
เจาะลึกการฉีด Sculptra กระตุ้นคอลลาเจน
Sculptra คือหัตถการฟื้นฟูผิวที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน คืนความอ่อนเยาว์ ยกกระชับผิว ทำให้ดูเด็กลง ผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่าฟิลเลอร์ทั่วไป จึงได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยและริ้วรอย
บทความนี้จะเจาะลึกว่า Sculptra ช่วยอะไรได้บ้าง เหมาะกับใคร เจ็บไหม ปลอดภัยหรือไม่ และราคาเท่าไหร่ เพื่อให้คุณตัดสินใจก่อนเข้ารับการฉีดได้อย่างมั่นใจครับ
Sculptra คืออะไร ?
Sculptra คือ สารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน หรือ Collagen Biostimulator เมื่อฉีดเข้าสู่ผิวจะกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนตามกระบวนการธรรมชาติ ทำให้ผิวยืดหยุ่นแข็งแรง ยกกระชับ ริ้วรอยลดลง หน้าใส ดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ

ส่วนประกอบหลักของ Sculptra คือ PLLA (Poly-L-Lactic acid) ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มสารกึ่งถาวร คงรูปอยู่ได้นาน ผ่านการรับรองจาก US FDA และ อย.ไทย ว่ามีความปลอดภัย
Sculptra สกัดมาจากอะไร ?
Sculptra สกัดจากสาร PLLA (Poly-L-Lactic acid) ซึ่งบางคนอาจจะคุ้นหูอยู่บ้าง เพราะเป็นหนึ่งในวัสดุที่ใช้ทำเส้นไหมละลายสำหรับการร้อยไหม มีจุดเด่นในการช่วยกระตุ้นคอลลาเจนได้ดี แต่ใน Sculptra นั้น PLLA ถูกพัฒนาให้อยู่ในรูปแบบเฉพาะ ที่ออกฤทธิ์ได้ยาวนานและสม่ำเสมอกว่าครับ

PLLA ใน Sculptra จะมาในรูปแบบผง PLLA Powder บรรจุอยู่ในขวด หมอจะต้องผสม Sterile Water ก่อนจะฉีดเข้าสู่ผิวชั้นลึก ประมาณ 1.5-2 เซนติเมตร ด้วยเข็มทู่ขนาด 22-25 G โดยใช้เทคนิคการฉีดแบบ Cross-hatching หรือฉีดทแยงมุมไขว้กัน ซึ่งเป็นวิธีฉีด Sculptra ที่ช่วยให้สารกระจายตัวได้ดีและกระตุ้นคอลลาเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด
ฉีด Sculptra ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ?

การฉีด Sculptra สามารถช่วยแก้ไขปัญหาผิวได้หลากหลายครับ ได้แก่
- ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น
- ช่วยฟื้นฟูผิว ทำให้ผิวเต่งตึงขึ้น โดยเฉพาะบริเวณแก้ม ขมับ และกรอบหน้า
- ช่วยเติมเต็ม ยกกระชับใบหน้า ลดริ้วรอยร่องลึก
- ช่วยกระชับผิวที่หย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง ให้กลับมาเต่งตึงอีกครั้ง
- ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างชั้นลึกใต้ผิว ปรับโครงสร้างผิวจากภายใน
- ช่วยให้ผิวแข็งแรง แน่นกระชับ อิ่มฟู มีสุขภาพดีขึ้น
- ช่วยลดริ้วรอยบนใบหน้า สามารถทำให้ผิวกลับมาเรียบเนียน
- ช่วยปรับสภาพผิวที่เป็นหลุมเป็นบ่อจากสิว
- ช่วยเพิ่มความกระจ่างใสให้ผิว ผิวชุ่มชื้นมากขึ้น
Sculptra ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้อย่างไร ?
เมื่อฉีด Sculptra เข้าสู่ผิว สาร PLLA จะกระจายตัวใต้ผิวหนัง ทำหน้าที่คล้ายโครงสร้างเล็ก ๆ ที่ช่วยเติมเต็มร่องริ้วรอยไปก่อนชั่วคราว จากนั้นร่างกายจะส่ง Macrophage มาจัดการ ทำให้เกิดการกระตุ้น Fibroblast ให้สร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่อง
คอลลาเจนที่ถูกสร้างขึ้นส่วนใหญ่คือ Collagen Type I ซึ่งเป็นคอลลาเจนหลักของร่างกาย คิดเป็นประมาณ 90% ของคอลลาเจนทั้งหมด ทำหน้าที่เพิ่มความยืดหยุ่น ความแน่น และช่วยซ่อมแซมผิว

มีงานวิจัยยืนยันว่า ภายใน 3 เดือนหลังฉีด Sculptra ปริมาณคอลลาเจน Type I ในผิวเพิ่มขึ้นกว่า 66.5% ส่งผลให้ผิวค่อย ๆ ดูกระชับ อ่อนเยาว์ และริ้วรอยลดลงอย่างเป็นธรรมชาติ

Sculptra มีข้อดี-ข้อเสีย อะไรบ้าง ?
ข้อดีการฉีด Sculptra
- หลังฉีดไม่ต้องพักฟื้น ไม่เกิดรอยแผล
- กระตุ้นคอลลาเจน ฟื้นฟูผิวใส
- ผิวยืดหยุ่น ยกกระชับ อิ่มฟู ริ้วรอยลดลง
- หน้าเด็ก ดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ
- คงผลลัพธ์อยู่ได้นาน 2 ปี
ข้อเสียการฉีด Sculptra
- หากฉีดโดยแพทย์ที่ไม่มีประสบการณ์ ไม่รู้เทคนิคการฉีด อาจไม่ได้ผลลัพธ์ตามต้องการ
- หากใช้ Sculptra ของปลอม ไม่ผ่าน อย. อาจเกิดผลข้างเคียงได้
Sculptra เหมาะ-ไม่เหมาะกับใครบ้าง ?
- ผู้ที่มีอายุ 25 ขึ้นไป ที่ต้องการฟื้นฟูผิว
- ผู้ที่มีปัญหาผิวหนังขาดคอลลาเจน
- ผู้ที่ผิวหย่อนคล้อย ไม่กระชับ ผิวขาดความยืดหยุ่น ผิวย้วย ผิวไม่เฟิร์ม
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน
- ผู้ที่มีริ้วรอยที่เห็นได้ชัดเจน
- ผู้ที่อยากมีผิวหน้าอ่อนเยาว์
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ยาวนาน เพราะ Sculptra คงผลลัพธ์ได้นานถึง 2 ปี

การฉีด Sculptra ไม่เหมาะกับใคร ?
- ผู้ที่ประวัติแพ้ PLLA
- ผู้ที่มีประวัติการเกิดคีลอยด์หรือมีแผลเป็นนูน
- ผู้ที่มีประวัติเคยแพ้ชนิดรุนแรง (Anaphylaxis)
- ผู้ที่มีการติดเชื้อที่ผิวหนังหรือเกิดการอักเสบในตำแหน่งที่ทำ
- ผู้ที่อยู่ระหว่างตั้งครรภ์ ให้นมบุตร
Sculptra ดีจริงไหม ? คุ้มค่าไหม ?
Sculptra ถือเป็นหัตถการที่มีงานวิจัยรองรับอย่างชัดเจน ว่าสามารถ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน Type I ได้จริง ทำให้ผิวค่อย ๆ แน่น กระชับ และดูอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ผลลัพธ์ต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปตรงที่ไม่ได้เติมเต็มทันที แต่จะค่อย ๆ ดีขึ้นเรื่อย ๆ หลังฉีด
Sculptra ฉีดตรงไหนได้บ้าง ?
Sculptra สามารถฉีดได้หลายตำแหน่ง เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวบริเวณนั้น ๆ แน่น และกระชับมากขึ้น โดยตำแหน่งที่ได้รับความนิยมมีดังนี้

- ขมับ : เป็นจุดที่หากยุบตัวลง จะทำให้ใบหน้าดูมีอายุอย่างเห็นได้ชัด การฉีด Sculptra จุดนี้จะช่วยฟื้นฟูผิวให้อิ่มฟู เต่งตึง แก้ปัญหาขมับตอบ
- หน้าแก้ม (Midface) : ช่วยเพิ่มความเต่งตึงและยกกระชับผิวแก้ม แก้ปัญหาหน้าตอบ และลดเลือนริ้วรอยและร่องลึกบริเวณแก้ม ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์
- กรอบหน้า : ยกกระชับผิวหย่อนคล้อยบริเวณแนวกรอบหน้า
- ใต้ตา : Sculptra ไม่เหมาะกับการฉีดใต้ตาโดยตรงเนื่องจากบริเวณนี้ผิวบางมาก เสี่ยงเกิด ก้อนนูน ตะปุ่มตะป่ำได้ง่าย แต่สามารถใช้เทคนิคการฉีดบริเวณแก้มส่วนบน (Submalar Area) เพื่อช่วยยกพยุงผิว ลดร่องลึกและเงาใต้ตาให้ดูดีขึ้นได้ จะปลอดภัยและเป็นธรรมชาติมากกว่า
Sculptra อันตรายไหม ?
Sculptra มีความปลอดภัยสูง ผลิตจากสาร PLLA (Poly-L-Lactic Acid) ที่ผ่านการจดสิทธิบัตรด้านกระบวนการผลิต มีงานวิจัยรองรับกว่า 50 ฉบับ และได้รับการรับรองจาก US FDA และ อย.ไทย ว่าสามารถใช้เป็นสารกระตุ้นคอลลาเจนได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพครับ
รีวิวฉีด Sculptra เปรียบเทียบผลลัพธ์ก่อน-หลัง






Sculptra สามารถนำมาช่วยแก้ปัญหาผิวบริเวณอื่น ๆ หรือ Sculptra Body เช่น บริเวณหน้าท้อง ช่วยทำให้ผิวหน้าท้องกระชับ ลดความหย่อนคล้อยได้

*ใช้เป็นตัวอย่าง ผลจากการเข้ารับการรักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย*
กฎ 3-3-3 ของ Sculptra คืออะไร ?
กฎ 3-3-3 ของการฉีด Sculptra เป็นแนวทางง่าย ๆ ที่แพทย์ใช้ในการวางแผนการรักษา คือ
- 3 ครั้ง : ควรฉีดประมาณ 3 ครั้ง
- ห่างกัน 3 เดือน : แต่ละครั้งเว้นระยะราว 3 เดือน
- อยู่ได้นาน 3 ปี : ผลลัพธ์จากการกระตุ้นคอลลาเจนสามารถคงอยู่ได้ยาวนานราว 2-3 ปี
อย่างไรก็ตาม จำนวนครั้งและระยะห่างที่แน่นอน อาจแตกต่างกันไปตาม อายุ สภาพผิว และปัญหาที่ต้องการแก้ไข ซึ่งควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนที่เหมาะสมที่สุดครับ
เทียบการฉีด Sculptra กับ การกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนด้วยวิธีอื่น ๆ
| หัตถการ | สาร/เทคโนโลยีหลัก | จุดเด่น | ระยะเวลาผลลัพธ์ | ความแตกต่างจาก Sculptra |
|---|---|---|---|---|
| Radiesse | Calcium Hydroxylapatite (CaHA) | เติมเต็ม และกระตุ้นคอลลาเจน เห็นผลเร็ว | 12-18 เดือน | เหมาะกับการสร้าง Volume และยกกระชับบางส่วน แต่ผลอยู่สั้นกว่า Sculptra |
| เมโสหน้าใส (Meso therapy) | วิตามิน A, B, C, E, และสารอื่น ๆ ที่มีประโยชน์ | ฟื้นฟูผิว เติมความชุ่มชื้น | 1-3 เดือน | เน้นผิวใส ไม่ได้กระตุ้นคอลลาเจนโดยตรง ต้องทำบ่อย และผลอยู่ไม่นาน |
| ฟิลเลอร์ (HA) | Hyaluronic Acid | เติมเต็มร่องลึกทันที ปรับรูปหน้า เพิ่ม Volume | 6-24 เดือน | ไม่กระตุ้นคอลลาเจนโดยตรง เน้น Volume แต่ทำแล้วเห็นผลชัดเจน |
| Belotero Revive | HA + Glycerol (Skin Booster) | ผิวฉ่ำ ฟู ชุ่มชื้น คุณภาพผิวดีขึ้น | 6-9 เดือน | เน้นเพิ่ม Skin Quality ไม่ได้กระตุ้นโครงสร้างคอลลาเจนแบบ Sculptra |
| เครื่องยกกระชับ (HIFU, Ulthera, Thermage, Volnewmer) | คลื่นเสียง/คลื่นวิทยุ | ยกกระชับผิวแบบไม่ใช้เข็ม ไม่มีแผล | 1-2 ปี | กระตุ้นเฉพาะจุด ผลลัพธ์เด่นด้านความกระชับ มากกว่าการฟื้นโครงสร้างผิวแบบ Sculptra |
ฉีด Sculptra ต้องใช้กี่ CC ?
การฉีด Sculptra ในเบื้องต้นจะใช้ 1 ขวด หรือ 10 CC ครับ
แต่หากมีปัญหามาก หรือเริ่มมีอายุ มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ไม่กระชับ อายุ 30 ปีขึ้นไป แนะนำให้ฉีดครั้งละ 2 ขวด หรือ 20 CC หรือตามที่แพทย์แนะนำ
โดยฉีดต่อเนื่องกัน 3 ครั้ง ระยะเวลาห่างกันครั้งละ 1 เดือน จากนั้นจะคงสภาพผิวได้ประมาณ 2 ปีครับ
ข้อควรรู้และการเตรียมตัวก่อนฉีด Sculptra
Sculptra เป็นหัตถการที่หากสนใจ สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการฉีดที่เหมาะสมกับตัวคนไข้ได้เลย และเมื่อตัดสินใจฉีด จะมีขั้นตอนการเตรียมตัว ดังนี้
- งดยาหรือวิตามินที่ทำให้เลือดหยุดไหลยาก เช่น กลุ่มยาแอสไพริน วิตามินอี น้ำมันปลา ฯลฯ อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนการฉีด เพื่อป้องกันอาการฟกช้ำที่อาจเกิดขึ้นได้
- งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 1-3 วัน ก่อนการฉีด
- ไม่อยู่ในภาวะการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- หากมีโรคประจำตัวหรือรับประทานยาใด ๆ อยู่ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนฉีด Sculptra ครับ
ข้อควรปฏิบัติหลังฉีด Sculptra มีอะไรบ้าง ?
ข้อควรปฏิบัติหลังฉีด Sculptra เป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและป้องกันการจับตัวเป็นก้อน
โดยเฉพาพการนวดหน้าตามหลัก Triple 5 หรือการนวดหน้า 5-5-5 ตามคำแนะนำแพทย์ คือนวดเบา ๆ ประมาณ 5 นาที วันละ 5 ครั้ง ต่อเนื่อง 5 วัน เพื่อช่วยกระจายตัวยาให้สม่ำเสมอ ลดความเสี่ยงการเกิดก้อนหรือพังผืดใต้ผิว รวมถึงข้อควรปฏิบัติดังนี้
- ใน 24 ชั่วโมงแรกสามารถประคบเย็นเพื่อลดอาการบวมและช้ำได้
- ดื่มน้ำมาก ๆ ช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้น
- หมั่นทาครีมกันแดดเป็นประจำ และหลีกเลี่ยงการตากแดดจัด
- พักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมง

โปรโมชั่น Sculptra ราคาเท่าไหร่ ?

แนวทางการเลือกคลินิกฉีด Sculptra ที่ไหนดี ?
การฉีด Sculptra ไม่ใช่เพียงการเลือกจากราคา แต่ควรพิจารณาหลายปัจจัยร่วมกัน เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่คุ้มค่าที่สุด หลัก ๆ จะมี 3 ด้าน คือ มาตรฐานของคลินิก ประสบการณ์ของแพทย์ และการใช้ผลิตภัณฑ์แท้ ได้มาตรฐาน

ฉีด Sculptra ที่ V Square Clinic ดีอย่างไร ?

- V Square Clinic ให้บริการฉีด Sculptra โดยทีมแพทย์มากประสบการณ์ ผ่านการอบรมเทคนิคการฉีด sculptra ที่ถูกต้อง โดยจะต้องฉีดเข้าสู่ผิวชั้นลึก ประมาณ 1.5-2 เซนติเมตร ด้วยเข็มทู่ขนาด 22-25 G จงมีความปลอดภัยสูง

ก่อนฉีด Sculptra แพทย์จะประเมินสภาพผิว และรับฟังความกังวลใจของคนไข้ เพื่อแนะนำแผนการรักษาที่เหมาะสม
- คนไข้สามารถมั่นใจตัวยา ที่ V Square Clinic ใช้ตัวยา Sculptra ของแท้ ผ่าน อย. ก่อนฉีดมีการแกะกล่องให้ดูต่อหน้า ให้กล่องและขวดกลับบ้านเพื่อตรวจสอบให้มั่นใจ
- ในด้านการบริการ V Square Clinic เป็นคลินิกที่ได้มาตรฐาน เปิดให้บริการถูกต้อง สามารถตรวจสอบชื่อสถานพยาบาล และเลขที่ใบอนุญาตประกอบกิจการ จำนวน 11 หลัก
- มีหลายสาขา เดินทางสะดวก สังเกตได้ง่าย ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในห้างและใกล้ห้าง มีที่จอดรถ เดินทางได้ทั้งรถส่วนตัว และรถสาธารณะ
หากสนใจสามารถสอบถามหรือปรึกษากับแพทย์ได้โดยตรง ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายหรือปรึกษาออนไลน์ สามารถส่งรูปหน้ามาให้หมอประเมินก่อนได้ ทางโทรศัพท์, Facebook หรือ Line@ ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายครับ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉีด Sculptra
ฉีด Sculptra กี่วันเห็นผล ?
หลังฉีด Sculptra จะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน โดยเริ่มเห็นผลหลังฉีดประมาณ 2-3 อาทิตย์
Sculptra จะค่อย ๆ เข้าไปทำปฏิกิริยาในผิวชั้นลึก ทำให้เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่องและเป็นธรรมชาติ โดยจะเห็นผลชัดเจนในช่วง 3 เดือนครับ
Sculptra อยู่ได้นานไหม ? อยู่ได้กี่เดือน กี่ปี ?
ผลลัพธ์หลังการฉีด Sculptra สามารถอยู่ได้นาน 2 ปี ในกรณีที่ฉีดอย่างต่อเนื่อง
แนะนำให้ฉีดต่อเนื่อง 2-3 ครั้งในช่วงแรกเพื่อปรับสภาพผิว ให้ผิวได้สร้างคอลลาเจนอย่างเต็มที่ จากนั้นจะอยู่ได้นาน 2 ปีครับ
แต่ถ้ากรณีฉีดครั้งเดียว โดยไม่ได้ฉีดซ้ำ ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 2-4 เดือนครับ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเทคนิคการฉีดของแพทย์และการดูแลตัวเองหลังฉีดของคนไข้
ฉีด Sculptra มีผลข้างเคียงไหม ?
ฉีด Sculptra ไม่มีผลข้างเคียงที่รุนแรงหรือเป็นอันตราย ในบางเคสอาจมีอาการบวม แดง ช้ำ หรือมีอาการปวดเล็กน้อย เป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นได้ หายได้เองใน 2-3 วัน
ในกรณีฉีด Sculptra เป็นก้อน หรือหลังฉีดคลำเจอตุ่มนูนหรือก้อนเล็ก ๆ ใต้ผิวหนัง ให้เน้นนวดบริเวณที่ฉีด Sculptra เพื่อให้อนุภาคของสารที่ฉีดไม่ไปเกาะกลุ่มกันเป็นก้อน
Sculptra ฉีดซ้ำได้ไหม ทำบ่อยแค่ไหน ?
การฉีด Sculptra สามารถฉีดซ้ำได้ ในช่วงแรกแนะนำให้ฉีด 2-3 ครั้ง โดยเว้นระยะในทุก ๆ 4-6 สัปดาห์ เพื่อผลลัพธ์ที่คงอยู่ยาวนานและให้ประสิทธิภาพที่ดีขึ้น
Sculptra ฉีดขวดเดียวได้ไหม ?
การฉีด Sculptra สามารถฉีด 1 ขวดเพื่อดูผลลัพธ์ก่อนได้ครับ จากนั้นแพทย์จะนัดมาประเมินอีกครั้งว่าควรฉีดเพิ่มหรือไม่
Sculptra หน้าบวมกี่วัน ?
หลังฉีด Sculptra สามารถเกิดหน้าบวมได้ครับ เนื่องจากมีตัวยาเข้าสู่ผิว ถือเป็นอาการปกติ ที่สามารถหายเองได้ โดยทั่วไปจะมีอาการบวมประมาณ 3 วัน จากนั้นอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นเอง
ฉีด Sculptra เจ็บไหม ?
การฉีด Sculptra จะรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจากเข็มที่ใช้ฉีดมีขนาดเล็กมาก และก่อนทำจะมีการแปะยาชา ช่วยลดความเจ็บขณะฉีดได้ นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับเทคนิคการฉีด และน้ำหนักมือของหมอแต่ละคนด้วยครับ
ฉีด Sculptra แล้วไม่เห็นผล เกิดจากอะไร ?
ในเคสที่ฉีด Sculptra แล้วไม่เห็นผล อาจเกิดจากการฉีดกับแพทย์ที่ขาดประสบการณ์ ประเมินปัญหาได้ไม่ตรงจุด ประเมินตัวยาไม่เหมาะสม ใช้ Sculptra ของปลอม ไม่ได้คุณภาพ ไม่ผ่าน อย.
นอกจากนี้ความถี่ในการฉีด Sculptra ที่ไม่ต่อเนื่อง ก็อาจทำให้ไม่เห็นผลหรือเห็นผลไม่ชัดเจนได้ด้วยเช่นกัน
ฉีด Sculptra กระตุ้นคอลลาเจนคืนความอ่อนเยาว์
การฉีด Sculptra สารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เป็นการฟื้นฟูสภาพผิวจากผิวชั้นลึก เมื่อคอลลาเจนถูกสร้างขึ้นจะทำให้ผิวหน้าค่อย ๆ เต่งตึง กระชับ และแข็งแรงขึ้นแบบเป็นธรรมชาติ
ก่อนฉีดหมอแนะนำให้ศึกษาหาข้อมูล ปรึกษาหมอก่อนเพื่อประเมินปัญหาและวางแผนร่วมกัน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตรงตามความต้องการครับ ที่ V Square Clinic สามารถปรึกษาหมอได้ทางออนไลน์ฟรี ก่อนนัดคิวเข้ามาใช้บริการครับ
อ้างอิง
- Sculptra. Instructions for Use. Galderma Laboratories, L.P. 2023.
- Data on file. 43USSA1812EXT clinical study report. Fort Worth, TX: Galderma Laboratories, L.P. 2022.
- Bohnert K. et al. Randomized, Controlled, Multicentered, Double-Blind Investigation of Injectable Poly-L-Lactic Acid for Improving Skin Quality Dermatol Surg2019;45:718–724.
- Bergeret-Galley C. Comparison of Resorbable Soft Tissue Fillers. Aesthetic Surg J 2004; 24:33-46.











