันและการดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม เพื่อให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัยและเห็นผลครับ
คลิกอ่านหัวข้อ ปากกาลดน้ำหนัก ผลข้างเคียง
เจาะลึกโปรแกรมปากกาลดน้ำหนัก คุมหิว ลดความอ้วน
ปากกาลดน้ำหนัก ผลข้างเคียงมีอะไรบ้าง ?
ผลข้างเคียงปากกาลดน้ำหนักมักเกิดในช่วงเริ่มต้นของการใช้ยาครับ เนื่องจากร่างกายยังอยู่ในช่วงปรับตัวต่อกลไกของยา ซึ่งอาการทั่วไปที่พบบ่อย มีดังนี้
- คลื่นไส้ อาเจียน ท้องผูก หรือท้องเสีย มักเกิดในช่วงแรกของการใช้ยา และจะดีขึ้นเมื่อร่างกายเริ่มปรับตัว
- บางรายอาจมีความเสี่ยงต่อภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ควรดื่มน้ำให้เพียงพอและสังเกตอาการผิดปกติ
- หากมีการเพิ่มขนาดยาเร็วเกินไป อาจทำให้เกิดอาการรุนแรงขึ้น เช่น คลื่นไส้หรืออาเจียนอย่างมาก
โดยทั่วไป แพทย์จะเริ่มให้ใช้ปากกาลดน้ำหนักในขนาดยาต่ำก่อน และค่อย ๆ ปรับเพิ่มขึ้นเป็นขั้นบันได เพื่อช่วยให้ร่างกายปรับตัวต่อยาได้ง่ายขึ้น และลดความเสี่ยงของผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ครับ
ตัวอย่างการปรับขนาดยาของปากกาลดน้ำหนัก

ปากกาลดน้ำหนัก ผลข้างเคียงอันตรายไหม แบบไหนควรพบแพทย์ ?
หากใช้ปากกาลดน้ำหนักภายใต้การดูแลของแพทย์ ผลข้างเคียงที่พบตามที่หมออธิบายในหัวข้อก่อนหน้านี้ ไม่เป็นอันตรายครับ
อันตรายจากการใช้ปากกาควบคุมน้ำหนัก เกิดจากการใช้ปริมาณยาไม่เหมาะสม หรือการใช้ยาผิดวิธี เช่น ไม่มีการประเมินสุขภาพล่วงหน้า หรือซื้อยาจากช่องทางออนไลน์ที่ไม่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาและขนาดยาได้ ซึ่งอาจนำไปสู่ผลข้างเคียงที่รุนแรงและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ดังนี้
- คลื่นไส้ อาเจียนรุนแรงหรืออาเจียนต่อเนื่อง จนไม่สามารถรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำได้
- ปวดท้องรุนแรง และเป็นต่อเนื่อง อาจปวดร้าวไปจนถึงแผ่นหลัง ซึ่งอาจสัมพันธ์กับภาวะตับอ่อนอักเสบ
- มีผื่น ลมพิษ หายใจลำบาก หรืออาการแพ้ยา
หากพบอาการเหล่านี้ควรหยุดใช้ยา และพบแพทย์ทันที เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุเพิ่มเติมครับ

ปากกาลดน้ำหนัก ก่อนทำควรรู้อะไรบ้าง ?
ข้อควรรู้ก่อนใช้ปากกาลดน้ำหนักอย่างปลอดภัย คือ ปากกาลดน้ำหนักเป็นยาควบคุมที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น รวมถึงต้องมีการติดตามผลการรักษาและอาการข้างเคียงอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาการใช้ยาครับ


(พญ.วีราภรณ์ พุฒิวงศ์รักษ์ เลข ว.35549)
ก่อนตัดสินใจใช้ปากกาลดน้ำหนัก ควรปรึกษาแพทย์ และประเมินร่างกายอย่างละเอียด
โดยทั่วไป ก่อนเริ่มใช้ปากกาลดน้ำหนักจำเป็นต้องมีการซักประวัติและประเมินร่างกายอย่างละเอียด เช่น การวัดน้ำหนัก ส่วนสูง และสัดส่วนต่าง ๆ รวมถึงการสอบถามประวัติการใช้ยาและโรคประจำตัว ซึ่งการใช้ปากกาลดน้ำหนัก มีข้อห้ามในกลุ่มเหล่านี้
- ผู้ที่เป็นมะเร็งไทรอยด์ หรือมีประวัติคนในครอบครัวใกล้ชิดเป็นมะเร็งไทรอยด์ชนิด Medullary Thyroid Cancer
- ผู้ที่มีภาวะ Multiple Endocrine Neoplasia Syndrome Type 2 (MEN 2)
- ผู้ที่แพ้ส่วนประกอบของยา (Hypersensitivity)
- ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 (Type 1 Diabetes) หรือมีภาวะ Diabetic Ketoacidosis (DKA)
- ผู้ที่ตั้งครรภ์ วางแผนตั้งครรภ์ หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร เนื่องจากตัวยาสามารถผ่านทางน้ำนมได้
- ผู้ที่เป็นโรคตับอ่อนอักเสบ (Pancreatitis) หรือมีประวัติเคยเป็นมาก่อน
- ผู้ที่มีโรคไต หรือมีภาวะไตเสื่อม
- ผู้ที่มีภาวะ Diabetic Retinopathy (โรคจอประสาทตาจากเบาหวาน)
- ผู้ที่มีแผนจะเข้ารับการดมยาสลบหรือผ่าตัด เนื่องจากปากกาลดน้ำหนักมีผลชะลอการย่อยอาหาร อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการสำลัก
- ผู้ที่กำลังมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสียอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำและทำให้ไตเสื่อมตามมา
ป้องกันผลข้างเคียงจากการใช้ปากกาลดน้ำหนักอย่างไร ?
ก่อนอื่น หมออยากให้คนไข้ทำความเข้าใจว่า หลังฉีดปากกาลดน้ำหนัก ผลข้างเคียง เช่น คลื่นไส้ ท้องอืด หรือท้องเสีย เป็นอาการปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้ครับ โดยเฉพาะในช่วงเริ่มใช้ยา ความรุนแรงแตกต่างกันไปตามร่างกายของแต่ละคน
แต่ผลข้างเคียงที่อันตรายมักเกิดจากการใช้ที่ไม่เหมาะสม เช่น การซื้อยามาใช้เอง หรือการใช้ในขนาดที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้นการป้องกันตั้งแต่ต้นทางจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด โดยแนวทางการป้องกันผลข้างเคียงอันตรายจากการใช้ปากกาลดน้ำหนัก มีดังนี้
- ใช้ปากกาลดน้ำหนักที่ได้มาตรฐาน : ใช้ยาที่มาจากสถานพยาบาลหรือคลินิกที่เชื่อถือได้ หลีกเลี่ยงการซื้อยาจากช่องทางออนไลน์หรือนำมาฉีดเอง เนื่องจากไม่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มา คุณภาพยา และการเก็บรักษาได้
- ใช้ปากกาคุมหิวภายใต้การดูแลของแพทย์ : ปัจจุบันมีหลายคลินิกที่แพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิดครับ มีนัดหมายเข้ามาฉีดยาทุกสัปดาห์ ซึ่งลดความเสี่ยงจากการใช้ยาผิดวิธี การลืมฉีดยา และยาเสื่อมสภาพจากการเก็บรักษาไม่เหมาะสม
- ใช้โดสและฉีดในเวลาที่เหมาะสม : ควรฉีดปากกาลดน้ำหนักในวันและเวลาเดิมของแต่ละสัปดาห์ เพื่อช่วยให้ระดับยาในร่างกายคงที่ โดยใช้ปริมาณที่แพทย์แนะนำเท่านั้นครับ ไม่ควรปรับโดสเองหรือฉีดถี่เกินไป เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงของอาการไม่พึงประสงค์ได้
- คัดกรองสุขภาพก่อนเริ่มใช้ยา : การซักประวัติโรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา และภาวะเสี่ยงต่าง ๆ ช่วยลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ในระยะยาว
- ติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอ : การพบแพทย์ตามนัดหมาย ช่วยให้สามารถประเมินผลการรักษา ปรับแผนการใช้ยา และป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้


แก้ไขอาการคลื่นไส้ แน่นท้อง ผลข้างเคียง จากปากกาลดน้ำหนัก ดูแลตัวเองอย่างไร ?
ในกรณีที่เริ่มมีอาการผลข้างเคียงจากการใช้ปากกาลดน้ำหนัก เช่น คลื่นไส้ แน่นท้อง หรือรับประทานอาหารได้น้อย การปรับพฤติกรรมการกินและการดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม สามารถช่วยบรรเทาอาการเหล่านี้ได้ครับ ซึ่งมีแนวทางดูแลตัวเอง ดังนี้
- รับประทานอาหารมื้อเล็กลง แต่แบ่งรับประทานบ่อยขึ้น เพื่อลดอาการแน่นท้องและคลื่นไส้
- หยุดรับประทานอาหารทันทีเมื่อรู้สึกอิ่ม ไม่ฝืนกินเกินความต้องการของร่างกาย
- หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง อาหารรสจัด และเลือกอาหารที่ย่อยง่ายหรือมีใยอาหารสูงแทน
- ดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอและเพียงพอในแต่ละวัน เพื่อลดความเสี่ยงของภาวะขาดน้ำ
- ลดการดื่มแอลกอฮอล์ เพราะแอลกอฮอล์อาจทำให้อาการคลื่นไส้หรือไม่สบายท้องรุนแรงขึ้น

หลังใช้ปากกาลดน้ำหนักดูแลตัวเองอย่างไร ? ให้เห็นผลชัดเจน และยั่งยืน
การใช้ปากกาลดน้ำหนักจะให้ผลลัพธ์ที่ดีและยั่งยืนได้จำเป็นต้องดูแลตัวเองควบคู่กัน ไม่ใช่พึ่งยาเพียงอย่างเดียวครับ เพราะตัวยามีหน้าที่ช่วยควบคุมความหิวและพฤติกรรมการกิน แต่ผลลัพธ์ระยะยาวยังขึ้นอยู่กับการปรับพฤติกรรมสุขภาพโดยรวมของผู้ใช้ด้วย
- รับประทานอาหารให้ครบถ้วน เน้นโปรตีน ผัก และใยอาหาร เพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อและลดการสูญเสียสารอาหาร
- ควบคุมปริมาณอาหารอย่างเหมาะสม ไม่งดอาหารหรืออดอาหาร เพราะอาจทำให้ร่างกายปรับตัวผิดปกติและเสี่ยงโยโย่
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เลือกรูปแบบที่เหมาะกับสภาพร่างกาย เช่น เดินเร็ว เวทเทรนนิง หรือคาร์ดิโอ
- ดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน เพื่อช่วยระบบเผาผลาญและลดความเสี่ยงของภาวะขาดน้ำ
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะการนอนน้อยอาจรบกวนฮอร์โมนความหิวและทำให้น้ำหนักลดได้ยาก
- ติดตามผลการรักษากับแพทย์ตามนัด เพื่อประเมินผลลัพธ์ ปรับขนาดยา และป้องกันผลข้างเคียงในระยะยาว
โดยสรุป ปากกาลดน้ำหนักเป็นเพียงตัวช่วยในการลดน้ำหนัก แต่การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีหลังใช้ยา จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้น้ำหนักลดลงอย่างปลอดภัย เห็นผลต่อเนื่อง และลดความเสี่ยงของการกลับมาเพิ่มน้ำหนักในอนาคตครับ

ปากกาลดน้ำหนัก ยี่ห้อ/แบบไหน ผลข้างเคียงน้อย ?
ปากกาลดน้ำหนักที่ใช้ในโปรแกรมควบคุมน้ำหนักดูแลโดยแพทย์ มีผลข้างเคียงน้อยกว่ายาลดน้ำหนักแบบดั้งเดิมครับ ยาลดน้ำหนักออกฤทธิ์กดระบบประสาท ทำให้เกิดผลข้างเคียงใจสั่น เวียนศีรษะ และเสี่ยงต่อระบบประสาทได้
แต่ปากกาลดน้ำหนักจะออกฤทธิ์ผ่านกลไกของฮอร์โมนที่ควบคุมความหิวและความอิ่มของร่างกายโดยตรง ทั้งนี้ผลข้างเคียงปากกาลดน้ำหนักอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับร่างกายและการตอบสนองต่อยา

ปัจจุบันมีปากกาลดน้ำหนักหลายยี่ห้อให้เลือก เช่น Wegovy, Saxenda และ Mounjaro ซึ่งมีความแตกต่างกันในด้านสารออกฤทธิ์ จุดเด่น และแนวทางการใช้งาน แพทย์จึงจำเป็นต้องพิจารณาเลือกให้เหมาะกับสุขภาพ พฤติกรรมการกิน และความเสี่ยงของผลข้างเคียงในแต่ละบุคคล มากกว่าการเลือกจากชื่อยี่ห้อเพียงอย่างเดียว
| สารออกฤทธิ์ | ตัวอย่างยี่ห้อ | กลุ่มสารออกฤทธิ์ | จุดเด่น | จำนวนครั้งที่ควรฉีด | ปริมาณเริ่มต้น* |
|---|---|---|---|---|---|
| Semaglutide | Wegovy | GLP-1 receptor agonist | ควบคุมความหิว ลดความอยากอาหาร ชะลอการเคลื่อนตัวของกระเพาะ | สัปดาห์ละ 1 ครั้ง | 0.25 mg |
| Tirzepatide | Mounjaro | Dual agonist (GLP-1 + GIP) | ออกฤทธิ์สองกลไก ช่วยควบคุมความหิวและกระตุ้นการเผาผลาญไขมัน | สัปดาห์ละ 1 ครั้ง | 2.5 mg |
| Liraglutide | Saxenda | GLP-1 receptor agonist | ปรับขนาดยาได้ละเอียด เหมาะกับผู้เริ่มต้นบางกลุ่ม | วันละ 1 ครั้ง | 0.6 mg |
หมายเหตุ: ปริมาณยาเริ่มต้น (Starting Dose) ที่แสดงในตารางเป็นข้อมูลทั่วไป เพื่อใช้ประกอบความเข้าใจเท่านั้น ในการใช้งานจริง แพทย์จะเป็นผู้ประเมินและกำหนดขนาดยาที่เหมาะกับแต่ละบุคคลอีกครั้ง โดยพิจารณาจากสุขภาพ น้ำหนักตัว และการตอบสนองต่อการรักษา
อ่านบทความเพิ่มเติม : ปากกาลดน้ำหนัก ราคาแยกตามยี่ห้อ อยู่ที่เท่าไหร่ ? เลือกอย่างไรให้คุ้มค่า ?
FAQ ปากกาลดน้ำหนัก ผลข้างเคียง
ปากกาลดน้ำหนัก GLP-1 คืออะไร ? ทำไมถึงมีผลข้างเคียง ?
ปากกาลดน้ำหนักกลุ่ม GLP-1 เป็นยาที่ออกฤทธิ์เลียนแบบฮอร์โมน GLP-1 ตามธรรมชาติของร่างกาย ทำหน้าที่ควบคุมความหิว ระดับน้ำตาลในเลือด และการเผาผลาญพลังงาน ตัวยาที่ใช้จะอยู่ในกลุ่ม GLP-1 receptor agonist เช่น Liraglutide และ Semaglutide หรือบางสูตรเป็นยาผสมที่มีฤทธิ์ของ GIP agonist เช่น Tirzepatide ซึ่งช่วยให้อิ่มนานขึ้น กินน้อยลง และชะลอการย่อยอาหาร
เมื่อเริ่มใช้ ร่างกายต้องใช้เวลาปรับตัวต่อกลไกของปากกาลดน้ำหนัก จึงอาจเกิดผลข้างเคียง เช่น อาการคลื่นไส้ แน่นท้อง หรืออิ่มเร็วในช่วงแรก และมักจะค่อย ๆ ดีขึ้น เมื่อมีการปรับขนาดยาอย่างเหมาะสมภายใต้การดูแลของแพทย์ครับ
ปากกาลดน้ำหนัก ข้อดีมีอะไรบ้าง เมื่อเทียบกับวิธีควบคุมน้ำหนักอื่น ๆ
ข้อดีของปากกาลดน้ำหนัก คือ ช่วยลดความหิวและความอยากอาหารจากกลไกของร่างกายโดยตรง ทำให้การควบคุมปริมาณอาหารเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติ ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องพยายามฝืนควบคุมความอยากอาหารด้วยตัวเองตลอดเวลา ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้หลายคนลดน้ำหนักไม่สำเร็จครับ
เมื่อความหิวลดลง ความตึงเครียดในการควบคุมอาหารจะน้อยลง และสามารถปรับพฤติกรรมการกินได้ต่อเนื่องมากขึ้น โดยหากใช้ควบคู่กับการดูแลของแพทย์ จะช่วยให้น้ำหนักลดลงอย่างเป็นระบบ ปลอดภัย และยั่งยืนครับ
ปากกาลดน้ำหนัก ใช้แล้วโยโย่ไหม ? หยุดยาแล้วน้ำหนักจะกลับมาหรือไม่ ?
ปากกาลดน้ำหนัก ไม่ได้เป็นสาเหตุของการเกิดโยโย่ หากใช้ต่อเนื่องอย่างน้อย 6-12 เดือน เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าว ยาจะช่วยให้ความจุในการรับประทานอาหารและสัญญาณความอิ่มของร่างกายค่อย ๆ ปรับตัว ทำให้กินได้น้อยลงอย่างเป็นธรรมชาติ
ทั้งนี้ หากหลังหยุดใช้ปากกาลดน้ำหนักแล้ว ยังคงมีพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิตแบบเดิม น้ำหนักก็มีโอกาสกลับมาได้ ดังนั้นการปรับพฤติกรรมควบคู่กับการใช้ยา จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการลดความเสี่ยงของภาวะโยโย่ในระยะยาวครับ
ปากกาลดน้ำหนัก ควรใช้กี่เดือน ถึงจะเหมาะสม ?
แพทย์มักแนะนำให้ใช้ปากกาลดน้ำหนัก ต่อเนื่องประมาณ 6-12 เดือน ระยะเวลาที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตั้งต้น สุขภาพโดยรวม การตอบสนองต่อยา และการปรับพฤติกรรมร่วมด้วย
หลังปักปากกาลดน้ำหนัก ดื่มแอลกอฮอล์ได้ไหม ?
ในทางปฏิบัติสามารถดื่มแอลกอฮอล์ได้ แต่หมอมักแนะนำให้งดดื่มแอลกอฮอล์หลังฉีดปากกาลดน้ำหนัก โดยเฉพาะในช่วงเริ่มแรก เพราะแอลกอฮอล์อาจทำให้อาการคลื่นไส้ แน่นท้อง หรือไม่สบายท้องรุนแรงขึ้นได้ครับ
สรุปปากกาลดน้ำหนัก ผลข้างเคียง และแนวทางการป้องกันอันตราย
ปากกาลดน้ำหนัก ผลข้างเคียง เช่น คลื่นไส้ แน่นท้อง ท้องอืด หรือท้องเสีย เป็นอาการที่สามารถพบได้ โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้นใช้งาน เมื่อร่างกายปรับตัวได้ อาการจะดีขึ้นเรื่อย ๆ ในเบื้องต้นคนไข้สามารถบรรเทาอาการได้ด้วยแนวทางการดูแลตัวเองหลังฉีด ที่หมอเขียนไว้ในบทความนี้ครับ
อีกสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ คือ การใช้ปากกาควบคุมน้ำหนักภายใต้การดูแลของแพทย์ และติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้การลดน้ำหนักเป็นไปอย่างปลอดภัยและยั่งยืน
อ้างอิง
- WebMed Pharmacy Ltd. (2025, November 14). Weight loss pen (GLP-1) side effects & how to manage them like a pro. WebMed Pharmacy. https://webmedpharmacy.co.uk/blog/weight-loss-pen-side-effects-and-how-to-manage-them
- Obesity Medicine Association. (2024, January 20). 5 common weight loss medications and their side effects. https://obesitymedicine.org/blog/5-common-weight-loss-medications-their-side-effects-obesity-medicine-association/
- https://www.wegovy.com/
- Garvey WT, Batterham RL, Bhatta M, Buscemi S, Christensen LN, Frias JP, Jódar E, Kandler K, Rigas G, Wadden TA, Wharton S; STEP 5 Study Group. Two-year effects of semaglutide in adults with overweight or obesity: the STEP 5 trial. Nat Med. 2022 Oct;28(10):2083-2091. doi: 10.1038/s41591-022-02026-4. Epub 2022 Oct 10. PMID: 36216945; PMCID: PMC9556320.












