ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาใช้กี่ CC ถึงจะเห็นผลดี ใต้ตาเต็มสวย ? ใช้ปริมาณเยอะเกินไป ส่งผลอะไรบ้าง ?

Categories
ฉีดฟิลเลอร์

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ใช้กี่ CC

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาใช้กี่ CC ถึงจะเห็นผลดี ใต้ตาเต็มสวย ? คำถามนี้เป็นสิ่งแรกที่หลายคนอยากรู้ก่อนตัดสินใจทำ เพราะปริมาณที่ใช้ส่งผลต่อทั้งผลลัพธ์และค่าใช้จ่ายโดยตรง

แม้การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นวิธีที่หมอแนะนำมากที่สุด เพราะสามารถแก้ปัญหาตรงจุด เห็นผลไว ช่วยให้ใต้ตาสดใส ลึกโบ๋ กลับมาตื้น ริ้วรอยลดลงชัดเจน แต่ต้องมาพร้อมกับปริมาณที่เหมาะสมกับปัญหาครับ

หากใช้ปริมาณเยอะเกินไป ส่งผลอะไรบ้าง ? ทำไมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา แต่ละคนถึงใช้ปริมาณ CC ที่ไม่เท่ากัน ? ควรเลือกฉีดใต้ตายี่ห้อ/รุ่นไหนดี ? หมอจะให้คำตอบและแนะนำวิธีเลือกฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาให้ได้ผลลัพธ์ดีในบทความนี้

สารบัญ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ใช้กี่ CC


ปกติใต้ตาฉีดกี่ CC ได้บ้าง ?

ปกติปริมาณฟิลเลอร์ใต้ตาที่เหมาะสม แพทย์จะเป็นผู้ประเมินครับ เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาใต้ตาได้อย่างตรงจุด ซึ่งปริมาณโดยเฉลี่ย คือ

  • ปัญหาเล็กน้อย : 0.5-1 CC
  • ปัญหาปานกลาง : 1-2 CC
  • ปัญหามาก : 2-4 CC
  • กรณีพิเศษ : อาจต้องใช้มากกว่า 3 CC

แต่โดยทั่วไป คนไข้มักจะเข้ามาหาหมอตอนที่มีปัญหามากแล้ว เพราะเริ่มรู้สึกเสียความมั่นใจ ทำให้ปริมาณฟิลเลอร์ใต้ตาที่นิยมฉีดบ่อย ๆ จะเป็น 2-4 CC ครับ ซึ่งปัจจัยที่กำหนดปริมาณฟิลเลอร์ใต้ตา ที่แพทย์ใช้ประเมินปริมาณ CC ฟิลเลอร์ที่ใช้คือ

  • ความลึกของร่องใต้ตา : ยิ่งลึกมาก ก็จะต้องใช้ปริมาณฟิลเลอร์ใต้ตา จำนวน CC มากขึ้น
  • ปริมาตรไขมันใต้ตาที่สูญเสียไป : หากไขมันหายมากต้องใช้ฟิลเลอร์มากเช่นกัน
  • โครงสร้างกระดูกใบหน้า : กระดูกแก้มต่ำจะต้องใช้ฟิลเลอร์มากกว่า
  • อายุและความยืดหยุ่นของผิว : อายุมากขึ้นใช้ปริมาณมากขึ้น
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่ไหนดี ? เลือกคลินิกให้ปลอดภัย พิจารณาอะไรบ้าง ?

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ใช้กี่ CC ถึงจะเห็นผลดี ใต้ตาเต็มสวย ?

อย่างที่หมออธิบายไป ว่าการแก้ปัญหาใต้ตา โดยส่วนมากจะใช้ฟิลเลอร์ใต้ตาประมาณ 2-4 CC ในการแก้ปัญหาใต้ตา ซึ่งในปริมาณนี้สามารถเห็นผลการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนแล้วครับ

ในกรณีที่คนไข้ที่มีปัญหารุนแรง เช่น กระดูกใต้ตามีการยุบตัวมาก ๆ ใต้ตาลึก หมออาจพิจารณาใช้ฟิลเลอร์มากขึ้น อาจจะใช้ข้างละ 2-3 CC

ซึ่งต่างกับเคสที่มีปัญหาใต้ตาน้อย ๆ บางเคสสามารถฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา 1-2 CC สำหรับฉีดใต้ตาทั้งสองข้างก็ได้เช่นกันครับ ฟิลเลอร์ใต้ตากี่ CC หมอจะต้องประเมินความเหมาะสมเป็นเคส ๆ ไปครับ

คลิกอ่านเพิ่มเติม : เบ้าตาลึก ร่องใต้ตาลึก ใต้ตาคล้ำ เกิดจากอะไร ? รู้สาเหตุพร้อมวิธีแก้ไขปัญหาใต้ตา


ทำไมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแต่ละคน ถึงใช้ปริมาณ CC ไม่เท่ากัน ?

การใช้ปริมาณฟิลเลอร์ใต้ตา จำนวนน CC ที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล เกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น

  • โครงสร้างใบหน้าแต่ละคนไม่เหมือนกัน : ขึ้นอยู่กับกรรมพันธุ์ครับ คนไข้บางคนมีรูปหน้าหรือโครงสร้างใบหน้าที่มองเห็นขอบตา หรือความลึกของร่องใต้ตาชัดเจน เมื่อความหนาของผิวหนังและไขมัน เริ่มลดลง ก็ยิ่งเห็นชัดมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งคนไข้ในกลุ่มนี้จะต้องใช้ปริมาณฟิลเลอร์ใต้ตาเยอะ พร้อมกับเทคนิคการฉีดที่เหมาะสม ถึงจะช่วยให้ใต้ตากลับมา สดชื่น สดใสได้
  • ระดับความเสื่อมของผิวหนัง : ผู้ที่มีอายุมากกว่าหรือมีริ้วรอยชัดเจนกว่าจะต้องใช้ฟิลเลอร์มากกว่าคนที่อายุน้อยกว่า
  • ปัญหาเฉพาะของแต่ละคน : บางคนมีถุงใต้ตาชัดเจน บางคนมีร่องลึก บางคนมีแค่รอยเหี่ยวย่น ทำให้ต้องใช้ปริมาณต่างกัน
  • เป้าหมายการรักษา : คนที่ต้องการผลลัพธ์เห็นชัดจะใช้มากกว่าคนที่ต้องการแค่ปรับปรุงเล็กน้อย
  • ประสบการณ์และเทคนิคของแพทย์ : ใต้ตาควรฉีดกี่ CC ถึงจะเหมาะสมกับคนไข้ แพทย์แต่ละคนจะมีวิธีการประเมิน และเทคนิคการฉีดของตัวเองซึ่งอาจแตกต่างกันไปครับ

แก้ปัญหาใต้ตาด้วยฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อ/รุ่น ควรฉีดใต้ตากี่ CC ?

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่ไหนดี ? เลือกคลินิกให้ปลอดภัย พิจารณาอะไรบ้าง ?

ฟิลเลอร์ที่เหมาะสำหรับฉีดใต้ตา ควรเป็นฟิลเลอร์ที่มีความคงตัว เนื้อไม่ฟูจนเกินไป มีความเป็นธรรมชาติ เพราะผิวหนังใต้ตาค่อนข้างบาง ถ้าใช้ฟิลเลอร์ที่มีเนื้อฟูมาก จะทำให้ตาบวม ดูไม่เป็นธรรมชาติ หรือฉีดออกมาแล้วเป็นก้อน ไม่เรียบเนียนได้ครับ

สำหรับฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อที่หมอแนะนำ คือ ฟิลเลอร์ Restylane, ฟิลเลอร์ Juvederm และฟิลเลอร์ Belotero

ฉีดใต้ตายี่ห้อไหนดี

ฟิลเลอร์ใต้ตา Restylane (สวีเดน) ควรฉีดกี่ CC ?

โดยทั่วไปแล้ว การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาด้วยฟิลเลอร์ Restylane มักใช้ปริมาณ 1-2 CC ต่อข้าง ขึ้นอยู่กับปัญหาและความต้องการของแต่ละบุคคล Filler ใต้ตากี่ CC หมอจะประเมินสภาพผิวและปัญหาใต้ตา

เช่น ขอบตาดำ มีรอยคล้ำใต้ตา ร่องน้ำตาเพื่อให้ได้ปริมาณที่เหมาะสมและผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติที่สุด หากใต้ตาลึกมาก อาจต้องใช้ปริมาณมากขึ้นครับ โดยรุ่นที่หมอแนะนำได้แก่

  • Restylane Perlane Lyft ฟิลเลอร์เนื้อแน่น มีความคงตัวสูง ไม่ฟู และสามารถคงรูปได้ดีที่สุด อยู่ได้ 12 เดือน
  • Restylane Defyne ฟิลเลอร์เนื้อทน แน่นปานกลาง มีความยืดหยุ่นและอุ้มน้ำได้ดี อยู่ได้ 18 เดือน
  • Restylane Vital Light ฟิลเลอร์เนื้อฉ่ำ เจลอนุภาคเล็ก แก้ไขจุดที่มีปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ เหมาะสำหรับฉีดเก็บรายละเอียด ใช้สำหรับเคสที่ผิวบาง อยู่ได้ 6-12 เดือน
  • Restylane Classic ฟิลเลอร์เนื้อแน่น คงตัวได้ดี ออกแบบมาสำหรับแก้ปัญหาริ้วรอยระดับปานกลางถึงมาก ใช้เก็บรายละเอียดใต้ตาในผิวชั้นลึกสำหรับคนผิวบาง อยู่ได้ 12 เดือน
  • Restylane Vital ฟิลเลอร์เนื้อละเอียด เกลี่ยง่าย ให้ผลเรียบเนียน เป็นธรรมชาติ อยู่ได้ 12 เดือน
ฟิลเลอร์ Restylane

ฟิลเลอร์ใต้ตา Juvederm (อเมริกา) ควรฉีดกี่ CC ?

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาด้วย Juvederm มักใช้ปริมาณ 2-4 CC เช่นกันครับ ซึ่งปริมาณที่แน่นอนจะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลและความรุนแรงของปัญหาใต้ตา

หากมีปัญหาไม่มาก หมออาจพิจารณาฉีดข้างละ 0.5-1 CC ก่อนเพื่อดูผลลัพธ์และสามารถเติมเพิ่มได้ ช่วยให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ โดยรุ่นที่ได้รับความนิยม ได้แก่

  • Juvederm Volite ฟิลเลอร์เนื้อฉ่ำ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น มีความเป็นธรรมชาติ ใช้เติมใต้ตาชั้นตื้น เหมาะกับคนผิวบางแต่ไม่มากเกินไป อยู่ได้ 8-12 เดือน
  • Juvederm Voluma ฟิลเลอร์เนื้อทน ฟูปานกลาง ยืดหยุ่นสูง อุ้มน้ำและให้ความเป็นธรรมชาติ อยู่ได้ 18 เดือน
  • Juvederm Volux ฟิลเลอร์เนื้อทน คงรูปได้ดี ปั้นขึ้นรูปได้ง่ายและอยู่ได้นานที่สุด ฉีดแล้วดูเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อน อยู่ได้ 18-24 เดือน
ฟิลเลอร์ Juvederm

ฟิลเลอร์ใต้ตา Belotero (สวิตเซอร์แลนด์) ควรฉีดกี่ CC ?

สำหรับการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาด้วย Belotero (สวิตเซอร์แลนด์) มักใช้ปริมาณ 2-4 CC ไม่ต่างจากยี่ห้ออื่น ๆ โดยปริมาณที่แน่นอนจะขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละบุคคล และความลึกของร่องใต้ตาที่ต้องการแก้ไข

หมอสามารถฉีดใต้ตาพร้อมกันหลายยี่ห้อได้ ขึ้นอยู่กับปัญหา ความเหมาะสม และงบประมาณในแต่ละบุคคลครับ โดยรุ่นได้รับความนิยมได้แก่

  • Belotero Volume ฟิลเลอร์เนื้อแน่น มีความยืดหยุ่นและคงตัวสูง เหมาะกับเติมใต้ตาชั้นลึก อยู่ได้ 18 เดือน
  • Belotero Revive ฟิลเลอร์เนื้อฉ่ำ ช่วยเพิ่มและกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิว ช่วยลดริ้วรอยใต้ตาเล็ก ๆ อยู่ได้ 6-9 เดือน
  • Belotero Soft ฟิลเลอร์เนื้อละเอียด เหมาะสำหรับฉีดใต้ตาชั้นตื้น เรียบเนียนไปกับผิว อยู่ได้ 8-12 เดือน
ฟิลเลอร์ใต้ตา Belotero

ฟิลเลอร์ทุกยี่ห้อ ทุกรุ่น อาจไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน ทุกตำแหน่ง ก่อนฉีดแพทย์จะเป็นคนแนะนำยี่ห้อและรุ่นฟิลเลอร์ที่เหมาะสมเป็นเคส ๆ ไปครับ เพื่อจะได้แก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด และเลือกใช้เทคนิคการฉีด รวมถึงประเมินถึงสาเหตุได้อย่างถูกต้อง


ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาด้วยปริมาณ CC ที่ไม่พอดี ส่งผลอย่างไร ?

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาด้วยปริมาณ CC ที่ไม่พอดีกับปัญหา ไม่ได้ส่งผลข้างเคียงที่อันตราย แต่จะส่งผลต่อการแสดงผลลัพธ์ครับ

  • หากใช้ฟิลเลอร์ปริมาณ CC เยอะเกินไป เวลายิ้มจะทำให้ใต้ตาดูบวมเป็นก้อน ดูไม่เป็นธรรมชาติ
  • หากใช้ฟิลเลอร์ปริมาณ CC น้อยเกินไป ก็จะทำให้เห็นผลลัพธ์ที่ไม่ชัดเจน

จากประสบการณ์ของหมอ การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาในปริมาณ 2-4 CC ถือเป็นปริมาณที่เหมาะสมครับ ไม่ควรมากหรือน้อยไปกว่านี้

ในเคสที่พลาดฉีดเกิน ฉีดล้น จนทำให้ใต้ตาบวม หากต้องการแก้ไขสามารถฉีดสลายฟิลเลอร์ใต้ตาออกได้ครับ เป็นวิธีที่ไม่อันตราย และเป็นกระบวนการที่ได้รับการยอมรับในวงการแพทย์ว่าปลอดภัย หากดำเนินการโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ในคลินิกที่ได้มาตรฐาน แต่ควรระมัดระวังการใช้ปริมาณยาที่มากเกินไป เพราะอาจเป็นการสลายคอลลาเจนที่มีอยู่เดิมได้

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่ไหนดี ? เลือกคลินิกให้ปลอดภัย พิจารณาอะไรบ้าง ?

เลือกฉีดใต้ตาอย่างไร ให้ได้ปริมาณ CC ที่เหมาะสม ?

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตากี่ซีซี เหมาะสม จะต้องพิจารณาจากปัญหาใต้ตาของแต่ละบุคคลเป็นหลัก

  • ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิวและโครงสร้างใต้ตาอย่างละเอียด
  • ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับยี่ห้อฟิลเลอร์เพื่อเลือกยี่ห้อที่เหมาะสมและปลอดภัย ตอบโจทย์ความต้องการและงบประมาณในแต่ละบุคคล
  • ไม่ควรฉีดฟิลเลอร์มากเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาใต้ตาบวม หรือดูไม่เป็นธรรมชาติ

จะเห็นว่าการตัดสินใจกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ มีความสำคัญมาก ๆ ครับ เพราะแพทย์ที่มีประสบการณ์จะสามารถแนะนำยี่ห้อที่เหมาะสม และปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาสวยงาม

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่ไหนดี ? เลือกคลินิกให้ปลอดภัย พิจารณาอะไรบ้าง ?

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ที่ V Square Clinic ปลอดภัยปริมาณ CC เหมาะสม

  • แพทย์มีประสบการณ์ด้านการฉีด Filler ใต้ตาโดยเฉพาะ มีใบประกอบวิชาชีพจากแพทยสภา
  • ทีมแพทย์ทุกคน มีการเทรนนิ่ง อัปเดตความรู้เพิ่มเติมทั้งในและต่างประเทศเป็นประจำทุกปี เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกท่านที่เข้ามาใช้บริการจะได้รับความพึงพอใจที่สุด
  • ปรึกษาปัญหากับแพทย์โดยตรง ไม่ผ่านเซลส์ โดยแพทย์จะประเมินปัญหาใบหน้าของคนไข้เป็นรายบุคคลตามปัญหาผิวหน้าจริง ไม่ยัดเยียดคอร์ส
  • แก้ไขปัญหาตรงจุด ได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม ดูเป็นธรรมชาติ เพื่อเติมเต็มทุกความมั่นใจให้คุณ “Feel Your Confidence”
  • มีการติดตามผลหลังทำทุกเคส
  • ใช้ฟิลเลอร์แท้ แบรนด์ระดับโลก หมอแกะกล่องให้ดูต่อหน้า ให้กล่องกลับบ้าน คนไข้สามารถนำไปตรวจสอบกับผู้นำเข้าได้ทุกกล่อง
  • ฉีดฟิลเลอร์ด้วยเทคนิคเฉพาะของ V Square Clinic วิเคราะห์และออกแบบการปรับรูปหน้าด้วยศิลปะการฉีดฟิลเลอร์ (Fine Art of Filler) หมอมือเบา ช้ำน้อย ไม่มีปัญหาฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นก้อนในภายหลัง
  • คลินิกอยู่ในห้าง มีสาขาครอบคลุมทั่วกรุงเทพ เดินทางสะดวก

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ราคา CC ละเท่าไหร่ ?

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ราคา CC จะขึ้นอยู่กับยี่ห้อ-รุ่น-ปริมาณที่ใช้ รวมถึงฝีมือ/ประสบการณ์ของแพทย์แต่ละท่านครับ โดยทั่วไปหากเป็นฟิลเลอร์แบรนด์ดังที่แพทย์ทั่วโลกนิยมใช้ และฉีดในคลินิกที่ได้มาตรฐาน ราคาฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจะอยู่ 9,900.-/cc โดยประมาณครับ

สำหรับราคาโปรโมชันฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ที่ V Square Clinic ฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อที่แนะนำ คือ ฟิลเลอร์ยี่ห้อ Juvederm (อเมริกา), ฟิลเลอร์ยี่ห้อ Restylane (สวีเดน) และ ฟิลเลอร์ยี่ห้อ Belotero (สวิตเซอร์แลนด์) รวมถึงยังมีฟิลเลอร์เกรดพรีเมียมอื่น ๆ ให้เลือกใช้ โดยแต่ละยี่ห้อจะมีราคาดังนี้ครับ

โปรฟิลเลอร์ใต้ตา_ใส่ราคา_PC_8MAY69
โปรฟิลเลอร์ใต้ตา_ใส่ราคา_MO_8MAY26

สรุป ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ใช้กี่ CC ขึ้นอยู่กับปัญหาแต่ละบุคคล

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาใช้กี่ CC ขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละคนครับ ก่อนตัดสินใจฉีดคนไข้ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์เพื่อจะได้เลือกชนิดฟิลเลอร์และคำนวณปริมาณ cc ที่เหมาะสมให้ ที่สำคัญคือต้องมั่นใจด้วยว่าเป็นฟิลเลอร์แท้ และแพทย์ต้องมีประสบการณ์ เพื่อให้ฉีดออกมาแล้วผลลัพธ์สวย ดูเป็นธรรมชาติและปลอดภัยมากที่สุดครับ

คนไข้ท่านใดที่สนใจฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา แต่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่ไหนดี ทีมแพทย์ที่ V Square Clinic ยินดีให้คำปรึกษา โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สามารถเข้ามาปรึกษาโดยตรงกับแพทย์ประจำสาขา หรือสอบถามผ่านช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ หมอจะเป็นคนตอบเองทุกเคสครับ


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ

ปรึกษาหมอ