Ulthera หรือ Ultherapy เป็นเครื่องมือทางการแพทย์ที่ใช้พลังงาน High‑Intensity Focused Ultrasound (HIFU) เพื่อ “โฟกัส” คลื่นเสียงลงไปเกิดจุดความร้อนเล็ก ๆ ในชั้น SMAS ชั้นเนื้อเยื่อที่ศัลยแพทย์ใช้ผ่าตัดดึงหน้า

ผลคือคอลลาเจนเก่าหดตัวทันที ผิวถูกยกขึ้นประมาณ 30% ตั้งแต่ลุกจากเตียง และค่อย ๆ สร้างคอลลาเจนใหม่ใน 2-3 เดือนหลังทำ ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติและคงอยู่นานสูงสุด 1 ปี โดยไม่ต้องใช้มีดหรือพักฟื้นยาว ๆ

*ผลการเข้ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย

หลังทำ Ulthera แล้วได้ผลลัพธ์ผิวแน่น กระชับขึ้นทันที ริ้วรอยลดลง ผิวดูเรียบเนียนขึ้น ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ที่สำคัญหลังทำ Ulthera ไม่ต้องพักฟื้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติเลยครับ

อ่านเพิ่มเติม : Ulthera เทคโนโลยียกกระชับผิว กับบทบาทในการชะลอวัยทางชีวภาพ

เทคโนโลยี MFU-V เป็นเทคโนโลยีการส่งคลื่นเสียง Ultrasound ชนิด Micro Dot และมีระบบแสดงภาพใต้ชั้นผิวแบบเรียลไทม์ (Real-time Visualization) หมอสามารถมองจอเห็นชั้นกล้ามเนื้อ ชั้นผิว เส้นประสาท หลอดเลือด ชั้นไขมัน ขณะยิงได้ในเวลาเดียวกัน

เทคโนโลยี MFU-V Ulthera

ความสามารถในการมองเห็นโครงสร้างที่ชัดเจนของเครื่อง Ulthera ช่วยให้สามารถหลีกเลี่ยงบริเวณที่ไม่ต้องการให้ได้รับผลกระทบจากพลังงานอัลตราซาวด์ ส่งผลให้การรักษามีความแม่นยำ ปลอดภัย และลดโอกาสการเกิดผลข้างเคียงได้อย่างมาก

สรุปจุดเด่น เทคโนโลยี MFU-V

  1. Micro‑Focused Ultrasound (MFU) : คลื่นพลังงานถูกรวมเป็น “จุดความร้อน (TCPs)” ขนาด 1 มม.
  2. Visualization (V) : มีจอ Ultrasound แสดงผิวจริงแบบ real‑time ทำให้แพทย์เห็นเส้นประสาท ไขมัน และกระดูกขณะยิง ช่วยหลีกเลี่ยงโครงสร้างผิวส่วนที่ไม่ต้องการให้โดนพลังงาน
  3. ความลึกเลือกได้ : 1.5 มม. (ผิวหนังแท้) | 3.0 มม. (ไขมันใต้ผิว) | 4.5 มม. (SMAS) จึงยกผิว‑ลดไขมันบางจุด และกระชับรูขุมขนได้พร้อมกัน

อ่านเพิ่มเติม : สรุปข้อมูลทางการแพทย์เกี่ยวกับเทคโนโลยี MFU-V ในกลไกการทำงานของ Ulthera

เนื่องจากอัลเทอร่าได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง จึงมีการพัฒนาอยู่เสมอเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ ล่าสุด Ulthera ได้เปิดตัว “Ulthera Prime” ซึ่งเป็นเวอร์ชันใหม่ที่ได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นจาก Ulthera SPT ที่เป็นที่นิยมก่อนหน้านี้ครับ

See-Plan-Treat (SPT) คืออะไร ? เคล็ดลับความแม่นยำของ Ulthera

SPT ถือเป็น “Customization” ขั้นสูงที่ทำให้ Ulthera ให้ผลสม่ำเสมอและปลอดภัยกว่าการใช้ HIFU ทั่วไปครับ

  • See – แพทย์ “มอง” ชั้นผิวจริงผ่าน Ultrasound
  • Plan – ประเมินโครงหน้า เลือกหัว (Depth) จำนวน Line และทิศทางยิงที่เหมาะกับแต่ละคน
  • Treat – ยิงตามแผนอย่างแม่นยำ ลดโอกาสพลาด ลดเขียวช้ำ‑เสียวจี๊ด และใช้เวลาเพียง 30‑60 นาที
Ulthera SPT

Ulthera Prime

Ulthera Prime เป็นเวอร์ชันที่ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นจาก Ulthera SPT โดยมีการปรับค่าพลังงานให้มีเสถียรภาพมากขึ้น ระบบหน้าจอและระบบประมวลผลดีขึ้น ช่วยให้การยิงพลังงานมีความแม่นยำ ทำได้เร็วขึ้นลดความรู้สึกเจ็บหรือไม่สบายระหว่างทำได้

Ulthera Prime

อัลเทอร่าเหมาะกับอายุเท่าไหร่

เทคโนโลยี Ulthera สามารถตอบโจทย์ได้กับทุกช่วงวัยที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อย แต่ระดับอายุที่แตกต่างกันอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการรักษาที่ต่างกันไป โดยสามารถแบ่งออกเป็นช่วงอายุดังนี้

อายุ 25-35 ปี : ชะลอความหย่อนคล้อย

สัญญาณแห่งความเสื่อมของคอลลาเจนเพิ่งเริ่มต้น ผิวยังมีความยืดหยุ่นดีอยู่ แต่การทำอัลเทอร่าตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยชะลอการหย่อนคล้อยก่อนวัยอันควรได้ โดยแนะนำเริ่มต้นที่ประมาณ 200-300 Line ก็สามารถเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน

อายุ 35-50 ปี : เห็นผลลัพธ์ชัดเจนที่สุด

ตอบสนองต่อการการทำงานของ Ulthera ได้ดีที่สุด เพราะเริ่มเห็นปัญหาผิวหย่อนคล้อยชัดเจน เช่น แก้มห้อย กรอบหน้าไม่ชัดเจน เหนียง หลังทำเห็นผลลัพธ์ชัดเจนที่สุดประมาณ 3 เดือน ผิวหน้าดูยกกระชับอย่างชัดเจน

อายุ 50 ปีขึ้นไป : อาจต้องผสมผสานหลายวิธี

ผิวหนังสูญเสียคอลลาเจนและอีลาสตินอย่างมาก รวมถึงสูญเสียปริมาตรเนื้อเยื่อไขมันและกระดูกที่รองรับโครงสร้างใบหน้าไปบางส่วน ทำให้การใช้ Ulthera เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ อาจต้องเพิ่มจำนวน Line มากขึ้น แนะนำให้ใช้ Ulthera ร่วมกับการเติมเต็มด้วยฟิลเลอร์ (Filler) เพื่อเสริมวอลุ่มใบหน้าให้กลับมาเต็มขึ้น ช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและสมบูรณ์แบบมากที่สุด

VSQ Tips

ทำ Ulthera ร่วมกับหัตถการอื่นได้ไหม ? สามารถทำได้ครับ เช่น โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ หรือ Thermage เพื่อเสริมผลลัพธ์ที่ดีขึ้น แต่ควรเว้นระยะเวลาอย่างเหมาะสมตามคำแนะนำของแพทย์ที่มีประสบการณ์

Ulthera ทำได้ทั่วใบหน้าครับ โดยเฉพาะจุดที่มักจะเกิดการหย่อนคล้อยเป็นส่วนแรก ๆ เช่น รอบดวงตา แก้ม เหนียง โดยแต่ละจุดจะใช้จำนวนไลน์ที่ยิงต่างกันไป ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ และปัญหาของแต่ละคน 

  • ทำ Ulthera รอบดวงตา 200 Line
  • ทำ Ulthera แก้ม 300 Line
  • ทำ Ulthera แก้ม+เหนียง 500 Line
  • ทำ Ulthera ทั่วหน้า 700 Line
  • ทำ Ulthera ทั่วหน้า + ลำคอ 700 Line
ทำ Ulthera ตำแหน่งไหนได้บ้าง

นอกจากนี้ยังสามารถใช้ Ulthera ยกกระชับผิวบริเวณอื่น ๆ ของร่างกายที่มีความหย่อนคล้อยได้ด้วยครับ เช่น หน้าอก หน้าท้อง ต้นแขน แต่ก็ต้องใช้ปริมาณไลน์ที่มากขึ้น และราคาที่สูงขึ้นตามครับ

จุดเด่นข้อดีความสำคัญ
ยกกระชับลึกถึง SMASยกกระชับ กรอบหน้าชัด ลดเหนียงชั้น SMAS คือ “เส้นเอ็นพยุงผิว” ที่ศัลยแพทย์ดึงหน้ามาตลอด จึงให้ผลใกล้เคียงการผ่าตัดโดยไม่ต้องลงมีด
Real‑Time Ultrasound Imagingยังพลังงานได้แม่นยำ ตรงจุด ไม่เสี่ยงผิวไหม้แพทย์มองเห็นเส้นประสาท หลอดเลือด ไขมัน แล้วหลบเลี่ยงทันที จึงปลอดภัยกว่าวิธีที่ไม่มีภาพนำทาง
เห็นผลชัด เป็นธรรมชาติเห็นผลทันที 30% ผิวจะค่อย ๆ กระชับขึ้น 100% ใน 2-3 เดือนกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ทำให้ผิวแน่นขึ้นทีละน้อย ไม่ดูแข็งหรือตึงเกินไป
เจ็บน้อยใช้การแปะยาชาเฉพาะที่เท่านั้นคนกลัวเจ็บก็สามารถทำได้ เพราะรู้สึกเพียงจี๊ด ๆ อุ่น ๆ ไม่ปวดแสบยาวนาน
ไม่ต้องพักฟื้นไม่มีแผล ใช้หน้าได้ทันทีตอบโจทย์คนงานยุ่งหรืออินฟลูเอนเซอร์ที่ต้องออกกล้องต่อเนื่อง
คงผลลัพธ์นานถึง 1 ปีประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายระยะยาวคุ้มค่ากว่าหัตถการอื่นที่ต้องทำซ้ำบ่อย ๆ
ผ่าน US FDA & อย.ไทยปลอดภัย ได้มาตรฐานสากลลดความเสี่ยงจากเครื่องไม่ได้มาตรฐานหรือพลังงานไม่เสถียร

เห็นผลทันทีไหม ?

  • ใช่ 20‑30% คอลลาเจนเก่าหดตัวทันที ทำให้กรอบหน้าตึงขึ้นเล็กน้อยหลังทำ

ผลเต็มที่เมื่อไร ?

  • ประมาณ 2‑3 เดือน กระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่สมบูรณ์ในช่วงนี้ ผิวจะเฟิร์มขึ้นอย่างชัดเจน

การเตรียมตัวก่อนทำ Ulthera

  • งดการทำหัตถการความงามอื่น ๆ บริเวณใบหน้า เช่น ฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ เลเซอร์ อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนทำ
  • หลีกเลี่ยงการทานยากลุ่มแอสไพริน, วิตามินอี, โสม, น้ำมันปลา หรือยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด 3-5 วันก่อนทำ เพื่อลดโอกาสเกิดรอยช้ำ
  • พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อให้ผิวชุ่มชื้น พร้อมตอบสนองต่อการกระตุ้นคอลลาเจน
  • ทำความสะอาดผิวหน้าก่อนเข้ารับการรักษา ไม่จำเป็นต้องงดอาหารหรือดมยาสลบ
  • หากเคยมีประวัติการทำ Ulthera หรือ HIFU มาก่อน ควรแจ้งแพทย์เพื่อวางแผนพลังงานและตำแหน่งยิงให้เหมาะสม

การดูแลตัวเองหลังทำ Ulthera

  • สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติทันทีหลังทำ ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือกดนวดบริเวณที่ทำในช่วง 1-2 วันแรก
  • หากมีอาการบวม แดง หรือรู้สึกตึงผิวเล็กน้อย ถือเป็นอาการปกติ จะค่อย ๆ ดีขึ้นภายในไม่กี่วัน
  • งดการทำเลเซอร์ ทรีตเมนต์ หรือหัตถการอื่น ๆ บริเวณใบหน้าประมาณ 1-2 สัปดาห์
  • ดูแลผิวด้วยการทาครีมบำรุง และใช้ครีมกันแดดที่มี SPF 30 ขึ้นไปเป็นประจำ
  • ดื่มน้ำมาก ๆ และนอนพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อเสริมการฟื้นฟูและการสร้างคอลลาเจนใหม่
  • เข้าตรวจติดตามผลตามที่แพทย์นัดหมาย เพื่อประเมินความเปลี่ยนแปลง และวางแผนการรักษาในครั้งถัดไป
การดูแลตัวเองหลังทำ Ulthera

ใครที่กำลังมองหาเครื่องมือยกกระชับ เพื่อปรับรูปหน้า อาจจะเห็นเครื่องมือยกกระชับหลาย ๆ แบบ โดยเครื่องที่ได้รับความนิยม และถูกพูดถึงบ่อย ๆ จะมี 3 เครื่อง หลัก ๆ คือ 1.Hifu 2.Ulthera และ 3.Thermage ทั้ง 3 เครื่องมือนี้ต่างกันอย่างไร ? หมอจะแยกให้เห็นภาพมากขึ้นดังนี้

เปรียบเทียบ Ulthera กับ Thermage และ Hifu
  • Ulthera เหมาะกับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจน มีความแม่นยำสูงสุด โดยเฉพาะการแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยบริเวณใบหน้า รวมถึงการทำ Ulthera รอบดวงตา ซึ่งจะช่วยลดริ้วรอยรอบดวงตา ยกกระชับคิ้ว ให้ใบหน้าดูสดใสและอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
  • HIFU เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง มีงบประมาณที่จำกัดกว่า แต่ผลลัพธ์อาจไม่แม่นยำและคงอยู่ได้ไม่นานเท่ากับ Ulthera
  • Thermage เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาริ้วรอยเล็กน้อยถึงปานกลาง แต่เน้น Volume Lift ยกกระชับที่เน้นความเรียบเนียนของผิวโดยเฉพาะ

การเลือกเทคโนโลยีควรขึ้นอยู่กับสภาพผิว ปัญหาที่ต้องการแก้ไข และงบประมาณของแต่ละบุคคล ที่สำคัญควรปรึกษาแพทย์ที่มีประสบการณ์เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุดครับ

Ulthera (Ultherapy) จัดเป็นหัตถการยกกระชับผิวด้วยคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูง ที่ได้รับการรับรองจาก US FDA และ อย. ไทย ว่ามีความปลอดภัย สามารถทำได้โดยไม่ต้องผ่าตัด และไม่ต้องพักฟื้น

  • มาตรฐานของเครื่องมือ ต้องเป็นเครื่องแท้ ผ่านการรับรอง ไม่ใช่เครื่องเลียนแบบ
  • ความชำนาญของแพทย์ การยิงพลังงานในระดับความลึกที่ถูกต้อง ช่วยให้ได้ผลลัพธ์ชัดเจนและลดความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงได้
  • การประเมินสภาพผิวก่อนทำ หากคนไข้มีปัญหาผิวบาง โรคประจำตัว หรือเพิ่งทำหัตถการอื่น ควรได้รับการวางแผนการรักษาอย่างรอบคอบ

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมผลลัพธ์ของการทำ Ulthera ในแต่ละคนถึงแตกต่างกัน บางคนเห็นผลชัดเจนมาก ในขณะที่บางคนเห็นผลน้อยกว่า นั่นเป็นเพราะมีหลายปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความสำเร็จของการรักษา ซึ่งปัจจัยสำคัญ 5 ข้อที่ควรรู้ ได้แก่

  1. อายุและสภาพผิวของแต่ละบุคคล

อายุและคุณภาพของผิวเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดผลลัพธ์ของ Ulthera หากอยู่ในช่วงอายุ 30-50 ปี จะเป็นช่วงที่การตอบสนองดีที่สุด เพราะร่างกายยังสามารถผลิตคอลลาเจนได้ดี ในขณะที่วัยที่สูงกว่า 50 ปีขึ้นไป อาจต้องใช้จำนวน Line เพิ่มขึ้นหรือทำร่วมกับเทคโนโลยีอื่นๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

  1. ประสบการณ์และฝีมือของแพทย์ผู้ทำหัตถการ

แพทย์ที่มีประสบการณ์สูงจะสามารถวางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำ รวมถึงสามารถปรับแต่งโปรแกรมการรักษาให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลได้ดีที่สุด ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อความสำเร็จของการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ

  1. จำนวน Line ที่เหมาะสม

จำนวน Line หรือจำนวนจุดที่ยิงพลังงานอัลตราซาวด์ ต้องมีความเหมาะสมกับปัญหาผิวและสภาพผิวแต่ละคน หากจำนวน Line น้อยเกินไปจะทำให้ผลลัพธ์ไม่ชัดเจน ในขณะที่การใช้ Line มากเกินไปก็อาจไม่ได้ทำให้ผลลัพธ์ดีขึ้น แต่กลับเสี่ยงต่อผลข้างเคียงได้

  1. การดูแลตัวเองหลังการรักษา

ผลลัพธ์ของ Ulthera จะดีมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับการดูแลหลังทำ เช่น การปกป้องผิวจากแสงแดด การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงที่เหมาะสม รวมถึงการรักษาสุขภาพผิวโดยรวม เช่น การดื่มน้ำให้เพียงพอ การพักผ่อนที่เพียงพอ และหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้ผิวเสื่อมเร็ว เช่น แสงแดดจัด การสูบบุหรี่ หรือดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป

  1. คุณภาพของเครื่อง Ulthera และมาตรฐานคลินิก

การรักษาที่ได้มาตรฐานจะต้องใช้เครื่องแท้จากบริษัทผู้ผลิตโดยตรง (Original Equipment Manufacturer) เท่านั้น และต้องมีการบำรุงรักษาเครื่องอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้พลังงานที่สม่ำเสมอและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้มาตรฐานและความปลอดภัยของคลินิกที่ให้บริการก็มีผลต่อผลลัพธ์และความปลอดภัยในระยะยาวเช่นกัน

เพื่อให้คนไข้เข้าใจการทำ Ulthera มากขึ้น หมอได้รวมคำถามที่พบบ่อยจากผู้ที่สนใจทำหัตถการไว้ สามารถกดเลือกอ่านข้อที่ต้องการได้เลยครับ

Ultherapy (MFU-V) คือเทคโนโลยียกกระชับผิวที่มีจุดเด่นด้านความแม่นยำสูง สามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เห็นผลชัดเจนในระยะ 3-6 เดือน และผลลัพธ์อยู่ได้นาน 1-2 ปี อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่ได้จะขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญหลายประการ จึงควรปรึกษาแพทย์ที่เชี่ยวชาญเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดครับ